โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation

Thairath Money

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 08.17 น.
ภาพไฮไลต์

สำหรับคนไทย “การทำบุญบริจาค” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศรัทธาเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการ วางแผนภาษี ได้ด้วย หากเรารู้กติกาให้ถูกต้อง

โดยเฉพาะ ปีภาษี 2569 ที่จะนำไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2570 นั้น มีเงื่อนไขสำคัญ ที่ผู้ทำบุญต้องรู้ เพราะกฎบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว หากบริจาคผิดวิธี อาจได้ “บุญ” แต่ไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี

Thairath Money รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนควักกระเป๋าบริจาค เพื่อการบริหารเงิน - วางแผนภาษี ที่ถูกต้อง ดังนี้

การบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้

โดยหลักแล้ว เงินบริจาคที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ ต้องเป็นการบริจาคให้กับหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด เช่น

  • ศาสนสถาน เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด
  • สถานศึกษา
  • โรงพยาบาลของรัฐ
  • องค์กรสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรอง

อย่างไรก็ตาม กฎสำคัญสำหรับ บุคคลธรรมดา คือ

  • ต้องบริจาค เป็นเงินเท่านั้น
  • จึงจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

ต่างจาก บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่สามารถบริจาคได้ทั้ง เงินหรือทรัพย์สิน และนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้

เงินบริจาค ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

แม้การบริจาคจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่กฎหมายกำหนด เพดานการหักลดหย่อน ไว้ โดยหลักคือ เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นแล้ว ทั้งนี้ สิทธิที่ได้รับจะแตกต่างกันตามประเภทของการบริจาค

1. เงินบริจาคทั่วไป

เช่น การบริจาคให้

  • วัด หรือศาสนสถาน
  • มูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล
  • หน่วยงานรัฐบางประเภท

สามารถนำไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง (1 เท่า)แต่เมื่อรวมคำนวณแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

2. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา และโรงพยาบาลรัฐ

การบริจาคบางประเภท รัฐให้สิทธิพิเศษเพิ่ม เพื่อสนับสนุนภาคสังคม เช่น

  • สถานศึกษา
  • โรงพยาบาลของรัฐ
  • หน่วยงานด้านสาธารณสุข
  • กองทุนหรือโครงการที่รัฐกำหนด

โดยปกติสามารถนำไป หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ของเงินที่บริจาคจริง เช่น บริจาคให้โรงพยาบาลรัฐ 10,000 บาทสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปคำนวณรวมแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

3. เงินบริจาคพิเศษตามมาตรการรัฐ

ในบางช่วงเวลา รัฐอาจออกมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม เช่น

  • บริจาคให้กองทุนด้านการแพทย์
  • กองทุนช่วยเหลือภัยพิบัติ
  • โครงการพัฒนาสังคมตามนโยบายรัฐ

ซึ่งบางโครงการอาจให้สิทธิ หักลดหย่อน 2 เท่า หรือมากกว่า ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละปี ดังนั้น ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบประกาศจาก กรมสรรพากร ก่อนบริจาคทุกครั้ง

ตั้งแต่ปี 2569 ต้องบริจาคผ่าน e-Donation เท่านั้น

อีกกติกาสำคัญที่เริ่มใช้เต็มรูปแบบคือ หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้นระบบนี้เชื่อมข้อมูลกับ กรมสรรพากร โดยตรง ทำให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งเข้าระบบภาษีอัตโนมัติ ผู้เสียภาษีไม่ต้องเก็บใบอนุโมทนาบัตรหรือเอกสารไว้ยื่นประกอบเหมือนในอดีต

วิธีบริจาคผ่านระบบมี 2 รูปแบบ เช่น

  • หน่วยรับบริจาคเป็นผู้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • บริจาคผ่าน QR Code หรือ Barcode ของบัญชีหน่วยรับบริจาค

เมื่อทำรายการแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบภาษีโดยอัตโนมัติทันที

ก่อนบริจาค ต้องตรวจสอบ 3 เรื่องสำคัญ

เพื่อให้การบริจาคได้ทั้งบุญและสิทธิลดหย่อนภาษี ควรตรวจสอบก่อนเสมอว่า

1. หน่วยรับบริจาคอยู่ในรายชื่อที่กฎหมายกำหนด องค์กรหรือศาสนสถานต้องได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง

2. รองรับระบบ e-Donation หากไม่ผ่านระบบนี้ อาจไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

3. ตรวจสอบรายชื่อผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อยืนยันว่าองค์กรดังกล่าวมีสิทธิรับบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

บริจาคให้ “วัด” แบบไหน ลดหย่อนภาษีได้

หลายคนเข้าใจว่าบริจาคให้พระหรือวัดที่ไหนก็ใช้ลดหย่อนภาษีได้ แต่ในความเป็นจริงมีเงื่อนไขสำคัญ การบริจาคจะใช้สิทธิภาษีได้ก็ต่อเมื่อเป็นการบริจาคให้กับ ศาสนสถานที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายของประเทศไทย เช่น

  • วัดในพระพุทธศาสนา
  • โบสถ์คริสต์
  • มัสยิด
  • ศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดู
  • ศาสนสถานซิกข์

หากเป็นสำนักสงฆ์หรือสถานที่ที่ยังไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย อาจ ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แม้จะเป็นการทำบุญจริงก็ตาม

บริจาคเพื่อการศึกษา ปี 2569 มีโอกาสกลับมา “2 เท่า”

อีกประเด็นที่ผู้เสียภาษีจำนวนมากตั้งคำถามคือ สิทธิบริจาคเพื่อการศึกษา 2 เท่า เดิมที มาตรการภาษีเปิดให้ผู้บริจาคสามารถนำยอดบริจาคเพื่อการศึกษาไป หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษา

แต่สำหรับ ปีภาษี 2568 ที่ยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569 นั้น สิทธิดังกล่าว ลดเหลือเพียง 1 เท่า สาเหตุเกิดจากมาตรการต่ออายุยังไม่ทันผ่านการอนุมัติ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์ ยุบสภา ทำให้กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหยุดชะงัก

อย่างไรก็ดี ตามคำชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ปีภาษี 2569 มีแนวโน้มที่การบริจาคเพื่อการศึกษา จะกลับมาใช้สิทธิหักลดหย่อน 2 เท่า อีกครั้ง หากรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติตามข้อเสนอเดิมของกรมสรรพากร

ดังนั้น ผู้ที่วางแผนบริจาคเพื่อการศึกษาในปีนี้ควร ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เพราะหากมาตรการกลับมาใช้จริง จะทำให้การบริจาคเป็นอีกเครื่องมือในการลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

บริจาคอย่างไร ให้ได้ทั้งบุญและภาษี

หากสรุปหลักการง่าย ๆ สำหรับการวางแผนภาษีผ่านการบริจาคในปี 2569 มีดังนี้

  • บริจาคเป็น เงินเท่านั้น (สำหรับบุคคลธรรมดา)
  • ต้องทำผ่าน ระบบ e-Donation
  • ตรวจสอบหน่วยรับบริจาคก่อนทุกครั้ง
  • ศาสนสถานต้องได้รับการจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย
  • ติดตามนโยบาย ลดหย่อน 2 เท่าด้านการศึกษา

สุดท้าย การทำบุญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของศรัทธา แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธี บริหารเงินและภาษีอย่างชาญฉลาด เพราะหากวางแผนดี การบริจาคหนึ่งครั้งก็อาจได้ทั้ง “แต้มบุญ” และ “ประโยชน์ทางภาษี” ไปพร้อมกันนั่นเอง.

ที่มา : กรมสรรพากร , บมจ.ธรรมนิติ

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...