โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนบีบ “เพนกวิน” ขาดอาหาร ไร้ที่อยู่ เข้าใกล้วิกฤตเสี่ยงสูญพันธุ์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
IUCN ปรับสถานะ “เพนกวินจักรพรรดิ” ให้อยู่ในระดับ “ใกล้สูญพันธุ์” ในบัญชีแดงล่าสุด โดยสาเหตุหลักมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่คุกคามถิ่นที่อยู่อาศัย ระดับน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีเพนกวินจักรพรรดิตัวเต็มวัยราว 595,000 ตัว แต่ภายในปี 2080 ประชากรเพนกวินอาจลดเหลือเพียงครึ่งเดียว

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้นทุกปีกำลังผลักให้ “เพนกวินจักรพรรดิ” เข้าสู่ความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN ได้ประกาศปรับสถานะ “เพนกวินจักรพรรดิ” จากสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ต้นเหตุหลักมาจากการลดลงของระดับน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นบ้านและถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2016 ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งแตกตัวเร็วกว่าปกติ

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2022 เกิดโศกนาฎกรรมกับลูกเพนกวินจักรพรรดินับหมื่นตัวจมน้ำและแข็งตายเนื่องจากแผ่นทะเลน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ละลายเร็วผิดปกติ ลูกเพนกวินส่วนใหญ่ยังไม่เติบโตพอที่จะมีขนที่ทนน้ำได้ แม้ว่าบางตัวจะสามารถขึ้นจากน้ำแต่ก็ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นจัดจนเอาชีวิตไม่รอด เหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2016 ก็เคยเกิดขึ้นมแล้ว

หากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนยังคงมีแนวโน้มรุนแรงต่อไป IUCN ได้คาดการณ์ว่า ประชากรเพนกวินจักรพรรดิอาจลดลงกว่าครึ่งภายในปี 2080 จากปัจจุบันมีประชากรเพนกวินจักรพรรดิราว 595,000 ตัว และลดลงอย่างต่อเนื่อง

ภาวะโลกร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเพนกวินจักรพรรดิเท่านั้น แต่ระยะที่ผ่านมา “แนวน้ำขน” ในขั้วโลกใต้ก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยสาเหตุมาจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นทำให้ “คริลล์” สัตว์ทะเลขนาดเล็กจำพวกกุ้งซึ่งเป็นอาหารของพวกมันย้ายแหล่งที่อยู่อาศัย ส่งผลให้แมวน้ำขนขาดแคลนอาหารอย่างหนัก อัตราการรอดชีวิตของลูกแมวน้ำลดลงจนน่าตกใจ

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การลดลงของประชากรสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบนิเวศโลกที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังจะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยชะลอวิกฤตที่เกิดขึ้นก่อนจะสายเกินไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...