โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจคนไทยบนไฟล์ทบินฟลายดูไบ เล่าวินาทีระทึก เครื่องดิ่ง 2 ครั้ง ก่อนลงจอดฉุกเฉิน

Khaosod

อัพเดต 08 ต.ค. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. เวลา 10.29 น.

เปิดใจผู้โดยสารไทยบน Flydubai FZ1073 เล่าวินาทีระทึกเครื่องดิ่ง 2 ครั้ง ผู้โดยสารร้องไห้-ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากห้องนักบิน ก่อนลงฉุกเฉิน

จากกรณีเที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ ซึ่งเดินทางจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ก่อนเกิดเหตุรุนแรงบริเวณห้องนักบิน และต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินที่เมืองทาบูก ประเทศซาอุดีอาระเบีย

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 8 ต.ค.2569 นายวีระวัฒน์ ผู้โดยสารชาวไทยที่อยู่บนเที่ยวบินดังกล่าว เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ตนเดินทางกลับไปยังประเทศอิสราเอล หลังเดินทางมาพักร้อนที่ประเทศไทย โดยเครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงเวลาประมาณ 01.45 น.ของวันที่ 30 ก.ย.ตามเวลาไทย เดินทางด้วยสายการบินเอมิเรตส์ไปยังนครดูไบ ก่อนเปลี่ยนเครื่องเป็นสายการบินฟลายดูไบ เพื่อเดินทางต่อไปยังเทลอาวีฟ

เมื่อถึงดูไบประมาณ 05.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้เปลี่ยนเครื่อง และขึ้นเที่ยวบิน FZ1073 โดยช่วงแรกทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีสัญญาณผิดปกติ และเจ้าตัวนั่งอยู่บริเวณกลางลำ ใกล้โซนประตูฉุกเฉิน กระทั่งเครื่องบินออกจากดูไบ ได้ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ลูกเรือแจกอาหารให้ผู้โดยสารรับประทาน หลังรับประทานอาหารเสร็จประมาณ 2-3 นาที จู่ ๆ เครื่องบินก็เกิดอาการดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

นายวีระวัฒน์ เผยอีกว่า เครื่องบินดิ่งลง 2 ครั้งติดต่อกัน โดยครั้งแรกกินเวลาประมาณ 10 วินาที ก่อนจะเกิดครั้งที่สองตามมา ทำให้ผู้โดยสารบนเครื่องตกใจอย่างมาก

ขณะนั้นหลายคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่ผู้หญิงและเด็กบางส่วนร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เครื่องดิ่งซ้ำอีกหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น มีผู้โดยสารชายคนหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าเครื่อง ใกล้โซนชั้นธุรกิจ และห้องน้ำที่ติดกับห้องนักบิน บอกว่าได้ยินเสียงคล้ายการต่อสู้ หรือเสียงขอความช่วยเหลือจากบริเวณห้องนักบิน จึงเรียกผู้โดยสารที่เป็นทหาร หรือตำรวจให้เข้าไปช่วย โดยมีผู้โดยสารประมาณ 2-3 คนวิ่งไปบริเวณด้านหน้า

ขณะที่ตนซึ่งนั่งอยู่บริเวณกลางลำ มองเห็นเพียงผู้โดยสารวิ่งไปด้านหน้า เนื่องจากมีม่านกั้น จึงไม่ได้เห็นเหตุการณ์ภายในห้องนักบินโดยตรง

ต่อมาผู้โดยสารที่นั่งอยู่ใกล้กันพยายามบอกว่า อาจเกิดเหตุลักษณะคล้ายการจี้เครื่องบิน แต่ในขณะนั้นตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัด จนกระทั่งเครื่องบินลงจอด และผู้โดยสารถูกนำเข้าไปพักในอาคารผู้โดยสาร ตนจึงติดต่อครอบครัวและแฟนสาว ก่อนทราบว่าข่าวในประเทศไทยรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ทำให้รู้สึกตกใจมาก เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ภายในห้องนักบินรุนแรงถึงขั้นไหน

สำหรับเหตุการณ์ภายในห้องนักบิน รายงานจากหลายสำนักระบุว่า กัปตันได้รับบาดเจ็บจากการถูกผู้ช่วยนักบินทำร้าย ก่อนเกิดความพยายามเข้าควบคุมเครื่องบิน ขณะที่กัปตันสามารถเปิดประตูห้องนักบิน และมีผู้โดยสาร ลูกเรือ รวมถึงนักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินดังกล่าว เข้าไปช่วยควบคุมสถานการณ์จนเครื่องสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งตนยอมรับว่า ตัวเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์ภายในห้องนักบิน จึงไม่สามารถยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับการต่อสู้ หรือผู้ที่ควบคุมเครื่องบินได้ด้วยตัวเอง แต่ทราบข้อมูลจากข่าวที่เผยแพร่ หลังจากนั้น เครื่องบินได้เปลี่ยนเส้นทาง ไปลงจอดฉุกเฉินที่สนามบิน ในเมืองทาบูก ประเทศซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่น่ากังวลที่สุด คือหลังจากสามารถควบคุมสถานการณ์บนเครื่องได้แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถึงเกือบครึ่งชั่วโมง ในการหาสนามบินเพื่อจอดฉุกเฉิน เพราะทุกคนยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เมื่อเครื่องบินแตะพื้น ทุกคนบนเครื่องต่างปรบมือ และแสดงความดีใจ เพราะรู้สึกโล่งใจที่สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย หลังลงจอดที่ซาอุดีอาระเบีย ตนและผู้โดยสารต้องอยู่ที่สนามบินประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์เข้ามาดูแล มีการนำอาหาร น้ำ และขนมมาให้ผู้โดยสาร รวมถึงตรวจอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการช็อก

จากภาพที่บันทึกไว้ พบทั้งกัปตัน ผู้ช่วยนักบิน ลูกเรือ และผู้โดยสารบางส่วนได้รับบาดเจ็บ โดยมีผู้ที่ศีรษะแตกจากเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับกัปตันของเที่ยวบิน มีรายงานภายหลังว่า ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง และต้องเข้ารับการรักษา ขณะที่ผู้โดยสาร และบุคคลอื่นบนเครื่อง ได้เข้าไปช่วยเหลือบริเวณห้องนักบิน

นายวีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ปกติตนเดินทางด้วยเครื่องบิน ระหว่างไทยและอิสราเอลอยู่บ้าง แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงลักษณะนี้มาก่อน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากการเจอหลุมอากาศทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะหลุมอากาศจะทำให้เครื่องสั่นหรือกระตุก ขณะที่ครั้งนี้เป็นความรู้สึกเหมือนเครื่องบินดิ่งหัวลงอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ตลอดการเดินทาง ตนคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลา จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนสภาพจิตใจหลังเหตุการณ์ ตนเผยว่า ในช่วงวันแรกและวันที่สองยังรู้สึกหวาดกลัวและคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด มีนอนไม่หลับบ้าง แต่ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อถามว่าหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังกลัวการขึ้นเครื่องบินหรือไม่ นายวีระวัฒน์ ระบุว่า ยังคงเชื่อมั่นในความปลอดภัยของสายการบิน และไม่ได้รู้สึกกลัวการเดินทางด้วยเครื่องบินมากนัก เพราะมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าและเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ติดต่อเข้ามาสอบถามและติดตามสถานการณ์แล้ว ทำให้รู้สึกโล่งใจและอุ่นใจมากขึ้น พร้อมขอบคุณทางสถานทูตที่ให้ความห่วงใยและติดตามความปลอดภัยของคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดใจคนไทยบนไฟล์ทบินฟลายดูไบ เล่าวินาทีระทึก เครื่องดิ่ง 2 ครั้ง ก่อนลงจอดฉุกเฉิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...