โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘กฎ ก.ตร.’ ฉบับใหม่ปี 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เปิดเกณฑ์ย้ายตำรวจเข้ากรุ ‘ประจำ-สำรองราชการ’

เดลินิวส์

อัพเดต 25 กันยายน 2569 เวลา 1.28 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569 ซึ่งลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ โดยระเบียบฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (24 กันยายน 2569) เพื่อให้การบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

สาระสำคัญของกฎ ก.ตร. ฉบับนี้ ได้กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนในการสั่งให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมชั่วคราว โดยแบ่งออกเป็นสองลักษณะหลัก ได้แก่ การสั่งประจำ และ การสั่งสำรองราชการ สำหรับการสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น จะบังคับใช้กับกรณีที่มีความจำเป็นทางด้านการบริหารและภารกิจส่วนบุคคลเป็นหลัก เช่น ข้าราชการตำรวจที่มีเวลาปฏิบัติราชการก่อนเกษียณอายุไม่เกิน 6 เดือน การเดินทางไปปฏิบัติราชการหรือศึกษาต่อในต่างประเทศที่มีระยะเวลาเกิน 1 ปี การได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสที่ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ตลอดจนกรณีที่หน่วยงานหรือตำแหน่งเดิมถูกยุบเลิก นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงกรณีที่ข้าราชการตำรวจได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากการดำเนินการทางวินัยหรือคดีอาญา และมีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการ ทว่ายังไม่มีตำแหน่งว่างในระดับเดิมที่สามารถรองรับได้

ในขณะเดียวกันการสั่งสำรองราชการ จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับข้าราชการตำรวจที่มีประเด็นเรื่องวินัยและพฤติกรรม โดยผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งการได้เมื่อพบว่าตำรวจผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา (ที่ไม่ใช่ความผิดลหุโทษหรือกระทำโดยประมาท) หรือมีพฤติการณ์ประพฤติตนไม่สมควร ไม่เคร่งครัดในระเบียบวินัยจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย จุดที่น่าสนใจคือ ในกรณีที่ตำรวจประพฤติตนไม่เหมาะสม ต้นสังกัดจะทำการกันตำแหน่งเดิมไว้ให้เพียง 3 เดือนเท่านั้น หากยังไม่สามารถยุติเหตุสำรองราชการได้ภายในกรอบเวลาดังกล่าว จะพิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนได้ทันที

อย่างไรก็ตาม กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ยังคงให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งประจำหรือสำรองราชการ โดยให้ถือเสมือนว่าบุคคลดังกล่าวยังคงดำรงตำแหน่งในระดับเดิมทุกประการ ทั้งในด้านการเลื่อนเงินเดือนและการรักษาวินัย และเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่าง นอกจากนี้ กระบวนการสั่งประจำหรือสำรองราชการสำหรับนายตำรวจระดับสูง ตั้งแต่ระดับผู้บังคับการขึ้นไป จะต้องดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ส่วนระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ จะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...