‘วันนอร์’ ขอบคุณ ‘นายกฯ-ตำรวจ’ ตามตัวทีมยิง ‘สส.กมลศักดิ์’
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าเพื่อพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ รวมถึง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ
นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยก่อนการเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ตนเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานตัวกับนายกรัฐมนตรี หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ส่วนจะให้ตนรับผิดชอบเรื่องใดบ้างนั้น ต้องรอหลังจากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว
อีกเรื่องตนจะไปขอบคุณนายกรัฐมนตรี กรณีลงพื้นที่ไปเร่งรัดติดตามคดีที่คนร้ายลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดแล้ว 5 คน ซึ่งหลังจากนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องสอบสวนต่อไป เพื่อสาวไปให้ถึงผู้บงการและผู้จ้างวาน ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ ไม่ได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุเลยสักคน ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้ ตนในฐานะประชาชน ขอขอบคุณ และชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่าย ตั้งแต่ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ตำรวจภูธรภาค 9 ไปจนถึง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ถือว่าพยานหลักฐานได้ครบถ้วนแล้ว ทั้งชิ้นส่วนรถที่ชำแหละไป อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงพยานแวดล้อมต่าง ๆ ขณะนี้ครบถ้วน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สามารถระบุสาเหตุของการก่อเหตุเกี่ยวข้องกับการจ้างวานหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องสอบสวนต่อไป ตนคิดว่าขณะนี้ไม่ยากแล้ว เพราะตำรวจมีหลักฐานครบถ้วน ซึ่งตนขอชื่นชมอย่างมาก ว่าตำรวจทำงานอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือต้องหาผู้จ้างวาน และผู้บงการให้ได้ รวมถึงมูลเหตุ และแรงจูงใจต่อการก่อเหตุครั้งนี้ หากไม่สามารถหาตัวผู้บงการได้ ก็ต้องเป็นภาระหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่จะต้องตอบคำถามสังคมว่า เหตุใดจึงใช้รถของ กอ.รมน. ไปก่อเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสาเหตุไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคง
“การจะสร้างความเชื่อมั่นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง ที่ กอ.รมน. ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีผู้จ้างวานและบุคคลที่ไปร่วมมือ ซึ่งอาจเป็นคนใน กอ.รมน. มิฉะนั้นรถของ กอ.รมน. ก็ไม่สามารถนำออกไปใช้ได้ ซึ่งหากเคลียร์ทั้งหมดและจับผู้บงการได้ เรื่องจะจบลงได้ ประชาชนก็จะมีความเชื่อมั่น”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสงบหรือไม่ ภายหลัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าเยี่ยมคารวะจุฬาราชมนตรี นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นคนละประเด็น เรื่องจับผู้ต้องหาลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องแม่ทัพภาคที่ 4 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กรณีแม่ทัพภาคที่ 4 นั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดำเนินการ หากมีข้อเท็จจริงก็ให้แก้ไข เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการศึกษาในพื้นที่ ประเพณี และวัฒนธรรม หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ดี ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวก็อาจจะกระทบกันไปทั้งหมด ทุกคนในขณะนี้จึงต้องร่วมมือกัน จำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าคดีลอบยิง สส. จะมีการตัดตอน นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มแข็งมาตั้งแต่ต้น แต่ในช่วงแรกอาจจะชี้แจงรายละเอียดไม่ได้มากนัก เนื่องจากคดียังไม่ถึงขั้น และยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด
แต่ขณะนี้ทุกอย่างมีทั้งผู้ก่อเหตุ และพยานหลักฐานครบถ้วน ตนขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้กำชับว่า เรื่องดังกล่าวนี้ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ไม่ว่าใครจะกระทำความผิด ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือละเว้นได้
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนถือว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องและดีมาก ในฐานะรัฐบาลที่เป็นผู้รักษากฎหมาย ที่ทำให้กฎหมายสามารถใช้ได้กับทุกคน และทุกหน่วยงาน ตนดีใจที่ได้เห็นการดำเนินการในเรื่องนี้ และเห็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีในหลายๆ เรื่องด้วย
เมื่อถามว่า มติสภาความมั่นคงแห่งชาติในวันนี้ ได้มีการพูดถึงความร่วมมือกับมาเลเซีย เพื่อโน้มน้าวชักชวนให้มาเลเซียมาร่วมพัฒนาในพื้นที่ มองว่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ประเทศมาเลเซียก็เป็นเพื่อนบ้านเราซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยมีปัญหา และมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือ ซึ่งนายกฯ ก็เคยพูดว่าจะต้องมีการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ หากปัญหายาเสพติดมากระทบกับปัญหาในพื้น โดยนายกฯ ก็ได้มีการย้ำว่าต้องมีการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ เพราะปัญหายาเสพติดกระทบกับประชาชนและปัญหาเศรษฐกิจ.