บอลโลกดันไม่ไหว ต่างชาติเที่ยวสหรัฐฯ ยังลด วีซ่า-ค่าเดินทางกดดันตลาด
สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก และปีนี้ยังมี ฟุตบอลโลก 2026 เป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงถูกจับตาว่ามหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้จะสร้างแรงส่งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด
แต่หลังการแข่งขันผ่านพ้นไป ตัวเลขล่าสุดกลับสะท้อนว่า ฟุตบอลโลกช่วยกระตุ้นตลาดได้เพียงช่วงสั้น ขณะที่ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเผชิญแรงกดดัน
ฟุตบอลโลกหนุนท่องเที่ยวสหรัฐฯ ได้เพียงช่วงสั้น
การแข่งขันฟุตบอลโลกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม 2026 ซึ่งตามปกติมหกรรมกีฬาระดับโลกควรเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ว่า ฟุตบอลโลกช่วยให้เดือนมิถุนายนเป็นหนึ่งในเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดของภาคท่องเที่ยวในช่วงหนึ่งปี แต่ภาพรวมยังไม่สามารถพลิกกลับมาเติบโตได้ตามที่คาดหวัง
ในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 68 ล้านคน ลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังลดลงอีก 4.7%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การแข่งขันฟุตบอลโลกจะสร้างแรงส่งให้การเดินทางในบางช่วง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการชะลอตัวของตลาดต่างชาติในภาพรวม
ฟุตบอลโลกดันการใช้จ่ายเดือนมิถุนายนเพิ่ม 6.2%
ด้านบวกคือ เดือนมิถุนายน 2026 การใช้จ่ายด้านการเดินทางในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ 122,100 ล้านดอลลาร์ หลังได้รับแรงหนุนจากผู้ชมฟุตบอลโลก
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า งานกีฬาขนาดใหญ่สามารถเร่งการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และกิจกรรมต่างๆ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกจำนวนผู้เดินทางสะสมทั้งปีให้กลับมาเติบโต
โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าสหรัฐฯ สามารถจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่เพื่อสร้างความสนใจได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะเปลี่ยนความสนใจนั้นให้กลายเป็น การเดินทางจริงและรายได้ระยะยาว ได้มากเพียงใด
วีซ่านาน-ค่าเครื่องบินสูง กดดันนักท่องเที่ยว
ผู้แทนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ระบุว่า ปัญหาสำคัญมาจาก ระยะเวลารอสัมภาษณ์วีซ่าที่ยาวนาน ค่าโดยสารเครื่องบินสูง และมาตรการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด รวมถึงข้อจำกัดการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวจากบางประเทศ
Reuters รายงานว่า มาตรการเรียกหลักประกันจากนักเดินทางบางประเทศส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ได้รับผลกระทบลดลงถึง 80%
กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า ต้นทุนและความยุ่งยากตั้งแต่ก่อนออกเดินทางสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวได้ทันที
ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศที่เดินทางง่ายกว่า ใช้เวลาในการขอวีซ่าน้อยกว่า และมีต้นทุนการเดินทางต่ำกว่า อาจได้รับประโยชน์ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนจุดหมายได้ หากเห็นว่าค่าโดยสาร ขั้นตอนเข้าประเทศ และต้นทุนรวมไม่คุ้มกับประสบการณ์ที่จะได้รับ
สหรัฐฯ ตั้งเป้าต่างชาติ 100 ล้านคนต่อปี
สมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ ตั้งเป้ายกระดับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 100 ล้านคนต่อปี แต่การขยับจากระดับประมาณ 68 ล้านคน หมายความว่าสหรัฐฯ ต้องแก้โจทย์มากกว่าเพียงการจัดอีเวนต์ใหญ่
ทั้งขั้นตอนวีซ่า ความสะดวกในการเดินทาง ต้นทุน และภาพลักษณ์การต้อนรับนักท่องเที่ยว ล้วนมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ สายการบิน โรงแรม คาสิโน ร้านอาหาร และเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพารายได้จากต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ที่พึ่งพาตลาดแคนาดาและเมืองท่องเที่ยวอย่างลาสเวกัส
ภาพที่เกิดขึ้นจึงชี้ว่า Mega Event อย่างฟุตบอลโลกสามารถสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้ แต่ไม่สามารถทดแทนปัจจัยพื้นฐานของการเดินทางได้ทั้งหมด
การมีอีเวนต์ใหญ่จึงอาจไม่เพียงพอ หากนักท่องเที่ยวยังเผชิญอุปสรรคตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ทั้งวีซ่า ค่าโดยสาร และขั้นตอนเข้าประเทศ เพราะท้ายที่สุดการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้วัดเพียงว่า ใครมีอีเวนต์ใหญ่กว่า แต่ใครสามารถเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการจอง การเดินทาง และรายได้จริงได้มากกว่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับ 3 : ฝรั่งเศส พบ อังกฤษ
- รัฐบาลแนะดูฟุตบอลโลกให้สนุก เตือนแปะลิงก์โฆษณาชักชวนเล่นพนัน โทษหนัก!
- พรีวิว ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดแรก : เกาหลีใต้ พบ สาธารณรัฐเช็ก
- พรีวิว ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดแรก : เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้
- 10 ดาวเด่นที่น่าจับตามองที่สุดในฟุตบอลโลก 2026