ฟิทช์ ปรับแนวโน้มเครดิต กฟผ.-ปตท.-ปตท.สผ. เป็น “มีเสถียรภาพ” คงอันดับ BBB+
ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ กฟผ. ปตท. และ ปตท.สผ. เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘BBB+’ หลังปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ”
วันที่ 23 กันยายน 2569ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (Long-Term Foreign-Currency Issuer Default Ratings: IDRs) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” ขณะที่ยังคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวของทั้ง 3 หน่วยงานไว้ที่ระดับ ‘BBB+’
การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทยที่ระดับ ‘BBB+’ เป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569
สำหรับ กฟผ. และ ปตท. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนสถานะเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile: SCP) ของทั้งสองบริษัทที่ระดับ ‘bbb+’ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตของประเทศไทย โดยฟิทช์จะจัดอันดับเครดิตของทั้งสองบริษัทในระดับเดียวกับประเทศไทย แม้สถานะเครดิตโดยลำพังจะอ่อนแอลง เนื่องจากประเมินว่าทั้งสองบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับ “แน่นอน” (Virtually Certain) ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับภาครัฐฯ (GRE)
อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของ กฟผ. และ ปตท. ไม่สามารถสูงกว่าอันดับเครดิตของประเทศไทยได้ เนื่องจากไม่มีกลไกที่จำกัดการเข้าถึงเงินสดและสินทรัพย์ของบริษัทโดยภาครัฐฯ
ในส่วนของ กฟผ. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนแรงจูงใจและความรับผิดชอบของภาครัฐในการให้การสนับสนุนในระดับ “สูงมาก” (Very Strong) เนื่องจาก กฟผ. มีบทบาทสำคัญในการให้บริการสาธารณะ โดยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ภาครัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด และภาครัฐเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงกำหนดทิศทางการลงทุนและค้ำประกันหนี้สินบางส่วนของบริษัท
กฟผ. มีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณหนึ่งในสามของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย มีสถานะผูกขาดในธุรกิจระบบส่งไฟฟ้า และเป็นผู้ออกตราสารอ้างอิงในตลาดตราสารหนี้ภายในประเทศ
สำหรับ ปตท. ฟิทช์ระบุว่าอันดับเครดิตสะท้อนแรงจูงใจของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนในระดับ “สูงมาก” (Very Strong) เนื่องจาก ปตท. มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยการผิดนัดชำระหนี้ของ ปตท. อาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับการผลิตไฟฟ้าและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย
นอกจากนี้ ปตท. ยังเป็นผู้ออกตราสารอ้างอิงสำหรับภาครัฐและหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐอื่น ๆ โดยฟิทช์ประเมินความรับผิดชอบของภาครัฐในการให้การสนับสนุนอยู่ในระดับ “สูง” (Strong) จากการที่ภาครัฐถือหุ้น ปตท. ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 63% และมีอำนาจควบคุมด้านยุทธศาสตร์และการตัดสินใจลงทุนที่สำคัญ ขณะที่ยังคงให้ ปตท. ดำเนินธุรกิจในลักษณะเชิงพาณิชย์
ส่วนการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ ปตท.สผ. สะท้อนการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทแม่ คือ ปตท. เนื่องจากฟิทช์จัดอันดับเครดิตของ ปตท.สผ. ในระดับเดียวกับ ปตท. ภายใต้หลักเกณฑ์ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อย (Parent and Subsidiary Linkage Criteria)
ฟิทช์ประเมินว่า ปตท. มีแรงจูงใจด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานในการให้การสนับสนุน ปตท.สผ. อยู่ในระดับ “สูง” (High) ขณะที่แรงจูงใจด้านกฎหมายอยู่ในระดับ “ต่ำ” (Low)
ทั้งนี้ ปตท.สผ. เป็นบริษัทธุรกิจต้นน้ำเพียงแห่งเดียวของ ปตท. และมีสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แบบรวมของ ปตท. ประมาณ 60% ในปี 2568