โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สายการบินยุโรปเจอขู่ระเบิดอีก เครื่องบินหลายลำลงจอดฉุกเฉิน

เดลินิวส์

อัพเดต 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 1.17 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สายการบินหลายแห่งในยุโรปต้องเปลี่ยนเส้นทางบินและนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน หลังได้รับคำขู่วางระเบิดต่อเนื่องในหลายประเทศ นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการก่อกวนและการก่อวินาศกรรมในยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า สายการบินหลายแห่งในยุโรปต้องเปลี่ยนเส้นทางบินและลงจอดฉุกเฉิน หลังได้รับคำขู่วางระเบิดเมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในชุดคำขู่โจมตีเที่ยวบินที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุโรป

สายการบินแอโร ลิงกัส ของไอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เที่ยวบิน อีไอ402 ซึ่งเดินทางจากกรุงดับลินไปยังกรุงโรม ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่สนามบินเอฟเรอซ์ ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกประมาณ 100 กิโลเมตร เพื่อเป็นมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัย หลังได้รับคำข่มขู่เรื่องการมีวัตถุระเบิดบนเครื่องบิน

ขณะที่สื่อเบลเยียมรายงานว่า เครื่องบินซึ่งต้องลงจอดที่สนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เป็นของสายการบินแอลโอที โปลิช แอร์ไลน์ส ส่วนเครื่องบินของสายการบินฟินน์แอร์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเฮลซิงกิ ได้รับการคุ้มกันโดยกองทัพอากาศอิตาลี จนสามารถลงจอดที่กรุงโรมได้อย่างปลอดภัย

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงบัลแกเรียรายงานว่า มีเครื่องบิน 3 ลำต้องลงจอดฉุกเฉินเนื่องจากได้รับคำขู่วางระเบิด แบ่งเป็นเครื่องบินจากกรุงโคเปนเฮเกนและกรุงมาดริด ซึ่งลงจอดที่กรุงโซเฟีย ส่วนเครื่องบินอีกลำ ที่เดินทางมาจากกรุงลอนดอน ลงจอดฉุกเฉินที่เมืองพลอฟดิฟ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เที่ยวบินอย่างน้อย 7 เที่ยว และเรือสำราญ 1 ลำ ได้รับคำขู่วางระเบิด ส่งผลให้สนามบินหลายแห่งทั่วยุโรปเกิดความปั่นป่วน แม้ผลการตรวจสอบออย่างละเอียดจะไม่พบวัตถุระเบิดก็ตาม

ทั้งนี้ ยังไม่บุคคลกลุ่มใดออกมาแสดงตัวว่าเกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าหน้าที่ยุโรปกล่าวหารัสเซียและอิหร่าน ว่าอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการโจมตีแบบผสมผสาน และการก่อวินาศกรรม ซึ่งทั้งรัฐบาลมอสโกและรัฐบาลเตหะรานต่างปฏิเสธข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ แฮกเกอร์ไม่ทราบฝ่ายก่อเหตุโจมตีระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายประเทศยุโรป ทำให้ตู้เย็นและตู้แช่แข็งหยุดทำงาน ส่งผลให้สินค้าเสียหายจนต้องมีการทิ้งทั้งหมด

อนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า การขู่วางระเบิดปลอมอาจเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการก่อกวนที่มีต้นทุนต่ำ และสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...