นักวิชาการ หวั่น วิกฤตตะวันออกกลาง กระทบสงกรานต์ของแพง-เงินเฟ้อพุ่ง
นักวิชาการ หวั่น วิกฤตตะวันออกกลาง กระทบสงกรานต์ของแพง-เงินเฟ้อพุ่ง
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มราคาน้ำมันโลกว่า แม้มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ตนประเมินว่าไม่น่าจะพุ่งแตะระดับ 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยระดับที่มีความเป็นไปได้สูงอยู่ที่ราว 130-140 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงมากและใกล้เคียงกับช่วงปี 2565 ที่เกิดเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งในขณะนั้นราคาน้ำมันเคยปรับขึ้นเกิน 130 ดอลลาร์ และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดถึง 9.1%
นายสมภพ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วน ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นเทศกาลสงกรานต์ของไทย ที่มีการเดินทางและการใช้จ่ายจำนวนมาก อาจยิ่งซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพ และกระทบต่อการบริโภคในประเทศ หากราคาน้ำมันสูงหรือเกิดภาวะขาดแคลน ก็อาจทำให้ประชาชนลดการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
นายสมภพ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งยังประเมินได้ยากว่าจะยืดเยื้อนานเพียงใด แต่คาดว่าไม่น่าจะยาวนานมาก เนื่องจากทุกฝ่ายต่างเผชิญแรงกดดันของตนเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะหากเกิดการโจมตีในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 140-150 ดอลลาร์ได้ และหากสถานการณ์ลุกลามไปกระทบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สายเคเบิลใต้ทะเล ก็มีโอกาสเห็นราคาพุ่งสูงถึง 180 ดอลลาร์
นายสมภพ กล่าวว่า ตนมองว่าสถานการณ์ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าจะยืดเยื้อหรือไม่ โดยเชื่อว่าฝ่ายสหรัฐฯ เองก็มีความกังวล โดยเฉพาะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ต้องเผชิญกับการเลือกตั้งกลางเทอมในอีก 6 เดือนข้างหน้า หากปล่อยให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงจนคุมไม่ได้ อาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ในสภา และกลายเป็น “เป็ดง่อย” (Lame Duck) ในการทำงานช่วง 2 ปีที่เหลือ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอนาคต ตนเชื่อว่าลึกๆ แล้วทุกฝ่ายอยากหาทางลง แต่โจทย์คือจะลงอย่างไรไม่ให้หัวขมำ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้
นายสมภพ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับ 100-140 ดอลลาร์ จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หายไปอย่างน้อย 1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ราว 2% อาจลดลงเหลือเพียงประมาณ 1% โดยภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือภาคที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การเดินทาง และโลจิสติกส์ ขณะที่ภาคการผลิตได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง
นายสมภพ กล่าวว่า แม้จะมีปัจจัยลบ แต่ไทยยังมีข้อดีที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ดังนั้น ในด้านข้อเสนอแนะ ตนเห็นว่า ภาครัฐควรเร่งบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ วางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือและการอุดหนุน พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกิดการกักตุนสินค้า ขณะที่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ควรเน้นการบริหารต้นทุนเป็นหลัก โดยลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับพลังงาน เนื่องจากการปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงที่กำลังซื้ออ่อนแออาจทำได้ยาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ หวั่น วิกฤตตะวันออกกลาง กระทบสงกรานต์ของแพง-เงินเฟ้อพุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th