โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตพลังงาน ตระหนัก แต่อย่าตระหนก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 01.48 น.
Close up of fuel nozzle pumping gasoline into car tank at gas station, symbolizing energy, transportation, economy, fuel industry, power supply, and needs for modern vehicles and travel infrastructure

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

ในช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่า ผลกระทบจากปัญหาความขัดเเย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ใน “ตะวันออกกลาง” ระหว่าง อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา

ได้ส่งแรงกระเพื่อม สร้างความตระหนกให้กับ “ประชาคมโลก” ขึ้นมาทุกที โดยเฉพาะภาวะความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ “พลังงาน” ในประเทศ โดยเฉพาะการขาดแคลน “น้ำมัน” ถูกฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมายืนยันว่า สถานการณ์ของน้ำมันในประเทศไทยนั้น ก็ยังเพียงพอ เพราะการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง นั้นสวนทางกับภาพที่เกิดขึ้น

น้ำมันหายไปไหน ? ขณะที่โรงกลั่นทั้ง 6 โรง ยังคงเดินเครื่องผลิตตามปกติ มีการกักตุน เพื่อเก็งกำไรจริงหรือไม่เกิดอะไรขึ้น ทุกคนต่างอยากรู้ “คำตอบ”

ความกังวล ส่งผลให้เกิดการ “แย่งซื้อหน้าปั๊ม” ที่เป็นผลมาจากความต่างของราคาน้ำมัน ระหว่าง “ตลาดขายปลีกหน้าปั๊ม” กับ “ตลาดขายส่ง/อุตสาหกรรม” ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและรถขนส่งขนาดใหญ่ ปรับวิธีการไปซื้อน้ำมันหน้าปั๊ม ทำให้เกิดภาวะ “แย่งกันเติม” กับ “ผู้ใช้ทั่วไป”

ส่งผลให้ความต้องการพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่รถขนส่งน้ำมัน ก็ไม่สามารถขนส่งน้ำมันเพื่อตอบสนองดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะ “ตระหนก” ไปทั่วประเทศ

คนใช้รถกังวลว่าจะไม่มีน้ำมันในการเติม สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขับรถจากระยองเข้ากรุงเทพฯ เกิดปรากฏการณ์ การขึ้นป้าย “ไม่มีน้ำมันเติม, น้ำมันดีเซลหมดปั๊ม, น้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง” ติดให้เห็นตามหัวจ่าย อยู่เป็นระยะ ๆ

คำถามจากหลายคนเริ่มเข้ามา หนาหูมากขึ้น อยากจะเปลี่ยนรถยนต์ จากรถน้ำมัน รถไฮบริด (ICE, HEV) ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กันเลยทีเดียว

เพื่อตัดปัญหา และลดความเสี่ยงด้านพลังงาน แต่เอาเข้าจริงต้องไม่ลืมว่า วิกฤตพลังงานในบ้านเรา ไม่ได้มีเฉพาะแต่น้ำมันเท่านั้น หากไม่วางแผนการบริหารจัดการอย่างเป็บระบบ บนพื้นฐานของความโปร่งใส ทั้งพลังงานน้ำมัน ไฟฟ้า ลม ฯลฯ ต่างก็ตั้งอยู่บนความเสี่ยงทั้งสิ้น

ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่อีเวนต์ใหญ่อย่าง งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” หรืองานMotor Show 2026 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 นี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี มีค่ายรถกว่า 45 บริษัทเข้าร่วม

มีรถยนต์ จักรยานยนต์ หลากหลายรูปแบบพลังงานให้เลือก ตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่ใช้ (น้ำมันล้วน ๆ) เครื่องยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% ถูกรวบดึงมาจัดแสดง

มีหลายรุ่นเป็นไฮไลต์ที่พร้อมเปิดตัวให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกจับจอง ผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองขับขี่ เป็นจังหวะดี สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ระหว่างทางแยกของการตัดสินใจ “รถน้ำมัน รถไฮบริด” หรือก้าวข้ามไป “รถยนต์อีวี” ได้พิจารณา

จากสถานการณ์ข้างต้น ทำให้มีคนประเมินไปไกลถึงขั้น “รถยนต์ไฟฟ้าจะขายดี จนอาจจะไม่พอขาย เพราะคนกลัวการใช้รถน้ำมัน กลัวไม่มีน้ำมันให้เติม แถมค่าใช้จ่ายถูกกว่า” แน่นอน

ตรงนี้อยากกระตุกไว้สักนิด หากลงรายละเอียด ไม่ว่าจะเลือกพลังงานแบบใด ท้ายที่สุดต้องไม่ลืมว่า ความเสี่ยงไม่แพ้กัน อีกทั้งต้นทุนพลังงาน เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้งาน อาจจะไม่ได้แตกต่าง

ท้ายสุดการมองหารถยนต์ไว้ใช้งาน สักหนึ่งคัน ผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่รู้ความต้องการของตัวเองได้ดีที่สุด ว่ารถยนต์แบบไหนถึงจะใช่สำหรับเรา เพราะรถหนึ่งคันต้องอยู่กับเราอย่างน้อย 3-4 ปี สำหรับภาระที่จะต้องเกิดขึ้น (กรณีผ่อนส่ง) นั้นหมายความว่า เราต้องมองให้รอบด้าน ส่วนผู้ที่มีกำลังเหลือเฟือ จะให้ใช้อีโมชั่นในการเลือก เขาก็ไม่ได้ผิด

วันนี้สถานการณ์พลังงานบ้านเรา หากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบโดยตรงออกมาชี้แจง ด้วยการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา บนข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ช่วยกันสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ผู้ใช้รถ ผู้ใช้น้ำมัน

เพื่อไม่ให้เกิดความกังวล และตกอยู่ในภาวะ “ตระหนก” เฉกเช่นที่เป็นอยู่ เพราะบนสถานการณ์ในวันนี้ เราควร “ตระหนักได้ แต่อย่าตระหนก”

ส่วนงานมอเตอร์โชว์ 2026 จะเป็นดัชนีชี้วัดความต้องการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคชาวไทย ที่สำคัญอีกครั้งของผู้บริโภคชาวไทย ว่าทิศทางความวางใจในการเลือกใช้รถยนต์นั้น ยังต้องดูกันยาว ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตพลังงาน ตระหนัก แต่อย่าตระหนก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...