โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้นำโลกมีท่าทีอย่างไรต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน?

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ผู้นำโลกมีท่าทีอย่างไรต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน?

หลายประเทศทั่วโลกแสดงความยินดีต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เรียกร้องให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งขอให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ และชื่นชมบทบาทของปากีสถานในการ้เป็นตัวกลางที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการหยุดยิง

สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยการเจรจาเพื่อสรุปข้อตกลงสันติภาพจะเริ่มขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันศุกร์นี้ (10 เมษายน)

การหยุดยิงชั่วคราวครั้งนี้ จะทำให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลาง

การจับตามองจากทั่วโลกที่ตั้งความหวังให้ความขัดแย้งที่ก่อผลกระทบรุนแรงยุติลง

และนี่คือท่าทีของหลายประเทศต่อการหยุดยิงครั้งนี้

อิรัก

กระทรวงการต่างประเทศอิรักยินดีกับข่าวการหยุดยิง แต่ย้ำว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต้องปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดเพื่อให้บรรลุถึงการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

อียิปต์

กระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์เผยแพร่แถลงการณ์บน Facebook ว่า “ข้อตกลงหยุดยิงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องคว้าไว้เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจา การทูต และการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์” และชี้ว่า “การหยุดยิงต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อการยุติปฏิบัติการทางทหารและเคารพเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ”

ขณะที่อียิปต์จะยังคงร่วมมือกับปากีสถานและตุรกี “เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค” ซึ่งการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ต้องคำนึงถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงที่ชอบธรรม” ของประเทศในอ่าวเปอร์เซียด้วย

อิสราเอล

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในการระงับการโจมตีอิหร่าน และ “ความพยายามของสหรัฐฯ ในการรับรองว่าอิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่ออเมริกา อิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับของอิหร่าน และโลกอีกต่อไป”

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูกล่าวว่า การหยุดยิง “ไม่รวมถึงเลบานอน” ซึ่งกองกำลังอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินและกำลังต่อสู้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

โอมาน

กระทรวงการต่างประเทศโอมานแถลงยินดีกับการประกาศหยุดยิงดังกล่าวและชื่นชม “ความพยายามของปากีสถานและทุกฝ่ายที่เรียกร้องให้ยุติสงคราม”

“เรายืนยันถึงความสำคัญของการเร่งความพยายามในขณะนี้ เพื่อหาทางออกที่จะยุติวิกฤตจากต้นตอและบรรลุการยุติภาวะสงครามและความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างถาวร”

องค์การสหประชาชาติ (UN)

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขของการหยุดยิง “เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค”

กูเตอร์เรสเน้นย้ำว่า “การยุติความขัดแย้งเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนและบรรเทาความทุกข์ทรมานของมนุษย์” และขอบคุณปากีสถานและประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการหยุดยิง

ญี่ปุ่น

มินารุ คิฮาระ (Minoru Kihara) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลโตเกียวยินดีกับข่าวการหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และชื่นชมว่าเป็น “ก้าวย่างในเชิงบวก” ในขณะที่รอติดตาม “การเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย”

อินโดนีเซีย

อีวอนน์ เมเวงกัง (Yvonne Mewengkang) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงว่า จาการ์ตาต้อนรับข้อตกลงหยุดยิง และเรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ เคารพ “อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และการทูต” ของแต่ละฝ่าย

ขณะที่อินโดนีเซียยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทหารรักษาสันติภาพชาวอินโดนีเซีย 3 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในเลบานอนเมื่อปลายเดือนมีนาคม ท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์

มาเลเซีย

กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียแถลงว่า “การหยุดยิงถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ และเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงที่จำเป็นอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง”

นอกจากนี้ มาเลเซียยังเรียกร้องให้ “ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และด้วยความสุจริตใจ เพื่อป้องกันการกลับไปสู่การสู้รบ” พร้อมทั้งหลีกเลี่ยง “การกระทำที่ยั่วยุหรือมาตรการฝ่ายเดียวใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อเสถียรภาพที่เปราะบางของภูมิภาค หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานของโลก”

ออสเตรเลีย

แอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์ยินดีกับข่าวการหยุดยิงและแสดงความหวังว่า ข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

“การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน ควบคู่ไปกับการโจมตีเรือพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซ ทำให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และต้นทุนด้านมนุษย์ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย”

นิวซีแลนด์

วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ ยินดีกับการหยุดยิง แต่มองว่าทุกฝ่ายยังต้องดำเนินการอีกมาก

“แม้ว่านี่จะเป็นข่าวดี แต่ก็ยังมีงานสำคัญอีกมากที่ต้องทำในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวร เนื่องจากสงครามได้ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความวุ่นวายในวงกว้างต่อตะวันออกกลางและที่อื่นๆ” เขากล่าวในโพสต์บน X

เยอรมนี

ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ชื่นชมการหยุดยิงและขอบคุณปากีสถานสำหรับบทบาทในการไกล่เกลี่ยข้อตกลง โดยเขาชี้ว่า เป้าหมายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าควรเป็นการเจรจาเพื่อ “ยุติสงครามอย่างถาวร” ผ่านช่องทางการทูต

ยูเครน

รัฐบาลยูเครนยินดีต่อการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และการตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยอันดรี ซีบิฮา (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเรียกร้องให้วอชิงตันมีความ “เด็ดขาด” เช่นเดียวกันในการหยุดยั้งสงครามของรัสเซียต่อประเทศของตน

“ความเด็ดขาดของอเมริกาได้ผล เราเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีความเด็ดขาดเพียงพอที่จะบังคับให้มอสโกหยุดยิงและยุติสงครามกับยูเครน” ซีบิฮาเขียนบน X

ภาพ : Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...