โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นายกฯ’ไฟเขียว ม็อบกํานันมะโน ชุมนุมตามสิทธิ

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิด กม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล “ปลัด สปน.” ส่งเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องร้องเรียน เชื่อยังคุยกันได้ เผยมีเรื่องเข้าอนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรมแล้วเกือบ 30 คำร้อง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบทำเนียบรัฐบาล ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยนายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย ในฐานะแกนนำแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) ประกาศเคลื่อนไหวหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 7 พ.ย.ว่า ไม่ทราบเลย ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจความรับผิดชอบที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ รัฐบาลก็เหมือนกัน ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะความคิดเห็น ตามสิทธิที่ประชาชนมีอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เราไปห้ามอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มวลชนระบุว่าจะค้างคืนรอยื่นข้อเสนอ นายกฯ กล่าวว่า ก็อยู่ในสิทธิหรือเปล่า ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเปล่า ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า หากพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม ผู้ที่มีรายชื่อขอนิรโทษกรรมแต่มาเข้าร่วมชุมนุมด้วย จะถูกตัดสิทธิ์อะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ถามผมก็ตอบลำบาก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของศาล เรื่องคำพิพากษา ผมไม่ก้าวล่วง ผมรับผิดชอบในส่วนของอำนาจบริหาร เรามี 3 อำนาจ บริหารนิติบัญญัติ และตุลาการ ซึ่งเป็น 3 อำนาจของระบอบประชาธิปไตยของเรา ผมรับผิดชอบสูงสุดทางด้านบริหาร และ 3 อำนาจนี้ส่วนมากจะไม่ก้าวก่ายอำนาจกัน"

ถามว่า เมื่อเป็นม็อบการเมืองจะตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงด้วยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานความมั่นคงต่างๆ แต่ถ้าอยู่ภายใต้กฎหมายชุมนุมด้วยเหตุและผล ด้วยความสงบ ด้วยสันติ ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับบุคคลทั่วไป เราก็ไม่ไปสืบสาวว่าจะมีท่อน้ำเลี้ยงหรือมีอะไรหรือไม่ ขอให้อยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าภายใต้กฎหมายทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำได้

ด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 822/2569 เรื่องการประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ตามมาตรา 7 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 20 พ.ย.2569 เวลา 24.00 น. เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ และเพื่อให้การจัดการชุมนุมสาธารณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยนายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อ.เมืองฯ จ.กระบี่ เตรียมเคลื่อนไหวทางการเมืองปักหลักชุมนุมด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล กดดันให้แก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองครองชีพว่า สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล และหลังจากรับเรื่องมาแล้วจะนำมาวิเคราะห์ถึงปัญหาต่างๆ ก่อนนำเสนอรัฐบาลต่อไป และหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด จะส่งไปยังหน่วยงานนั้น แต่ยืนยันว่าการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชนยังสมารถทำได้ตามปกติ ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องตลอดเวลา หรือหากต้องการร้องเรียนสามารถโทร.ผ่านสายด่วน 1111 ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

นายฉัตรชัย ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ และเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ได้มีการประชุมของอนุกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ส่วนอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ที่ตนเป็นประธาน จะมีการประชุมกันในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะนำผลการประชุมของอนุกรรมการ 2 ชุดเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ยืนยันว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ภายในเดือน พ.ย.นี้ แต่ขอสรุปผลการประชุมของอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดให้เรียบร้อยก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคำร้องเข้ามาสู่อนุกรรมการทั้ง 2 ชุดเท่าใด นายฉัตรชัยกล่าวว่า เท่าที่ทราบมีเกือบ 30 คำร้อง โดยมีคำร้องที่หลากหลาย ซึ่งอนุกรรมการกลั่นกรองจะตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่

ขณะที่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมกับกล่าวว่า แม้ความผิดตามมาตรา 112 จะถูกยกเว้นไว้อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่เป็นการยกเว้นเฉพาะเรื่องการนิรโทษกรรม ตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถพิจารณามาตรการอื่นได้ โดยกฎหมายยังเปิดช่องให้มีการบริหารจัดการโทษ การแยกการคุมขัง การให้สิทธิประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย

"ยิ่งทอดเวลาไป นั่นแปลว่าเขาก็จะเสียสิทธิ เพราะเขายังอยู่ในเรือนจำ เขาเองก็ยังถูกลงโทษ เราไม่ได้บอกว่ายกโทษให้ แต่มันมีการบริหารโทษได้" นายเทวฤทธิ์กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...