GPSC ผนึกพันธมิตรเกาหลีใต้ลุยศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รับแผน PDP 2026
GPSC ขยายความร่วมมือกับ KHNP เกาหลีใต้ ศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR รองรับแผน PDP 2026 ที่ตั้งเป้ากำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593 พร้อมเปิดทางศึกษาหลากหลายเทคโนโลยี ลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์
วันที่ 29 ก.ย.2569 นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยว่า ทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ภาครัฐมีแนวทางสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้ากำลังผลิตพลังงานสะอาดมากกว่า 50,000 เมกะวัตต์
GPSC ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและนวัตกรรมพลังงาน มีความพร้อมเข้าร่วมพัฒนาตามแผนดังกล่าว โดยเฉพาะเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในระยะยาว โดยตามแผนมีเป้าหมายกำลังผลิต SMR รวม 9,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593
สำหรับระยะแรกมีแผนพัฒนากำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ในปี 2580 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการนำร่อง ขณะที่การพัฒนาโครงการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและอนุญาตพื้นที่ก่อสร้างของภาครัฐ
ขยายพันธมิตร KHNP เสริมองค์ความรู้ SMR
ล่าสุด GPSC ได้ขยายความร่วมมือกับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) บริษัทในกลุ่ม Korea Electric Power Corporation (KEPCO) จากเกาหลีใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ การก่อสร้าง และการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าและโครงการพลังงานในหลายประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ GPSC เข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลทางเทคนิค และประสบการณ์จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เพื่อนำมาใช้ประกอบการศึกษาแนวทางพัฒนา SMR ในประเทศไทย รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และความพร้อมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า SMR
ขณะเดียวกัน GPSC ยังเดินหน้าศึกษาศักยภาพพื้นที่ในประเทศไทยสำหรับติดตั้ง SMR ผ่านกรอบความร่วมมือกับพันธมิตรจากเกาหลีใต้ โดยพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโครงการในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการสำรวจแนวทางจัดตั้งบริษัทหรือกลไกสำหรับพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน SMR เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ GPSC ยังได้ร่วมมือกับ Seaborg Technologies ApS ผู้พัฒนาเทคโนโลยี SMR จากประเทศเดนมาร์ก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยโครงการศึกษามีกำหนดระยะเวลาประมาณ 4 ปี ระหว่างปี 2567-2570
เปิดทางเลือกหลายเทคโนโลยี ลดความเสี่ยง
GPSC ระบุว่า แนวทางการพัฒนา SMR จะใช้รูปแบบการกระจายทางเลือกด้านเทคโนโลยี โดยไม่จำกัดการศึกษาไว้กับเทคโนโลยีหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปิดโอกาสศึกษาความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายประเทศ ทั้งเกาหลีใต้และเดนมาร์ก เพื่อประเมินเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
แนวทางดังกล่าวยังช่วยให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ต้นทุน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ก่อนตัดสินใจพัฒนาโครงการในเชิงพาณิชย์
สำหรับแผนธุรกิจภายใต้ PDP 2026 GPSC ตั้งเป้าสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยตั้งเป้าลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนลง 35% ภายในปี 2573 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตการลงทุนมากกว่า 40% ภายในปี 2578
บริษัทระบุว่า ในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตขึ้นมาแล้ว 10% และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนได้ภายในปี 2573
4 แนวทางลดคาร์บอน เดินหน้าพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ GPSC วาง 4 แนวทางหลักในการลดการปล่อยคาร์บอน ได้แก่
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ปัจจุบันสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 90,000 ตันต่อปี
- ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน โดยมีการขยายการลงทุนในประเทศอินเดีย และมีกำลังผลิตรวมประมาณ 8,000 เมกะวัตต์
- พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน ไฮโดรเจน รวมถึงการใช้แอมโมเนียเผาร่วมกับถ่านหิน
- ซื้อขายคาร์บอนเครดิตและการชดเชยการปล่อยคาร์บอน ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ
การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจากเกาหลีใต้และเดนมาร์กจึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง GPSC ในการสร้างทางเลือกด้านเทคโนโลยี SMR และเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร องค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับทิศทางพลังงานสะอาดของไทยในระยะยาว