โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บังกลาเทศเดินหน้า “ปลูกต้นตาลโตนด” ใช้เป็นแนวป้องกัน-เบี่ยงเบนทิศทางฟ้าผ่า

Khaosod

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บังกลาเทศเดินหน้า - ซินหัว รายงานว่า นายอาซาดุล ฮาบิบ ดูลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการภัยพิบัติและบรรเทาทุกข์ของบังกลาเทศ เปิดตัวโครงการรณรงค์ปลูก “ต้นตาลโตนด” ทรงสูงครั้งใหญ่ ในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ

รัฐบาลบังกลาเทศได้ริเริ่มโครงการขนาดใหญ่ในการปลูกต้นตาลเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติจากเหตุฟ้าผ่าที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายอาซาดุล ฮาบิบ ดูลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการภัยพิบัติและการบรรเทาทุกข์ของบังกลาเทศ ได้เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าวในเขตพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ด้วยการปลูกเมล็ดต้นตาลซึ่งเป็นไม้ยืนต้นสูงใหญ่ โดยต้นตาลเหล่านี้สามารถช่วยเบี่ยงเบนทิศทางของฟ้าผ่าไม่ให้พุ่งเข้าหาผู้คน โดยเฉพาะเกษตรกรที่กำลังทำงานอยู่กลางแจ้ง

ภาพประกอบจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) - The Bangladeshi government has launched large-scale campaigns to grow palmyra palm trees as a natural defense against fatal lightning strikes. Bangladeshi Disaster Management and Relief Minister Asadul Habib Dulu inaugurated the campaign in a northern district of Bangladesh by planting seeds of tall palmyra palm trees that can divert lightning strikes away from people.

มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติสำหรับเบี่ยงเบนทิศทางของ “ฟ้าผ่า” ออกจากผู้คน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำงานกลางแจ้ง

นายดูลูกล่าวด้วยว่าบังกลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากภัยพิบัติที่มีต้นตอมาจากสภาพภูมิอากาศซึ่งกำลังสร้างความท้าทายรูปแบบใหม่

การเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยในบังกลาเทศในช่วงเดือนมี.ค. ถึงเดือนพ.ค. เกือบทุกปี เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนผ่านจากฤดูแล้งเข้าสู่ฤดูร้อนที่มีฝนตก

รัฐมนตรีกล่าวว่าบังกลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังก่อให้เกิดความท้าทายรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้นในประเทศแถบเอเชียใต้แห่งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนจากฤดูแล้งเข้าสู่ฤดูร้อนที่มีฝนตก บังกลาเทศที่มีประชากรหนาแน่นมักประสบเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าอยู่เป็นประจำ

บังกลาเทศเดินหน้า - ภาพประกอบจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) - The minister said Bangladesh is among the countries severely affected by climate-induced calamities. Deaths due to lightning strikes are common in the densely populated Bangladesh in the months of March to May almost every year, as the weather changes from the dry season to the rainy summer season.

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา บังกลาเทศประสบภัยคลื่นความร้อนยาวนานซึ่งก่อให้เกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงและฟ้าผ่า มีผู้เสียชีวิต 14 รายใน 7 เขต ส่งผลให้ทางการต้องประกาศเตือนภัยฝนกระหน่ำและแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังฟ้าผ่า

รายงานระบุด้วยว่าเหตุฟ้าผ่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ทำงานกลางแจ้ง ในเขตจามาลปูร์และสิราจกานจ์มีรายงานว่าชาวนาถูกฟ้าผ่าขณะทำงานในนา และบางรายเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับบ้านหรืออยู่กลางแจ้ง

บังกลาเทศเดินหน้า - เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อซาดุล ฮาบิบ ดูลู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการภัยพิบัติและการบรรเทาทุกข์ของบังกลาเทศ ได้เปิดตัวโครงการดังกล่าวในเขตพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ด้วยการปลูกเมล็ดต้นตาล ซึ่งเป็นต้นไม้สูงที่สามารถเบี่ยงเบนทิศทางของฟ้าผ่าไม่ให้พุ่งเข้าหาผู้คน โดยเฉพาะเกษตรกรที่กำลังทำงานอยู่กลางแจ้ง

บังกลาเทศเดินหน้า - ภาพประกอบจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) - Bangladeshi Disaster Management and Relief Minister Asadul Habib Dulu on Thursday inaugurated the campaign in a northern district of Bangladesh by planting seeds of tall palmyra palm trees that can divert lightning strikes away from people, specifically farmers working under the open sky.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บังกลาเทศเดินหน้า “ปลูกต้นตาลโตนด” ใช้เป็นแนวป้องกัน-เบี่ยงเบนทิศทางฟ้าผ่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...