โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 20.51 จุด ฟื้นตัวหลังบอนด์ยีลด์ชะลอ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ดาวโจนส์" ปิดบวกเล็กน้อย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ขณะนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ที่จะเปิดเผยวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,926.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.51 จุด หรือ 0.04% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,666.45 จุด เพิ่มขึ้น 14.91 จุด หรือ 0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,871.60 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.04%

ดาวโจนส์

ช่วงแรกของการซื้อขาย ดาวโจนส์ดิ่งลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5.327% สูงสุดในรอบ 24 ปี จากแรงเทขายพันธบัตรอย่างหนัก ทำให้นักลงทุนกังวลต่อต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ตลาดยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น หลังจีนประกาศระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค. ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.71% ปิดที่ 92.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 4.37% ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์ปรับตัวลงในเวลาต่อมา หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อพันธบัตร ขณะที่ถ้อยแถลงของฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังเพิ่งปรับขึ้น 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ลดลง 0.10% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2568 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีและ 30 ปี ลดลง 0.05% และ 0.03% ตามลำดับ

นอกจากนี้ นักลงทุนปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนต.ค. หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด โดยข้อมูล CME FedWatch ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนต.ค.เพียง 28.2% ลดลงจาก 68.6% ก่อนหน้านี้

หุ้นใน S&P500 ปิดลบ 6 จาก 11 กลุ่ม โดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ลดลง 1.30% และกลุ่มบริการด้านการสื่อสารลดลง 1.20% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด 1.92% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น 0.8% และหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 1% โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการของ Accenture ขณะที่หุ้น Accenture พุ่งขึ้น 15.78% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ตลอดปีสูงกว่าที่ตลาดคาด

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ 197,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 200,000 ราย

ขณะที่สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย.ลดลงสู่ 54.5 จาก 54.6 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าคาดที่ 54.8 แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งสะท้อนว่าภาคการผลิตยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นักลงทุนยังจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่จะเปิดเผยในวันนี้ (2 ต.ค.) โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการจ้างงานเดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่ง ลดลงจาก 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ขณะที่คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 4.1%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...