โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็ก 6 กลุ่มอาหารห้ามกินคู่กาแฟ เสี่ยงกรดไหลย้อน-ใจสั่นรุนแรง

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สายคาเฟอีนต้องเช็กด่วน! การดื่มกาแฟยามเช้าเป็นเรื่องปกติ แต่การเลือก อาหารที่ไม่ควรกินคู่กาแฟเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลหรือขัดขวางการดูดซึมสารอาหารสำคัญโดยไม่รู้ตัว

เช็ก 6 กลุ่มอาหารห้ามกินคู่กาแฟ เสี่ยงกรดไหลย้อน-ใจสั่นรุนแรง

เปิดลิสต์ 6 อย่างที่ห้ามจับคู่กับกาแฟ
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามี 6 กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเว้นระยะห่าง เพื่อประสิทธิภาพสุขภาพที่ดี
กลุ่มแคลเซียมสูง:นม ชีส หรือปลากรอบ คาเฟอีนจะเข้าไปขัดขวางและเร่งการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
กลุ่มธาตุเหล็กสูง:ตับ เลือดหมู ผักโขม สารแทนนินในกาแฟจะจับตัวกับธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมยากขึ้น ผู้ป่วยโลหิตจางควรเว้นระยะ 1-2 ชั่วโมง
ยาและวิตามิน:ยาแก้หวัดหรือยาขยายหลอดลมอาจทำให้ใจสั่น ส่วนวิตามินรวมจะถูกขับออกจากร่างกายเร็วเกินไป
อาหารรสจัด:ทั้งคู่จะร่วมกันกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ จนเกิดอาการแสบท้อง
ของทอด:ไขมันสูงจะกระตุ้นกรดไหลย้อน แน่นท้อง และเพิ่มคอเลสเตอรอลเลว
แอลกอฮอล์:เพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และกระตุ้นความดันโลหิตสูง

เฉลยข้อสงสัย: ไข่ต้ม vs กล้วย ใครคือตัวจริง?
หลายคนสงสัยว่าเมนูเบสิกอย่าง ไข่ต้มทานคู่กาแฟได้ไหม? คำตอบคือ "กินได้แต่ไม่แนะนำให้กินพร้อมกันทันที"เนื่องจากแทนนินในกาแฟจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กที่มีอยู่มากในไข่แดงนั่นเอง
ในขณะที่ กล้วยคือ "Perfect Match"ที่ดีที่สุด เพราะโพแทสเซียมในกล้วยช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุและลดอาการใจสั่นจากคาเฟอีนได้ดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับมื้อก่อนออกกำลังกาย
สรุปคำแนะนำ:เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด ควรดื่มกาแฟหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 30-60 นาทีเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่

เช็ก 6 กลุ่มอาหารห้ามกินคู่กาแฟ เสี่ยงกรดไหลย้อน-ใจสั่นรุนแรง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...