โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิทช์ ปรับแนวโน้มเครดิต กฟผ.-ปตท.-ปตท.สผ. เป็น “มีเสถียรภาพ” คงอันดับ BBB+

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ กฟผ. ปตท. และ ปตท.สผ. เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘BBB+’ หลังปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ”

วันที่ 23 กันยายน 2569ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Ratings: IDRs) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” ขณะที่ยังคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวของทั้ง 3 หน่วยงานไว้ที่ระดับ ‘BBB+’

การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทยที่ระดับ ‘BBB+’ เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569

สำหรับ กฟผ. และ ปตท. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile: SCP) ของทั้งสองบริษัทที่ระดับ ‘bbb+’ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตของประเทศไทย โดยฟิทช์จะจัดอันดับเครดิตของทั้งสองบริษัทในระดับเดียวกับประเทศไทย แม้สถานะเครดิตโดยลำพังจะอ่อนแอลง เนื่องจากประเมินว่าทั้งสองบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับ “แน่นอน” (Virtually Certain) ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับภาครัฐฯ (GRE)

อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของ กฟผ. และ ปตท. ไม่สามารถสูงกว่าอันดับเครดิตของประเทศไทยได้ เนื่องจากไม่มีกลไกที่จำกัดการเข้าถึงเงินสดและสินทรัพย์ของบริษัทโดยภาครัฐฯ

ในส่วนของ กฟผ. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนแรงจูงใจและความรับผิดชอบของภาครัฐในการให้การสนับสนุนในระดับ “สูงมาก” (Very Strong) เนื่องจาก กฟผ. มีบทบาทสำคัญในการให้บริการสาธารณะ โดยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ภาครัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด และภาครัฐเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงกำหนดทิศทางการลงทุนและค้ำประกันหนี้สินบางส่วนของบริษัท

กฟผ. มีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณหนึ่งในสามของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย มีสถานะผูกขาดในธุรกิจระบบส่งไฟฟ้า และเป็นผู้ออกตราสารอ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ภายในประเทศ

สำหรับ ปตท. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนแรงจูงใจของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนในระดับ “สูงมาก” (Very Strong) เนื่องจาก ปตท. มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยการผิดนัดชำระหนี้ของ ปตท. อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับการผลิตไฟฟ้าและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย

นอกจากนี้ ปตท. ยังเป็นผู้ออกตราสารอ้างอิงสำหรับภาครัฐและหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐอื่น ๆ โดยฟิทช์ประเมินความรับผิดชอบของภาครัฐในการให้การสนับสนุนอยู่ในระดับ “สูง” (Strong) จากการที่ภาครัฐถือหุ้น ปตท. ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 63% และมีอำนาจควบคุมด้านยุทธศาสตร์และการตัดสินใจลงทุนที่สำคัญ ขณะที่ยังคงให้ ปตท. ดำเนินธุรกิจในลักษณะเชิงพาณิชย์

ส่วนการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ ปตท.สผ. สะท้อนการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทแม่ คือ ปตท. เนื่องจากฟิทช์จัดอันดับเครดิตของ ปตท.สผ. ในระดับเดียวกับ ปตท. ภายใต้หลักเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อย (Parent and Subsidiary Linkage Criteria)

ฟิทช์ประเมินว่า ปตท. มีแรงจูงใจด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานในการให้การสนับสนุน ปตท.สผ. อยู่ในระดับ “สูง” (High) ขณะที่แรงจูงใจด้านกฎหมายอยู่ในระดับ “ต่ำ” (Low)

ทั้งนี้ ปตท.สผ. เป็นบริษัทธุรกิจต้นน้ำเพียงแห่งเดียวของ ปตท. และมีสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แบบรวมของ ปตท. ประมาณ 60% ในปี 2568

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...