‘ภราดร’ เหน็บฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี เป็น ‘บันเทิงธิปไตย’ มั่นใจรัฐบาลแจงได้ทุกประเด็น
‘ภราดร’ เหน็บฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี เป็น ‘บันเทิงธิปไตย’ ชี้กล่าวหารุนแรงต้องมีหลักฐานรองรับ มั่นใจรัฐบาลแจงได้ทุกประเด็น ย้ำ สส. มีเอกสิทธิ์ลงมติ เตือนอย่าพาดพิงคนนอกให้เสียหาย พร้อมขอแบ่งเวลาให้รัฐมนตรีชี้แจงอย่างเป็นธรรม
วันนี้ (9 ต.ค. 69) เวลา 09.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวน 18 คนว่า เชื่อว่าทางนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 และกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ สส. ได้เคร่งครัดคือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย อย่างไรก็ตาม ขอให้ทำตามข้อบังคับ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุว่าต้องการกินรวบประเทศ ถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ตามญัตติและตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 หน้าที่ของฝ่ายค้านคือการกล่าวหารัฐบาล ในส่วนของรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีมีหน้าที่ชี้แจง สุดท้ายการลงมติเป็นเรื่องของ สส. แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ และตามธรรมเนียมปกติของการอภิปรายตามมาตรา 151 ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน
ส่วนคำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านที่เหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรงนั้น นายภราดรกล่าวว่า “ก็ดี บันเทิงธิปไตยเป็นแบบไหนก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น” เมื่อถามว่า การยื่นอภิปราย 18 คน ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย”
เมื่อถามอีกว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “เป็นสิทธิ์ของเขา” เมื่อถามว่า มั่นใจในเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่าการตัดสินใจของ สส. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง ซึ่งการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมืองหรือมติวิปใด ๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส. ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส. เมื่อฟังทั้งสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง”
ส่วนการยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส. ของพรรคกล้าธรรมลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส. ไม่ว่าพรรคไหน มีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “ทั้งหมดดำเนินการตามข้อบังคับ”
สำหรับจำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วัน นายภราดรกล่าวว่า “ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3–4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย”
ส่วนจะมีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด นายภราดรกล่าวว่า “หนังซ้ำนี่”