โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท.บุกงาน TEJ 2026 โชว์ของดีขยายตลาดญี่ปุ่น ชดเชยเงินเยนอ่อนดันต้นทุนเที่ยวไทยพุ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย เวลา 08.59 น.

ททท.บุกงาน TEJ 2026 โชว์ของดีขยายตลาดญี่ปุ่น ชดเชยเงินเยนอ่อนดันต้นทุนเที่ยวไทยพุ่ง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เปิดคูหาประเทศไทยนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ภายในงาน Tourism Expo Japan 2026 (TEJ 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury โดยงาน Tourism Expo Japan (TEJ) ถือเป็นหนึ่งในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 22 กันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเข้ามาเที่ยวไทยแล้ว 742,605 คน จากเป้าหมายทั้งปี 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 1,050,000 คน สร้างรายได้ 42,000-44,000 ล้านบาท

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ถือว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในตลาดญี่ปุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ Japan Travel and Tourism Association (JTTA), Japan Association of Travel Agents (JATA) และ Japan National Tourism Organization (JNTO) ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ในเชิงบวกต่อประเทศไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ ต้องการประสบการณ์เชิงลึก กระตุ้นความต้องการเดินทางกลับประเทศไทยและเพิ่มวันพักเฉลี่ยมากกว่าเดิม ผ่านการสื่อสารและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟื้นฟูสุขภาพ ผ่านกิจกรรม (Workshop) ในคูหาประเทศไทย อันเป็นการสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมายังประเทศไทยต่อไป

“ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับความสนใจในประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ด้านพฤติกรรมการเดินทาง นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมีวันพักเฉลี่ย 7.74 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,232.22 บาทต่อคนต่อวัน และมีค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ย 40,497.38 บาทต่อคนต่อทริป โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเดินทางมายังประเทศไทยยังคงเป็นจุดแข็งด้านระยะทางใกล้ ราคาเข้าถึงได้ และใช้เวลาเดินทางไม่มาก ขณะเดียวกัน ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม ยังเป็นช่วง Winter Vacation ของญี่ปุ่น ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในรูปแบบ นักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง (FIT) และ กลุ่มเดินทางแบบคณะ (Group Tour) และมีแนวโน้มช่วยส่งเสริมการเดินทางมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า จากแนวโน้มสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าโดยสารทางอากาศ ควบคู่กับภาวะเงินเยนอ่อนค่าและการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ซึ่งเพิ่มต้นทุนการเดินทางส่งผลให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นบางส่วนวางแผนเดินทางล่วงหน้านานขึ้น ปรับลดงบประมาณ ททท.จึงมีแผนการส่งเสริมการตลาดโดยมุ่งเน้นการเจรจาเพิ่มความจุที่นั่งสายการบินและผลักดันการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ในเส้นทางภูมิภาค อาทิ สนามบินเซ็นได ควบคู่กับการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบินหลักและบริษัทนำเที่ยว พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง (High Value Travelers) อาทิ กลุ่ม Wellness & Health, Luxury, ชอปปิ้ง และ Sport Tourism ตลอดจนการชูจุดเด่นด้านความคุ้มค่า (Value for Money) และการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง เพื่อผลักดันให้จำนวนและรายได้จากตลาดญี่ปุ่นบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท.บุกงาน TEJ 2026 โชว์ของดีขยายตลาดญี่ปุ่น ชดเชยเงินเยนอ่อนดันต้นทุนเที่ยวไทยพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...