โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิวกองทุน ES-GRID กองทุนหลักลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า ขุมพลังขับเคลื่อนโลก AI

Finnomena

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 03.30 น. • Finnomena Funds

แนะนำกองทุน ES-GRID จาก บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) เสนอขาย IPO 25-31 มี.ค. 2569
ลงทุนในกองทุนหลักที่เน้นลงทุนหุ้นระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า

ทุกวันนี้โลกกำลังใช้ไฟฟ้ามากกว่าที่เคย ไม่ว่าจากทั้ง AI, Data Center, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงการเติบโตของพลังงานสะอาด ทำให้ “โครงข่ายด้านไฟฟ้า” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะแม้ว่าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากแค่ไหน หากระบบส่งและบริหารไฟฟ้าไม่ทันสมัย ศักยภาพรองรับไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้พลังงานไฟฟ้าเหล่านั้นถูกใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid เทคโนโลยีที่ทำให้ระบบไฟฟ้าสามารถเชื่อมต่อแหล่งพลังงานหลากหลายรูปแบบ บริหารประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าแบบทันท่วงที และรองรับพลังงานหมุนเวียนได้ดีขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในศตวรรษนี้ และเมื่อเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า ธีมโครงข่ายอัจฉริยะ Smart Grid จึงกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่นักลงทุนให้ความสนใจ

บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Smart Grid คืออะไร ทำไมเทคโนโลยีนี้จึงสำคัญต่อโลกพลังงานยุคใหม่ รวมถึงทำความรู้จักกับกองทุนเปิด Eastspring Smart Grid Infrastructure (ES-GRID) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในธีมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคตและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว

โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) คืออะไร?

Smart Grid คือ ระบบโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ที่ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เช่น Solar Rooftop, Battery Storage, EV Charging และพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ โดยรองรับการไหลของพลังงานแบบสองทิศทาง (Two-way Flow) ไปกลับระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าได้ ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถบริหารพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้สามารถผลิตไฟฟ้าและส่งกลับระบบได้ หรือกระทั่งขายคืนไฟฟ้าได้หากบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

ระบบโครงข่าย Smart Grid ยังใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ทั้ง Sensors, Software, AI และ Data Analytics ในการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมส่งข้อมูลแบบ Real-time เพื่อช่วยให้การผลิต การจ่าย และการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับพลังงานสะอาด และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้าในอนาคต

ทำไม Smart Grid จึงมีความน่าสนใจในเวลานี้? 1. ความต้องการใช้ไฟฟ้าเร่งตัวขึ้นทั่วโลก (G-Growth in Demand)

การเติบโตของเทคโนโลยีอย่าง AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center ทำให้ความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย BloombergNEF ประเมินว่า มูลค่าการลงทุนในโครงข่าย Smart Grid ทั่วโลกอาจเติบโตแตะ 580 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา First Trust Portfolios L.P ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568)

2. พลังงานสะอาดต้องพึ่ง Smart Grid (R-Renewable Integration)

พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ พลังงานลม มีลักษณะการผลิตที่อาจจะผันผวนตามสภาพอากาศ จึงต้องอาศัยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพมากขึ้น

3. โครงข่ายไฟฟ้าเดิมต้องยกระดับเพราะใช้มายาวนาน (I-Infrastructure Upgrade)

โครงสร้างระบบไฟฟ้าแบบดั้งเดิมในหลายประเทศส่วนใหญ่ถูกสร้างมานานตั้งแต่ปี 2503 – 2513 ซึ่งโดยปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 50-80 ปี นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ไฟดับบ่อยขึ้นในช่วงปี 2562 – 2565 จึงจำเป็นต้องยกระดับและปรับปรุงโครงข่าย เพื่อรองรับการผลิตและการส่งไฟฟ้ายุคใหม่

4. เม็ดเงินลงทุนกำลังไหลเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้ามหาศาล (D-Decade Long Investment)

รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า และ Smart Grid จำนวนมหาศาล เพื่อรองรับทั้งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ซึ่งทำให้ธีมนี้กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาว

รู้จักกองทุน ES-GRID

กองทุน ES-GRID หรือ กองทุนเปิด Eastspring Smart Grid Infrastructure มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index ในลักษณะบริหารเชิงรับ (Passive Management) ที่สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า

รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน

  • กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – เสี่ยงสูง
  • นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
  • มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.284% ต่อปี
  • ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ES-GRIDกองทุนหลักของกองทุน ES-GRID ลงทุนอะไรบ้าง?
รีวิวกองทุน ES-GRID กองทุนหลักลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า ขุมพลังขับเคลื่อนโลก AI

Source: First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund Factsheet ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568

กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Smart Grid และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า โดยทำการคัดเลือกบริษัทที่มีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในสัดส่วน ไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้รวม และต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ขั้นต่ำ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังต้องมีสภาพคล่องในการซื้อขายเฉลี่ย 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และมีสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float) อย่างน้อย 20% เพื่อให้มั่นใจว่าหลักทรัพย์มีขนาดและสภาพคล่องที่เหมาะสมต่อการลงทุน

ขอบเขตการลงทุนครอบคลุมบริษัทที่มีบทบาทในห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่ Electric Grid, Electric Meter/Devices/Network, Energy Storage, Energy Management และ Enabling Software โดยกระจายลงทุนในหุ้นประมาณ 100-115 บริษัททั่วโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและเปิดรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตกองทุนหลักของES-GRID

  • ABB, Ltd. – ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้โครงข่ายไฟฟ้าและอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉลาด และยั่งยืน
  • National Grid Plc – ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานรายสำคัญ ทำหน้าที่เชื่อมโยงและส่งพลังงานอย่างมั่นคง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
  • Schneider Electric SE – บริษัทด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ พัฒนาโซลูชันไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับอาคาร อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วโลก
  • Johnson Controls International Plc – บริษัทเทคโนโลยีอาคารที่พัฒนาระบบ HVAC ระบบควบคุมอาคาร ความปลอดภัย และโซลูชันอาคารอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
  • Eaton Corporation Plc – ผู้ให้บริการโซลูชันบริหารจัดการพลังงานระดับโลก ช่วยเพิ่มความเสถียร ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าในทุกภาคส่วน (ที่มา: https://www.eaton.com/us/en-us/company/investor-relations/financial-presentations-webcasts.html ณ ธ.ค 2568) สรุปจุดเด่น ES-GRID กองทุนนี้เหมาะกับใคร?
  • ลงทุนในกองทุนหลักที่เน้นธีม Smart Grid และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่รองรับการเติบโตของ AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV), Data Center และพลังงานสะอาด
  • ลงทุนในกองทุนหลักที่ครอบคลุมหลากหลายธุรกิจในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า มิเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงระบบบริหารจัดการพลังงานและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมเปิดรับโอกาสการเติบโตจากหลายภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าถึงโอกาสในการเติบโตระยะยาวไปพร้อมกับธีม Smart Grid และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า รวมถึงผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังธีมเมกะเทรนด์ โดยสามารถรับความผันผวนของตลาดหุ้นต่างประเทศได้

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนรวม

ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาต
กองทุนหลัก กรณีถ้ามีผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาตจำนวนน้อย และหากไม่สามารถดำเนินการได้ อาจทำให้ราคาหน่วยลงทุนเบี่ยงเบนจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) สภาพคล่องลดลง และมีความเสี่ยงต่อการเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ รวมถึง Bid-Ask Spread ที่กว้างขึ้น

ความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุน
มูลค่าหน่วยลงทุนผันผวนตามราคาหุ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะตลาด เศรษฐกิจ การเมือง และอัตราดอกเบี้ย ราคาหุ้นอาจปรับลดลงได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวตามดัชนี
กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวตามโครงสร้างของดัชนี หากดัชนีกระจุกตัวในบางประเทศ อุตสาหกรรม หรือหุ้นบางตัว อาจทำให้มูลค่าและผลตอบแทนของกองทุนผันผวนสูงกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุน

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแลสภาพคล่อง
กองทุนหลักมีผู้ดูแลสภาพคล่องจำกัด โดยเฉพาะในภาวะตลาดผันผวน อาจทำให้สภาพคล่องลดลง ราคาหน่วยลงทุนเบี่ยงเบนจาก NAV และ Bid-Ask Spread กว้างกว่าปกติ

ความเสี่ยงจากการไม่กระจายการลงทุน
กองทุนหลักถูกจัดเป็นกองทุนที่ไม่กระจายการลงทุน อาจลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์จำนวนน้อยในสัดส่วนสูง ทำให้มีความผันผวนและอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่กระทบผู้ออกหลักทรัพย์บางราย

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่มระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
บริษัทในกลุ่มโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนสูง กฎระเบียบ ภาวะเศรษฐกิจ การพึ่งพาภาครัฐ และการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย ซึ่งอาจกระทบต่อผลประกอบการและมูลค่าการลงทุน

Sponsored by Eastspring Asset Management (Thailand)

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงทั้งจำนวน โดยจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราเลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | การลงทุนในกองทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ | กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินจำนวนมาก | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  • ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  • การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  • บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...