โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ร่างกรอบข้อตกลงสันติภาพ 6 ประเด็นหลัก ยื่นเงื่อนไขอิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์-ขีปนาวุธ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 05.39 น.

ทีมที่ปรึกษาประธานาธิบดีทรัมป์วางยุทธศาสตร์ "เฟสถัดไป" มุ่งเป้าจำกัดอาวุธและตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค “กาตาร์-อียิปต์-สหราชอาณาจักร” เร่งทำหน้าที่ตัวกลางส่งสารเจรจาท่ามกลางภาวะสงครามยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ตลาดโลกจับตาสัญญาณการเจรจาและการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพพลังงานและเศรษฐกิจ

22 มีนาคม 2569 –ความคืบหน้าเชิงยุทธศาสตร์จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 สัปดาห์ ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการร่างกรอบ "ข้อตกลงสันติภาพ" เบื้องต้น (Draft Peace Agreement) เพื่อเป็นแนวทางในการยุติการสู้รบกับอิหร่าน โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและนิวเคลียร์อย่างเบ็ดเสร็จ

สาระสำคัญของร่างข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยเงื่อนไขทางยุทธศาสตร์ 6 ข้อที่สหรัฐฯ ยื่นต่ออิหร่าน ได้แก่ การระงับโครงการขีปนาวุธเป็นระยะเวลา 5 ปี, การห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง (Zero enrichment), การปลดระวางเครื่องปฏิกรณ์ในศูนย์นิวเคลียร์สำคัญอย่าง Natanz, Isfahan และ Fordow, การเปิดรับการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเข้มงวด, การจำกัดระยะขีปนาวุธไม่เกิน 1,000 กิโลเมตรผ่านข้อตกลงกับประเทศในภูมิภาค และการยุติสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง

กลไกการทูตและตัวกลางในการเจรจา

ในมิติของการดำเนินงานเบื้องหลัง มีรายงานระบุถึงบทบาทสำคัญของนายจาเรด คุชเนอร์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ในการวางกรอบนโยบายต่างประเทศเพื่อเปิดช่องทางสู่กระบวนการสันติภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศตัวกลางอย่างอียิปต์ กาตาร์ และสหราชอาณาจักร ในการทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลและเงื่อนไขระหว่างกัน

ทางด้านท่าทีของรัฐบาลเตหะราน แม้จะมีการแสดงความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่ได้ยื่นข้อเรียกร้องที่เข้มงวดกลับมายังสหรัฐฯ เช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการประกาศหยุดยิงทันที การขอการรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์สู้รบซ้ำซ้อนในอนาคต รวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม

พื้นที่การต่อรองและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ประเมินว่ายังคงมี "พื้นที่สำหรับการต่อรอง" (Room for negotiation) ในบางประเด็นสำคัญ เช่น การพิจารณาคืนทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันยังคงแสดงท่าทีปฏิเสธข้อเรียกร้องเรื่องการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายโดยตรง

นอกจากนี้ ทีมบริหารของทรัมป์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือก "ช่องทางติดต่อ" ที่เหมาะสม โดยเริ่มให้ความสำคัญกับประเทศกาตาร์ในฐานะตัวกลางหลักมากขึ้น เนื่องจากความเชื่อมั่นในตัวกลางเดิมอย่างโอมานเริ่มลดลง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงมีความเปราะบางสูง

"รัฐบาลของ Donald Trump เริ่มต้นการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทาง เฟสถัดไป ของสงคราม และความเป็นไปได้ของการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน หลังสถานการณ์สู้รบยืดเยื้อมากว่า 3 สัปดาห์"

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุดต่อระบบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงทางพลังงาน หากการเจรจาสันติภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้ สหรัฐฯ ประเมินว่าการสู้รบอาจยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้จัดเตรียมแผนงานล่วงหน้าเพื่อรองรับหากกระบวนการสันติภาพสามารถเกิดขึ้นได้จริงในระยะใกล้ โดยเน้นย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญที่มิอาจประนีประนอมได้คือการเปิดเส้นทางเดินเรือสากลและการยุติโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร เพื่อสร้างเสถียรภาพใหม่ให้แก่ภูมิภาคตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...