โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รพ.ตากสิน ต่อยอดนวัตกรรม Bio-PCM คุมอุณหภูมิส่งเกล็ดเลือด ยกระดับโลจิสติกส์การแพทย์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA โดยบริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด (GTR) ร่วมกับหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ประกาศผลผู้ชนะโครงการ “Up the Phase. Upgrade the World สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต” โดยมีผลงานชนะเลิศประเภท Bio-PCM Frontier Tech (รางวัลสิ่งประดิษฐ์ ชิ้นงานต้นแบบ หรือ งานวิจัยขั้นสูง) ได้แก่ “BioTemp 22 (ENP@R17) นวัตกรรมควบคุมอุณหภูมิ 20-24°C ด้วย Bio-PCM สำหรับการขนส่งเกล็ดเลือด”

ผลงานดังกล่าวเป็นกล่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งเกล็ดเลือด โดย Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) วัสดุชีวภาพที่พัฒนาจากวัตถุดิบ เช่น ปาล์มน้ำมัน มีคุณสมบัติกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา

พัฒนาโดยทีมวิจัยของ EA ผ่าน GTR และได้รับการจดสิทธิบัตรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน Bio-PCM ของ EA ส่งออกไปยังญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมประมาณ 1,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และมีมูลค่าคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการนำงานวิจัยของคนไทยไปสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีตลาดรองรับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศ

นายปราการ สวัสดี นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ สังกัดกลุ่มงานธนาคารเลือด โรงพยาบาลตากสิน เปิดเผยว่า Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) สารเปลี่ยนสถานะที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพ เช่น น้ำมันพืชจากปาล์มหรือถั่วเหลือง ไม่เป็นพิษ ย่อยสลายได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ได้ถูกนำมาต่อยอดสู่การรักษาอุณหภูมิเกล็ดเลือด เพื่อใช้แก้ปัญหาการขนส่ง “เกล็ดเลือด” ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 20-24 องศาเซลเซียส

สารดังกล่าวสามารถเปลี่ยนสถานะ เป็นวัสดุที่ดูดซับ กักเก็บ และปล่อยพลังงานความร้อน เช่น จากของแข็งเป็นของเหลว หรือจากของเหลวกลับเป็นของแข็ง คุณสมบัติดังกล่าวทำให้ Bio-PCM ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เปลี่ยนแปลงไม่มาก แม้อุณหภูมิของสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไป เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น Bio-PCM จะดูดซับความร้อนในช่วงการหลอมละลาย หากอุณหภูมิลดลงวัสดุจะปล่อยพลังงานความร้อนกลับออกมาในช่วงเปลี่ยนสถานะกลับไปเป็นของแข็ง

คุณสมบัตินวัตกรรม Bio-PCM

“แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดเป็น Bio-based Phase Change Materials หรือ Bio-PCM เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนสารเคมีแบบดั้งเดิม ซึ่งข้อมูลจากบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ระบุว่า นวัตกรรม Bio-PCM ได้รับการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้วโดยบริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด โดยถูกนำมาพัฒนาหรือประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ และหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือการนำมาใช้ในธนาคารเลือด”

นายปราการ กล่าวว่า กลุ่มงานธนาคารเลือด โรงพยาบาลตากสิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำงานด้านธนาคารเลือดมาประมาณ 10 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาในการขนส่งเกล็ดเลือดพอสมควร เพราะวิธีเดิมที่ใช้คือการนำน้ำแข็งมาเป็นตัวช่วยควบคุมอุณหภูมิ แต่อุณหภูมิของน้ำแข็งต่ำมาก ต้องใช้ก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กและห่อหุ้มไว้ หรือใช้กระดาษมาช่วยกั้น เพื่อไม่ให้อุณหภูมิภายในกล่องลดต่ำเกินไป

วิธีดังกล่าวทำให้อุณหภูมิภายในกล่องเกิดความผันผวนได้ง่าย หากใช้น้ำแข็งก้อนเล็ก ระยะเวลาในการรักษาความเย็นก็สั้นลง ขณะที่หากใช้น้ำแข็งก้อนใหญ่ อุณหภูมิภายในกล่องอาจต่ำกว่ามาตรฐานที่ต้องการ โจทย์จึงไม่ได้อยู่ที่ “ทำให้เย็น” แต่คือ ทำอย่างไรให้อุณหภูมิอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาการขนส่ง

เข้าไปในกล่องแล้วทดลองขนส่งทันที จำเป็นต้องผ่านกระบวนการหาปริมาณที่เหมาะสมกับกล่องที่ใช้งานจริงให้เหมาะสม

“แม้จะรู้ว่า Bio-PCM สามารถช่วยรักษาอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียสได้ แต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้วัสดุดังกล่าวทำงานร่วมกับกล่องขนส่งที่ใช้อยู่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในช่วงแรกถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก การทดลองต้องเริ่มจากการปรับปริมาณ Bio-PCM หากใส่มากเกินไป อุณหภูมิก็เย็นเกินไป ขณะที่หากใส่น้อยเกินไป ก็ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ตามต้องการ”

โดยวิธีคือปรับปริมาณซ้ำ ๆ จนพบปริมาณที่เหมาะสมกับกล่อง เมื่อได้ปริมาณที่ต้องการแล้ว จึงนำไปทดสอบซ้ำอีกครั้ง เพื่อดูว่าสามารถรักษาอุณหภูมิได้จริงและให้ผลที่ทำซ้ำได้หรือไม่ และการทดสอบไม่ได้ใช้เกล็ดเลือดที่ยังใช้งานกับผู้ป่วยโดยตรง แต่ใช้เกล็ดเลือดที่หมดอายุแล้วเป็นตัวจำลองการขนส่ง เพื่อประเมินการควบคุมอุณหภูมิภายในกล่อง รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งต่าง ๆ ภายในกล่องว่ามีจุดอับอุณหภูมิหรือไม่

การต่อยอดทางเศรษฐกิจจาก Bio-PCM

สำหรับผลการทดลองทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ตั้งแต่การทดลองหาปริมาณ Bio-PCM ที่เหมาะสมกับกล่อง ไปจนถึงการทดสอบซ้ำ โดยการทดสอบแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง รวมระยะเวลาทดสอบประมาณ 6 วัน ปรากฎว่าตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส และไม่มีช่วงใดที่อุณหภูมิหลุดออกจากช่วงที่กำหนด กลายเป็นต้นแบบการควบคุมอุณหภูมิที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

นายปราการ กล่าวว่า Bio-PCM นับได้ว่าแตกต่างจากวัสดุควบคุมอุณหภูมิทั่วไป และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงปลายทางอย่างโรงพยาบาลเท่านั่น หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถพัฒนาและนำมาใช้ได้จริง โรงพยาบาลจะมีทางเลือกในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันกระบวนการผลิต Bio-PCM ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติยังสามารถเชื่อมโยงกลับไปถึงเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน กลายเป็นห่วงโซ่ที่เชื่อมตั้งแต่ เกษตรกร–ผู้ผลิต Bio-PCM–โรงพยาบาล–ธนาคารเลือด–ผู้ป่วย

“ประโยชน์ที่เราคาดหวัง ไม่ได้วัดเพียงต้นทุนของกล่องหรือวัสดุควบคุมอุณหภูมิสำหรับธนาคารเลือด แต่คือความมั่นใจว่าเกล็ดเลือดที่ถูกขนส่ง จะได้รับการรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาการเดินทาง ซึ่งในระดับโรงพยาบาลสามารถนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดได้ แต่หากขยับไปสู่การใช้งานในระดับที่ใหญ่ขึ้น ก็จำเป็นต้องทดสอบใหม่ โดยเฉพาะเมื่อขนาดกล่องและปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ขนส่งเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ Bio-PCM อาจมีประโยชน์สำหรับ “ศูนย์บริการโลหิต” ซึ่งใช้ระบบขนส่งในขนาดใหญ่กว่าโรงพยาบาล รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ที่ให้บริการขนส่งเลือดที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับระบบขนส่งผลิตภัณฑ์เลือดในอนาคต

ทั้งนี้ แนวคิดของ EA ยังได้วาง Bio-PCM ไว้ว่าไม่เพียงแต่สามารถใช้งานด้านการแพทย์เท่านั่น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้ เช่น สิ่งทอ ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิของเสื้อผ้าให้เปลี่ยนแปลงน้อยลงเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน และ อุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่สามารถนำ PCM มาใช้ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร ลดภาระของระบบปรับอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย

เรียกได้ว่าเป็นการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาพัฒนาเป็นนวัตกรรม ส่งต่อไปยังโจทย์การใช้งานจริง ตั้งแต่ภาคเกษตร ภาคการผลิต ไปจนถึงระบบสาธารณสุข ในอนาคตอาจขยายบทบาทจากต้นแบบในธนาคารเลือด ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในวงกว้างได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...