กรณ์ แฉยับ รัฐล้มเหลว ปล่อย ‘ไอ้โม่ง’ สูบกำไรน้ำมัน 3 เท่า
“กรณ์ จาติกวณิช” อภิปรายญัตติด่วนชำแหละวิกฤตพลังงาน แฉกลไก “3 ตลาด” ทำน้ำมันรั่วไหลเข้าภาคอุตสาหกรรม ชี้รัฐบาลบริหารผิดพลาดปล่อย “ไอ้โม่ง” สูบกำไรค่าการกลั่น 3 เท่า พร้อมเสนอสูตรลดราคาทันที 9 บาทต่อลิตร ด้านค่าไฟจี้ทบทวนโครงสร้างเอื้อนายทุน ย้ำประชาชนไม่ยอมรับภาระค่าแก๊สพุ่งแต่เอกชนรวยขึ้น
วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยระบุว่าความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้ไม่ได้มาจากวิกฤตต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงสร้างราคาน้ำมันที่บิดเบี้ยว
นายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนเกิดจากการที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการ “น้ำมัน 3 ตลาด” ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1. ตลาดหน้าปั๊ม (ได้รับการชดเชยราคาต่ำสุด) 2. ตลาดขายส่งผ่านจ๊อบเบอร์ (Jobber) และ 3. ตลาดน้ำมันเขียวสำหรับประมง
“ความล้มเหลว คือรัฐปล่อยให้ผู้ซื้อภาคอุตสาหกรรมที่ควรซื้อจากจ๊อบเบอร์ แห่มาเบียดบังซื้อน้ำมันหน้าปั๊มเพื่อเอาส่วนต่างการชดเชยลิตรละกว่า 20 บาท รัฐบาลต้องตอบว่าจะรับผิดชอบอย่างไรที่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกหนี้กองทุนน้ำมันแทนภาคอุตสาหกรรมในอนาคต”
นายกรณ์ ยังระบุถึงภาวะขาดสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันกว่า 2 หมื่นล้านบาท ที่ยังไม่มีมติ ครม. อนุมัติให้กู้เงินมาชดเชย ทำให้โรงกลั่นลดการส่งน้ำมันจนเกิดปัญหาขาดแคลน พร้อมโต้แย้งคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าเกิดจากการกักตุนของประชาชน
“กักตุนจริงคือ 'ไอ้โม่ง' รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นผลิตเท่าไหร่ แต่ส่งไม่ครบ แล้วน้ำมันหายไปไหน ข้อมูลอยู่ในมือรัฐแต่กลับให้ตำรวจไปขอเบาะแสจากประชาชน ซึ่งน่าเศร้ามาก การเป็นรัฐบาลรักษาการไม่ใช่คำอธิบายที่ดีพอในสภาวะวิกฤตเช่นนี้”
ในด้านราคา นายกรณ์ตั้งคำถามถึงการส่งสัญญาณ “ลอยตัวดีเซล” ว่าจะปล่อยให้ราคาพุ่งถึง 50 บาทต่อลิตรจริงหรือไม่ พร้อมแฉความล้มเหลว 2 ประเด็นหลัก คือ 1. รัฐไม่ตรวจสต็อกน้ำมัน ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรจากสต็อกราคาถูกโดยประชาชนรับภาระ และ 2. ปล่อยให้ค่าการกลั่นสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า
“สูตรค่าการกลั่นปัจจุบันคือสูตรสมมติที่บวกค่าขนส่งจากสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นอยู่ในไทย รัฐบาลต้องจี้ข้อมูลต้นทุนจริงและทบทวนสูตรนี้ทันที เพราะเป็นต้นเหตุทำให้น้ำมันแพงเกินควร”
นายกรณ์ เสนอทางออกเร่งด่วน โดยให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตลง 6 บาท (จากปัจจุบัน 6.95 บาท) และดึงกำไรลาภลอย (Windfall Tax) จากโรงกลั่นมาช่วยกองทุนน้ำมันอีก 3 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันที 9 บาทต่อลิตร
“นายกฯ บอกประชาชนให้ประหยัด แต่ภาษี 6.95 บาท ไม่เคยลดลงแม้แต่สตางค์เดียว รัฐบาลต้องริเริ่มการประหยัดก่อน ประชาชนมีความต้องการใช้เงินมากกว่ารัฐบาลเสียอีก”
สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้า นายกรณ์ยอมรับว่าราคา LNG พุ่งขึ้น 100% จากสงคราม แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือ “โครงสร้างการซื้อไฟ” ที่เอื้อให้เอกชนมีกำไรมากขึ้นเมื่อต้นทุนแก๊สสูงขึ้น
“เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ราคาแก๊สสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน แต่สูตรซื้อไฟกลับทำให้เอกชนและผู้นำเข้ามีกำไรเพิ่มขึ้น ประชาชนจะไม่ยอมรับโครงสร้างที่ทิ้งภาระให้ประชาชนแบบนี้ รัฐบาลต้องหยุดอ้างวิกฤตเพื่อปกป้องกลุ่มทุน และต้องออกมาพูดความจริงกับประชาชน อย่าให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาตอบแทนในเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้าย