โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ศุภชัย" โต้ "สาธิต" แก้กฎหมาย สสส. ไม่ใช่การทำลาย! ยันยึดวินัยการคลัง ไม่เคยคิดยุบ-ยึดเงินภาษีประชาชน

สยามรัฐ

อัพเดต 43 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 26 ต.ค.69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suphachai Jaismut ระบุว่า…

ถึงคุณสาธิต ปิตุเตชะ — การแก้กฎหมาย สสส. ไม่ใช่การทำลาย สสส. ผมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกของคุณสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายแหล่งรายได้ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แล้ว ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้เสนอร่างกฎหมาย ผมขอชี้แจงว่า ผมไม่ได้ปฏิเสธคุณประโยชน์ของ สสส. ความสำเร็จของระบบสาธารณสุขไทย หรือความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ต้องแยกให้ชัดว่า การสนับสนุนภารกิจสร้างเสริมสุขภาพ กับการคงรูปแบบการจัดเก็บและจัดสรรเงินภาษีแบบเดิม เป็นคนละเรื่องกัน ประการแรก การแก้ไขแหล่งรายได้ไม่ใช่การแทรกแซงการบริหาร สสส. ร่างกฎหมายมุ่งปรับปรุงแหล่งรายได้และกระบวนการจัดสรรเงินให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลัง มิได้เปลี่ยนโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ หรือเข้าไปควบคุมการบริหาร สสส. การเปลี่ยนวิธีจัดสรรงบประมาณจึงไม่ได้ทำให้ สสส. สูญเสียความเป็นอิสระโดยอัตโนมัติ ประการที่สอง วินัยการเงินการคลังไม่ใช่การตัดงบประมาณ เงินภาษีทุกจำนวนคือเงินประชาชน จึงต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งบาทหรือสี่พันล้านบาท การทบทวนระบบรายได้ไม่ได้หมายถึงการยุติการสนับสนุน สสส. รัฐยังจัดสรรงบประมาณได้ตามความจำเป็นและประโยชน์สาธารณะ หากปรับระบบภาษีสรรพสามิต ก็ควรออกแบบให้รายได้รัฐไม่ลดลงและไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการสุราหรือยาสูบ ประการที่สาม อย่าทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ารัฐบาลต่อต้าน สสส. การเสนอร่างกฎหมายเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่ใช่หลักฐานว่ารัฐบาลต้องการขัดขวางงานสร้างเสริมสุขภาพ ควรแยกบทบาทของผู้เสนอร่างกฎหมาย รัฐบาล และรัฐสภาให้ชัดเจน ไม่ควรนำมาเชื่อมโยงจนประชาชนเข้าใจผิด ประการที่สี่ การรับงบประมาณรัฐไม่ได้ทำลายความเป็นอิสระ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพต่างได้รับงบประมาณแผ่นดิน แต่ยังมีอำนาจหน้าที่และโครงสร้างตามกฎหมายของตนเอง ความเป็นอิสระจึงต้องเกิดจากกฎหมายและหลักประกันในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่จากการได้รับเงินภาษีโดยไม่ผ่านการพิจารณางบประมาณประจำปีเพียงอย่างเดียว ประการที่ห้า กฎหมายวินัยการเงินการคลังต้องได้รับการเคารพ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 วางหลักเกี่ยวกับการเสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อใช้จ่ายเฉพาะกิจ ขณะที่มาตรา 82 มีบทเฉพาะกาลรองรับกฎหมายเดิม ผมไม่ได้กล่าวว่าระบบรายได้ปัจจุบันของ สสส. ผิดกฎหมาย แต่การที่กฎหมายเดิมได้รับการรองรับ ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามรัฐสภาพิจารณาทบทวน กฎหมายที่แก้ไขได้ตามรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่ใช่กฎหมายที่ใครจะผูกขาดมิให้แก้ไข การเสนอร่างกฎหมาย การไม่เห็นชอบ หรือการปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการ ล้วนเป็นกระบวนการประชาธิปไตยตามปกติ ประการที่หก WHO ให้ข้อเสนอแนะได้ แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจแทนรัฐสภาไทย ผมเคารพ WHO และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ต้องแยกข้อเสนอแนะทางวิชาการออกจากอำนาจตัดสินใจทางกฎหมาย ประเทศไทยรับฟัง WHO ได้ แต่การกำหนดภาษี งบประมาณ และกฎหมาย ต้องเป็นไปตามอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญไทย การได้รับการยอมรับจากนานาชาติไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุปิดกั้นการทบทวนกฎหมายภายในประเทศ ประการที่เจ็ด การตรวจสอบ สสส. และการปฏิรูปแหล่งรายได้ทำควบคู่กันได้ การตรวจสอบการใช้จ่ายกับการทบทวนโครงสร้างรายได้เป็นคนละเรื่อง และจำเป็นทั้งคู่ การตรวจสอบย้อนหลังไม่ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับระบบจัดสรรเงินในอนาคต ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแหล่งรายได้ก็ไม่อาจทดแทนการตรวจสอบประสิทธิภาพและความโปร่งใสได้ ประชาชนควรได้รับทั้งระบบการเงินที่ตรวจสอบได้และงานสร้างเสริมสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ การปกป้อง สสส. ไม่ได้หมายความว่าต้องปกป้องกฎหมายเดิมทุกมาตรา การสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องคงรูปแบบการจัดสรรเงินเดิมตลอดไป การแก้ไขกฎหมายไม่ใช่การทำลายองค์กร และการรักษาวินัยการเงินการคลังไม่ใช่การต่อต้านงานสาธารณสุข หากเห็นว่าร่างกฎหมายมีข้อบกพร่อง ขอให้ชี้เป็นรายมาตราและเสนอแนวทางแก้ไข ผมพร้อมรับฟัง แต่ไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าการทบทวนแหล่งรายได้จะทำลายความเป็นอิสระของ สสส. หรือทำให้รัฐยุติการสนับสนุนสุขภาพประชาชน ผมเสนอแก้กฎหมาย ไม่ได้เสนอให้ยุบ สสส. ผมเสนอทบทวนระบบรายได้ ไม่ได้เสนอให้ยุติการสนับสนุนสุขภาพประชาชน ผมเสนอให้เคารพวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้เสนอให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงการบริหาร สสส. ขอให้โต้แย้งกันด้วยเนื้อหากฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะสิ่งที่ต้องรักษาคือประโยชน์ของประชาชน ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และความรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประเทศ ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผู้เสนอร่างกฎหมายแก้ไขแหล่งรายได้ สสส.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...