“อัษฎางค์” อ่านเกมสถานการณ์ตะวันออกกลาง ชี้หากสงครามลากยาวถึง 9 เดือน ทั่วโลกอ่วม
เมื่อวันที่ 23 มาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ และครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “สงครามจะลากยาวถึง 9 เดือน” เนื้อหาระบุว่า นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคและสถาบันการเงินระดับโลก ประเมินผลกระทบออกเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ใน 4 ด้านหลัก หากสถานการณ์ยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ในส่วนของวิกฤตราคาพลังงานนั้น หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุฯ และ UAE หรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานจากระดับ 80-90 ดอลลาร์/บาร์เรล ไปแตะระดับ 150 ดอลลาร์ ถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่วนก๊าซธรรมชาติ (LNG) กาตาร์ซึ่งเป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ของโลกต้องใช้เส้นทางนี้เช่นกัน ราคา LNG ทั่วโลกอาจพุ่งสูงขึ้น 50-80% กระทบความมั่นคงทางพลังงานของยุโรปและเอเชียโดยตรง ขณะเดียวกันในส่วนของอัตราเงินเฟ้อและนโยบายการเงินนั้น ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงจะทำให้ "เงินเฟ้อรอบสอง"กลับมาหลอกหลอนเศรษฐกิจโลกคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอาจพุ่งขึ้นอีก 1.5% ถึง 2.5% ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางหลักอื่นๆ จะถูกบีบให้ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรืออาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและบีบรัดภาคธุรกิจ ด้านการเติบโตของจีดีพีโลก โดยธนาคารโลก เคยประเมินฉากทัศน์วิกฤตการณ์รุนแรง ว่าอาจทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกหดตัวลง 0.3% ถึง 1.2% หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในหลายภูมิภาค ส่วนห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งนั้น ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงคราม สำหรับเรือสินค้าที่ผ่านตะวันออกกลางจะพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อย 300-500% ต้นทุนนี้จะถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคปลายทางในรูปของราคาสินค้าที่แพงขึ้น