เข้าใจผิดกันหมด! อนุทิน ชี้เเจงใหม่แล้ว กรณี 8 ธุรกิจต่างชาติ ไม่ต้องขออนุญาต
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนใน 8 ประเภทธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมขณะนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเพิ่งมีการแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล และต้องการเปิดโอกาสให้เริ่มทำงานโดยเร็ว จึงมอบหมายให้เป็นผู้แถลงข่าวในประเด็นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอนุทินยอมรับว่า ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง และแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลก็มีหน่วยงานในกำกับดูแลของตนเองอยู่แล้ว เช่น พรรคเพื่อไทยที่กำกับดูแลทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงแรงงาน ซึ่งควรเป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง
พรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริง ๆ นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของ รมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้า
ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่าง ๆ หน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคงแถลงสั้น และสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาต อันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม