โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นับถอยหลัง 1 พ.ย. กฎหมายยิงแอดบังคับใช้ Meta ยันพร้อม แต่แพลตฟอร์มอื่นยังไร้คำตอบ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การนับถอยหลังสู่การบังคับใช้กฎหมายยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาออนไลน์ หรือ e-KYC ในวันที่ 1 พ.ย. 2569 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางคำถามถึงความพร้อมของแพลตฟอร์มดิจิทัลและการบังคับใช้จริง หลังการประชุมตรวจสอบความพร้อมของคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พบว่าแพลตฟอร์มรายใหญ่ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ TikTok, LINE, Meta (Facebook) และ Google ไม่เข้าร่วมประชุม

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองประธาน กมธ.ดีอี โพสต์ผ่าน Facebook ว่า การประชุมเชิญตำรวจไซเบอร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และแพลตฟอร์มรายใหญ่ เพื่อประเมินความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยมีเพียง LINE ส่งหนังสือแจ้งเหตุขัดข้อง พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายได้ทันวันที่ 1 พ.ย. ส่วนแพลตฟอร์มอื่นยังไม่มีข้อมูลยืนยันความพร้อมในการประชุมครั้งนี้

นายภาวุธ ระบุว่า การไม่เข้าร่วมประชุมสร้างความกังวลว่าจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้จริงหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายครอบคลุมผู้ลงโฆษณาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยิงโฆษณาให้เข้าถึงคนในประเทศไทย กมธ.จึงกำชับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), ETDA และตำรวจไซเบอร์ให้เตรียมตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามอย่างจริงจัง พร้อมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ. … เข้าสู่สภา เพื่ออุดช่องโหว่การกำกับดูแล

Meta ยืนยันพร้อมทำตามกฎหมาย ไม่ทิ้ง SME

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี เปิดเผยความคืบหน้าการหารือกับ Meta โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เมื่อวันที่ 23 ต.ค.นี้ เดินหน้าขอความร่วมมือยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ชำระค่าโฆษณา (Ads Payer Verification) ภายใต้แนวคิด “No ID, No Ads. Verify identities. Stop online scams.” หรือไม่มีตัวตน ห้ามลงโฆษณา เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพที่ใช้โฆษณาออนไลน์หลอกลวงประชาชน

ทั้งนี้ Meta ยืนยันพร้อมปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 และจะมีผลบังคับใช้ต้นเดือน พ.ย. นี้ โดยได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการลงโฆษณาในประเทศไทยดำเนินการยืนยันตัวตนบนแพลตฟอร์มให้แล้วเสร็จภายในกำหนด

นอกจากนี้ Meta จะทำงานร่วมกับกระทรวงดีอี และ ETDA เพื่อสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้ผู้ลงโฆษณา โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถยืนยันตัวตนได้ทันเวลาและดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับความปลอดภัยออนไลน์ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางทำธุรกิจ

เปิดข้อบังคับสำคัญก่อนถึงเส้นตาย

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) ลงนามโดยนางวิลาวรรณ มังคละธนะกุล ประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 โดยกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญกำหนดให้แพลตฟอร์มที่ได้รับค่าโฆษณาต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง แม้เคยยืนยันตัวตนแล้ว หากเกิน 1 ปีนับจากครั้งล่าสุดต้องดำเนินการใหม่ โดยทำได้ผ่านการตรวจสอบเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐร่วมกับการตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคล เช่น การเปรียบเทียบใบหน้า หรือผ่านระบบยืนยันตัวตน Digital ID ที่มีระดับความน่าเชื่อถือตามเกณฑ์กำหนด

แพลตฟอร์มยังต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาที่จำเป็นไม่น้อยกว่า 90 วันนับจากสิ้นสุดบริการโฆษณา ครอบคลุมชื่อบุคคลหรือนิติบุคคล หลักฐานแสดงตน และข้อมูลติดต่อที่ใช้งานได้จริง หากมีบุคคลอื่นชำระค่าโฆษณาแทน ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ชำระเงินด้วย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเกิดอาชญากรรม

ดังนั้น เมื่อเหลือเวลาไม่ถึง 10 วัน คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ความพร้อมของแพลตฟอร์มทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการยืนยันจากรายใดรายหนึ่ง ขณะที่ภาครัฐต้องเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องการตรวจสอบและบังคับใช้ เพื่อให้กฎหมายสกัดโฆษณาหลอกลวงได้จริงตั้งแต่วันแรก โดยไม่สร้างอุปสรรคเกินจำเป็นต่อ SME ที่สุจริต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...