จากแม่หญิงลาวสู่เจ้าสาวจีน เอาแต่ลูกบ่เอาแม่ เบื่อแล้วขายต่อ มุมมืดสังคมลาว ซื้อตัวเด็กถึงหมู่บ้าน
ป้ายโฆษณาภาษาจีนติดบนเสาไฟ อยู่กลางนครหลวงเวียงจันทน์ เสนอบริการรับทำเอกสารแบบครบวงจร พร้อม QR code ให้ติดต่อ ไม่ใช่เพียงเพื่อท่องเที่ยว แต่มีบริการสำคัญคือ ‘การจัดทำเอกสารทะเบียนสมรสกับชาวจีน’ รวมถึงวีซ่า ใบอนุญาต และเอกสารทางกฎหมายอื่นๆ
จนกลายเป็นกระแสข่าวในโลกออนไลน์ และทำให้ลาวกำลังถูกจับตา เรื่อง ‘การแต่งดอง (แต่งงาน) กับชาวต่างชาติ’ โดยเฉพาะที่เจ้าสาวลาวถูกจัดหา ผ่านขบวนการนายหน้าที่เข้าไปถึงหมู่บ้านยากจน แถมบางกรณีถูกอ้างว่าเป็นการแต่งดอง แต่แท้จริงกลับซ่อนการค้ามนุษย์ และการแสวงประโยชน์ โดยมีเด็ก เด็กและผู้หญิงจำนวนหนึ่งเป็นเป้าหมาย ด้วยกำดักคงามหวังที่อยากมี ชีวิตที่ดีขึ้น
สำนักข่าว TODAY หยิบยกเรื่องราวของคนลาวที่แต่งดองกับคนต่างประเทศ แบบมีผลประโยชน์แอบแฝง หรือที่เรียกกันในกฎหมายการค้ามนุษย์ของลาวว่า ‘การแต่งดองแอบแฝง’
แต่งดองแต่อายุยังน้อย
“ส่วนใหญ่อยู่ชนบทนี้ ก็จะเป็นเด็กที่บ่ได้เข้าโรงเรียนนั้นแหละ อายุอาจจะ 14-15-16 ประมาณนี้”
สมพอน ครูอาสาสมัคร อยู่แขวงบ่อแก้ว เล่าว่า มีเด็กน้อยลาวในเขตชนบทหลายคน ต้องแต่งดองกับคนจีนตั้งแต่อายุยังน้อย ตามคำสั่งของพ่อแม่ เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว
“เขา (คนจีน) มีเงินเนาะ มาแต่งดองกับพวกอยู่ชนบท เขาก็มาสู่ขอแต่งดอง ให้ไปอยู่พุ้น คล้ายๆ ว่าเป็นการค้ามนุษย์ ส่วนหลายเอาไปใช้แรงงาน เฮ็ดเวียก (ทำงาน) หนัก เอาไปขายต่อ ได้เงินหลายกว่าปกติ… ถ้าเศรษฐกิจดี ก็คงจะบ่มีแนวนี้ เศรษฐกิจบ่ดี คนหาเงินหาทอง ก็ตกเป็นเหยื่อเลยเนาะ”
ที่ผ่านมาเด็กน้อยเหล่านั้น ต่างเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือจากทางการลาวท เนื่องจากเป็นการแต่งดอง และการเดินทางเข้าประเทศจีนเป็นไปแบบผิดกฎหมาย
“บางคนก็ได้รับการช่วยเหลือเนาะ เขาไปรู้จักใคร เพราะว่าคนลาวที่อยู่พุ้นเขาเห็น เขาก็พาหนีออกมา ถ้าบ่ไปแบบทางการ เจ้าหน้าที่ลาวก็ไปตามหาบ่ได้” สมพอน บอกเล่าด้วยน้ำเสียงห่วงกังวล
อย่างกรณีเด็กน้อยคนหนึ่ง อายุ 13 ปี ชาติพันธุ์ม้ง แต่งดองกับคนจีน และย้ายไปอยู่ประเทศจีน แบบผิดกฎหมาย เมื่อตำรวจรู้เบาะแสจึงเดินทางไปบุกจับ ขณะอยู่โรงพยาบาล ซึ่งต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก แต่เมื่อสามีชาวจีนรู้ เขาก็ปล่อยให้เด็กน้อยกลับลาว แบบไม่สนใจใยดี เพราะไม่ต้องการเสียค่าปรับ ทั้งที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่
นักกฎหมายชาวลาว ที่เคยติดตามคดีความดังกล่าวนี้ บอกเล่าว่า ผู้ชายจีนต้องการลูกชาย จึงเสาะหาหญิงลาวให้ตั้งท้องให้
“ถ้าหากเป็นผู้ชาย เขาก็จะเอาเด็กไว้ เอาแต่ลูกเนาะ บ่เอาแม่ แต่ถ้าเป็นลูกเป็นผู้หญิง เขาไล่ทั้งลูกทั้งแม่ออกมาบ้านเนาะ เขาเอาแต่ลูกชาย”
ถูกเอาไปขายต่อ
“เพิ่นเอาไปขายต่อ ตอนแรกเอาไปเป็นเมีย ให้ค่าดอง (สินสอด) 300 ล้านกีบ (438,000 บาท โดยประมาณ) พอเบื่อก็เอาไปขายต่อ 500 ล้านกีบ (730,000 บาท โดยประมาณ)”
บัวสะหวัน เจ้าหน้าที่ ที่ทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อยู่แขวงทางภาคเหนือของลาว บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากเด็กหญิงและแม่หญิงชาวลาวจำนวนหนึ่ง ตัดสินใจแต่งดองกับคนจีน และย้ายไปอยู่ที่จีน
วสะหวัน บอกว่า เด็กหญิงและแม่หญิงลาว แต่งดองกับคนจีนมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีมานี้ เพราะพวกเธอคิดว่าการได้ะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีน จะทำให้พวกเธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากประเทศลาวประสบปัญหาสภาพเงินกีบเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา
“บางคนติดต่อกลับมาลาว มาหาพวกเฮา ขอให้ช่วยเหลือ บางคนก็ช่วยได้ บางคนก็หายสาบสูญ คนที่ช่วยได้ หลายคนก็มีแผลตามตัว จากการถูกทำร้ายร่างกาย บางคนก็บ้าใบ้เสียจิตไป” บัวสะหวัน เล่า
บัวสะหวัน ยังบอกอีกว่า ส่วนมากปัญหาการค้ามนุษย์ มักเกิดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว และมักเกิดขึ้นกับเด็กหญิงลาว และแม่หญิงลาวที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีฐานะยากจน มีชายแดนติดกับประเทศจีน และยังไม่ค่อยเข้าถึงการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการค้ามนุษย์ของทางการ
“มีเด็กน้อย เป็นคนม้งเนาะ น้องพูดภาษาลาวบ่ได้เลยเนาะ แต่งเอาผัวจีนตั้งแต่อายุยังน้อย อายุแต่ 13 ปี เอกสารที่ไปจีนได้ ก็ปลอมอาหมดทุกอย่าง”
ชาวนครหลวงเวียงจันทน์คนหนึ่ง บอกเล่าถึงเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมาว่า มีเด็กน้อยชาวลาว แต่งดองกับคนจีน เพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัวของตนที่ลาว
แต่งดองแอบแฝง
“ในช่วงนี้ คนลาวไปแต่งดองกับคนต่างประเทศ แม่นเกิดขึ้นหลาย… จำนวนหนึ่งมีเอกสารไม่ครบคือ มีเพียง 2-3 เอกสาร… และไปแต่งดองอยู่ต่างประเทศเลย… ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงการค้ามนุษย์”
พันเอก กิแก้ว จันทะลังสี หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านการค้ามนุษย์ กรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบกล่าวถึงสถานการณ์การที่คนลาวลักลอบแต่งดองกับชาวต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย
กระทรวงป้องกันความสงบของลาว นำเสนอขั้นตอนและวิธีการยื่นเอกสารการแต่งดองระหว่างคนลาวและคนต่างประเทศแบบถูกต้องตามกฎหมาย (ที่มา: เพจประชาร่วมใจต้านภัยค้ามนุษย์, 29 ตุลาคม 2568)
นายตำรวจรายนี้ กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วคนลาวที่ต้องการแต่งดองกับคนต่างประเทศ จะต้องมีเอกสาร 10 อย่าง ส่วนคนต่างประเทศที่ต้องการแต่งดองกับคนลาว จะต้องมีเอกสาร 11 อย่างตามดำรัสว่าด้วยการแต่งดองของลาว
ทั้งนี้ เมื่อมีเอกสารไม่ครบ ก็มีความเสี่ยงว่าจะเป็น “การแต่งดองแอบแฝง” ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการค้ามนุษย์ตามประมวลกฎหมายอาญาของลาว มีโทษจำคุกขั้นต่ำ 5 ปี และปรับไหม 10 ล้านกีบ ส่วนนายหน้าก็ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี 10-15 ปี
“มีพ่อแม่ผู้ปกครอง มาขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยเหลือลูกหลาน ให้กลับมาลาว เพราะถูกหลอกไปแต่งดอง ถูกค้ามนุษย์” พันเอก กิแก้ว เล่า
ล่าสุดนี้ ในวันที่3 มิ.ย. 2568เจ้าหน้าที่ ตม. สนามบินสากลวัดไต ช่วยเหลือหญิงลาวอายุ 21 ปี ที่สงสัยว่าเป็นเหยื่อการแต่งดองแอบแฝง โดยพบว่ามีนายหน้าค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ 3 คนเกี่ยวข้อง จากการสอบสวน พบว่า นายหน้าชาวลาวชักชวนให้เธอแต่งดองกับชายต่างชาติ มีการจัดพิธีหมั้นโดยไม่มีเจ้าบ่าว พร้อมจ่ายค่าสินสอด 150 ล้านกีบ (219,000 บาท โดยประมาณ)
แต่ภายหลังเธอเปลี่ยนใจ นายหน้ากลับเรียกเงินคืน 190 ล้านกีบ (277,000 บาท โดยประมาณ) และทอง 2 บาท ทำให้เธอถูกกดดันให้ต้องไปอยู่กับชายต่างชาติ ต่อมาวันที่ 24 มิ.ย. 2025 ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 5 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 4 คน
เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับนายหน้าค้ามนุษย์ชาวต่างประเทศ ที่ดำเนินการจัดหาแม่หญิงลาวเพื่อแต่งดองกับชาวต่างประเทศ อยู่สนามบินสากลวัดไต (ที่มา : เว็ปไซต์คณะกรรมการต้านการค้ามนุษย์ระดับชาติ, 25 มิ.ย.2568)
ก่อนหน้านี้ ในวันที่14 มี.ค. 2568เจ้าหน้าที่ตำรวจลาว ก็สามารถสกัดกั้น และช่วยเหลือแม่หญิงลาว 1 คน ที่สนามบินนานาชาติวัดไต ขณะกำลังจะถูกพาเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งมีความสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบ ‘การหมั้นหมายแต่งดองแฝงข้ามแดน’ หลังการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า หญิงสาวคนดังกล่าวเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ในนี้ รวมชาวต่างชาติ 1 คน
เปิดขบวนการนายหน้า
ขบวนการแต่งดองแอบแฝง เพิ่มมากขึ้นในรอบ 2-3 ปีมานี้ จึงทำให้กองเลขาคณะกรรมการต้านการค้ามนุษย์ระดับชาติ จัดทำสถานการณ์จำลอง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน
โดยจัดทำวิดีโอจำลองสถานการณ์ ยกตัวอย่างเด็กหญิงลาว อายุ 15 ปี พ่อแม่เสียชีวิต และอยู่กับตายายในชนบท จากนั้นก็มีแม่หญิงลาว ท่าทางใจดี พูดจาดี มาขอดูตัวเด็กหญิงลาวกับผู้ปกครอง และหว่านล้อมว่า ถ้าหากเด็กหญิงลาว มีสามีเป็นคนต่างประเทศ จะไม่ต้องมาทำนาทำไร่ มีชีวิตที่สุขสบาย ร่ำรวย และมีเงินส่งกลับบ้านให้ครอบครัว
ขณะที่ ตายาย เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ส่งเสริมให้หลานสาวแต่งดองกับคนต่างประเทศ เพราะจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนตน แต่เส้นทางดังกล่าวนี้ กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะทั้งหมดนี้ เป็นขบวนการค้ามนุษย์ รูปแบบแต่งดองแอบแฝง
ในวิดีโอเตือนว่า ที่ผ่านมามีเด็กหญิงลาวจำนวนมาก ที่แต่งดองและย้ายไปอยู่กับคนต่างประเทศ จากนั้น ก็ไม่ได้รับอิสรภาพในการใช้ชีวิต “ถูกกักขัง ไม่ให้ใช้โทรศัพท์ ติดต่อกับครอบครัวไม่ได้ ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกขายต่อให้คนอื่น หลายกรณี”
ปัจจุบัน การได้สามีเป็นคนจีน ยังเป็นความใผ่ฝันของคนลาวอีกจำนวนหนึ่ง เพียงเพราะพวกเธออยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เห็นจากการประกาศหาสามีชาวจีน ผ่านทางช่องทางออนไลน์ด้วยภาษาลาวเป็นจำนวนมาก
“ตอนแรกเขาก็พากันคิดว่าจะดี แต่พอไปจริงๆ มันบ่ดี จะกลับก็กลับบ่ได้แล้วเนาะ ถูกเขาตบเขาตี บางคนเสียจิตกลับลาว”
ชาวลาว แขวงทางภาคเหนือ ที่เคยให้ความช่วยเหลือแม่หญิงลาว ที่มีอาการทางจิต หลังจากกลับมาจากการแต่งดองกับคนจีนบอกเล่าไว้ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า “บางคนสมหวัง มันก็มีเนาะ แต่บางคนหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น มันก็บ่ได้เป็นแนวนั้นเนาะ”