โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยโดมสุสานกากกัมมันตภาพรังสีในมหาสมุทรแปซิฟิกพบรอยร้าวและกำลังรั่วไหล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยโดมสุสานกากกัมมันตภาพรังสีในมหาสมุทรแปซิฟิกพบรอยร้าวและกำลังรั่วไหล หวั่นวิกฤตน้ำทะเลหนุนสูง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์กำลังแสดงความกังวลอย่างหนักหลังพบว่าโดมรูนิต (Runit Dome) หรือที่รู้จักกันในชื่อสุสานมรณะ (The Tomb) ซึ่งเป็นสถานที่กักเก็บกากกัมมันตภาพรังสีบนเกาะรูนิต ในหมู่เกาะมาร์แชลล์ กำลังมีรอยร้าวและเผชิญความเสี่ยงจากการรั่วไหล

โดมคอนกรีตความกว้าง 115 เมตรแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1977 ถึง 1980 เพื่อใช้ปิดทับหลุมที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ชื่อว่า Cactus'ขนาด 18 กิโลตันของกองทัพสหรัฐฯ ในปี 1958
ภายในหลุมดังกล่าวถูกเติมเต็มไปด้วยเศษซากและดินที่ปนเปื้อนจากการทดลองนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ทั่วเกาะปะการังเอเนเวตัก (Enewetak Atoll) กว่า 120,000 ตัน ซึ่งรวมถึงสารพลูโทเนียมในระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัญหาสำคัญ คือ โดมแห่งนี้แต่เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงทางออกชั่วคราวในการกักเก็บวัสดุตกค้าง และไม่ได้มีการปูพื้นด้านล่างเพื่อป้องกันการรั่วซึม ทำให้ชั้นหินปะการังที่มีรูพรุนเบื้องล่างเปิดโอกาสให้น้ำบาดาลซึมผ่านเข้าไปในหลุมได้
ดร. อิวานา นิโคลิก-ฮิวจ์ส (Ivana Nikolic-Hughes) นักเคมีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินบนเกาะในปี 2018 ยืนยันว่าได้เห็นรอยร้าวบนโดมด้วยตาตัวเอง และงานวิจัยยังพบระดับกัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้น รวมถึงพบนิวไคลด์กัมมันตรังสีหรืออะตอมของธาตุที่มีนิวเคลียสไม่เสถียรเนื่องจากมีพลังงานส่วนเกินอยู่ภายในถึง 5 ชนิด ในดินบริเวณด้านนอกของโดม
สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ การคงอยู่ของสารพลูโทเนียม-239 (Plutonium-239) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอาวุธนิวเคลียร์ที่ยังคงความเป็นอันตรายได้ยาวนานกว่า 24,000 ปี
เคน บิวส์ซเลอร์ (Ken Buesseler) ผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมันตภาพรังสีทางทะเลระบุว่า แม้ในขณะนี้การรั่วไหลจะยังค่อนข้างน้อย แต่สถานการณ์ในอนาคตขึ้นอยู่กับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น รวมถึงอิทธิพลของพายุและกระแสน้ำขึ้นน้ำลง

นอกจากนี้ รายงานจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ในปี 2024 ยังพบว่า คลื่นพายุซัดฝั่งและระดับน้ำทะเลที่ค่อย ๆ สูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สารกัมมันตภาพรังสีแพร่กระจายไปทั่วเกาะปะการัง
เกาะรูนิตตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 2 เมตรเท่านั้น ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศคาดการณ์ว่า ระดับน้ำทะเลในหมู่เกาะมาร์แชลล์จะสูงขึ้นอีก 1 เมตรภายในปี 2100
หากโครงสร้างของโดมได้รับความเสียหาย ผลกระทบที่ตามมาอาจกลายเป็นหายนะร้ายแรง เนื่องจากโดมแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งที่อยู่อาศัยและทะเลสาบที่ประชาชนใช้งานเพียง 32 กิโลเมตรเท่านั้น
นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาแสดงความรับผิดชอบในการทำความสะอาดและกำจัดกากกัมมันตภาพรังสีเหล่านี้อย่างเหมาะสม เพื่อรับประกันความปลอดภัยในอนาคตของชาวมาร์แชลล์
พอลลา กาวิเรีย เบตันกูร์ (Paula Gaviria Betancur) ผู้รายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติได้กล่าวไว้ว่า มรดกตกทอดจากการทดลองนิวเคลียร์และการยึดครองที่ดินทางทหารโดยมหาอำนาจต่างชาติ ได้ทำให้ชาวมาร์แชลล์หลายร้อยคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน ในขณะที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามและอาจทำให้ผู้คนอีกหลายพันคนต้องอพยพย้ายถิ่นฐานในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...