ภูเก็ตกำลังกลายเป็นเมืองแบบไหน? เปิดอินไซต์อสังหาฯกลยุทธ์ 15 ปี แสนสิริ กับ พูลวิลล่าแรกของแบรนด์
หากตัดภาพ “กรุงเทพมหานคร” ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่อัดแน่นไปด้วยแหล่งงานและโอกาส แล้วตั้งคำถามว่าเมืองใดในประเทศไทยอีกบ้าง ที่มีศักยภาพพอจะนิยามตัวเองว่า “มหานคร” ได้อย่างเต็มปาก ชื่อแรกและชื่อเดียวที่ถูกหยิบยกขึ้นมา อย่างมีน้ำหนักที่สุดในเวลานี้ ย่อมหนีไม่พ้น “ภูเก็ต”
ปัจจุบัน “เกาะภูเก็ต” กำลังก้าวข้ามภาพจำของคำว่า “ไข่มุกอันดามัน” เมืองตากอากาศชายทะเลชื่อดังระดับโลก ไปสู่การเป็น Self-Sustaining International Destination หรือ มหานครที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การแพทย์ และคุณภาพชีวิต
สัญญาณการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ปรากฏชัดเจนขึ้นมาก หลังยุคโควิด-19 เมื่อภูเก็ตกลายเป็นเป้าหมายการย้ายถิ่นฐานของประชากรคุณภาพสูงจากทั่วโลก (Family Relocation) สะท้อนผ่านตัวเลขโรงเรียนนานาชาติบนเกาะ ที่ขยายตัวพุ่งพรวดถึง 51% ในช่วงเวลาเพียง 3 ปี ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติเปิดทำการถึง 19 แห่ง รองรับนักเรียนมากกว่า 5,000 คนจากกว่า 50 สัญชาติ
ตัวเลขนี้กลายเป็นดัชนีชี้วัดว่า ชาวต่างชาติไม่ได้มาภูเก็ตเพื่อท่องเที่ยวชั่วคราวอีกแล้ว แต่พาครอบครัวและหอบบุตรหลานมาลงหลักปักฐานใช้ชีวิตจริง
Thairath Money ลงพื้นที่สำรวจชีพจรเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตล่าสุด มีโอกาสสนทนากับ “ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ” กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้เล่นเบอร์หนึ่งที่ปักหลักทำธุรกิจบนเกาะแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 15 ปี (นับตั้งแต่ปี 2011)
ผู้ซึ่งมองเห็นพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเกาะนี้ ตั้งแต่ยุคท่องเที่ยวคลาสสิก จนถึงวันที่เกาะแห่งนี้กำลังถูกท้าทายด้วยทั้ง "โอกาสมหาศาล" และ "ความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม"
เจาะทำเล โอกาสการลงทุน
ทั้งนี้ ปัจจุบันแต่ละพื้นที่ของภูเก็ตแบ่งคาแรกเตอร์อย่างชัดเจนในแง่การท่องเที่ยวและการอยู่อาศัย
- ในทอน - ในยาง - ไม้ขาว: โซนท่องเที่ยวสงบ ใกล้สนามบินนานาชาติ เน้นความเงียบสงบและธรรมชาติ
- ลายัน: ย่านพักอาศัยระดับบนของกลุ่มมหาเศรษฐี (HNWIs) และ Luxury Living
- เชิงทะเล - บางเทา: ทำเล Hot ที่สุดสำหรับโครงการใหม่และเป็นจุดสนใจอันดับหนึ่งของนักลงทุนทั่วโลก
- กมลา: โซน Branded Residence ริมชายฝั่งทะเล
- ป่าตอง: เมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ศูนย์รวมความบันเทิงและแสงสี
- กะรน - กะตะ: ทำเลคอนโดมิเนียมและการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง
- ราไวย์ - ในหาน - ฉลอง: ย่านที่อยู่อาศัยจริงของกลุ่ม Long-stay, Second Home และ Expat รุ่นบุกเบิก
- เกาะแก้ว - กะทู้ - เมืองภูเก็ต: ศูนย์กลางการอยู่อาศัยของคนท้องถิ่น แหล่งงาน โรงเรียน และเมืองบริการ
ความหลากหลายของทำเล ยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้เช่ากลุ่มใหม่อย่าง "ดิจิทัลโนแมด" (Digital Nomads) ที่เข้ามาเสริมทัพนักท่องเที่ยวทั่วไป คนกลุ่มนี้มีกำลังจ่ายสูง ต้องการที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ Work from Anywhere มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเปลี่ยนรูปแบบการเช่าคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ในภูเก็ตให้กลายเป็นการลงทุนที่ร้อนแรงอย่างยิ่ง
ข้อมูลจากทีมงานแสนสิริ สะท้อนว่า คอนโดมิเนียมขนาดประมาณ 49 ตร.ม. ในทำเลศักยภาพ สามารถทำอัตราค่าเช่าปกติได้ถึง 45,000 – 60,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ห้องขนาด 60 ตร.ม. (2 ห้องนอน) ในช่วงไฮซีซัน อัตราค่าเช่าพุ่งทะยานไปแตะระดับ 120,000 – 150,000 บาทต่อเดือน
ยิ่งในช่วงที่มีบิ๊กอีเวนต์ระดับโลกมาปักหมุด เช่น งานเทศกาลดนตรี EDC Thailand 2026 ค่าเช่ารายวันของยูนิตเหล่านี้ถูกจองเต็มด้วยราคาพุ่งสูงถึง 15,000 – 20,000 บาทต่อคืน ตัวเลขผลตอบแทนที่หวือหวาเช่นนี้ กำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งกรุงเทพฯ และต่างชาติเข้ามาช่วงชิงอย่างดุเดือด
พูลวิลล่า “เชิงทะเล” ฮับไลฟ์สไตล์หรูที่ค่าเช่าพุ่งทะลุครึ่งล้าน
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่สุดของเกาะภูเก็ตเวลานี้ ส่องตรงไปที่ ทำเล “เชิงทะเล - บางเทา” ซึ่งถูกขนานนามให้เป็น Luxury Lifestyle Corridor ที่มีชีวิตชีวาและเติบโตสูงสุด เพียบพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับไฮเอนด์ ทั้ง Porto de Phuket, Boat Avenue, โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น HeadStart, Kajonkiet ไปจนถึงการเป็นที่ตั้งของ "The Society" คอมมูนิตี้ฮับของแสนสิริ
ผู้บริหารแสนสิริเล่าว่า ข้อมูลตลาดจาก Savills Thailand และการสำรวจของ CBRE ร่วมกับ Sansiri Market Insight ระบุตรงกันว่า พูลวิลล่าในโซนเชิงทะเลเป็นสินทรัพย์ประเภท Rare Item ที่สร้างผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) สูงถึง 6 - 7% ต่อปี ภายใต้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70%
- วิลล่า 3 ห้องนอน: ปล่อยเช่าสัญญาระยะยาวได้ 250,000 - 300,000 บาทต่อเดือน แต่หากเป็นช่วงไฮซีซัน ราคาจะพุ่งทะลุ 500,000 บาทต่อเดือน
- วิลล่า 4 ห้องนอน: สัญญาระยะยาวอยู่ที่ 350,000 - 500,000 บาทต่อเดือน และพุ่งเกิน 600,000 บาทต่อเดือนในช่วงพีค
ความร้อนแรงของตัวเลขค่าเช่าและราคาขาย ทำให้ที่ดินในเชิงทะเลเริ่มหาได้ยากขึ้นทุกวัน และกลายเป็นสมรภูมิที่มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งเจ้าถิ่น ทุนใหญ่กรุงเทพฯ และกลุ่มทุนข้ามชาติ กระโดดเข้ามาเปิดตัวโครงการใหม่อย่างหนาแน่น
ถอดรหัส 15 ปีของแสนสิริ บริหารต้นทุนแบบย้อนกลับ และก้าวแรกของพูลวิลล่า
ในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ของภูเก็ต ที่วางแผนปักหมุดเปิดตัวถึง 7 โครงการในปี 2569 และตั้งเป้าผลักดันพอร์ตโฟลิโอสะสมจาก 40,000 ล้านบาท สู่ 80,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี (ปี 2573) แสนสิริได้ตัดสินใจเปิดตัวพูลวิลล่าคอลเลกชันแรกของแบรนด์ในรอบ 42 ปี ภายใต้ชื่อ “THE TALES” (เดอะ เทลส์) มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท บนสังคมส่วนตัวจำกัดเพียง 27 ยูนิต
- The Tales Story One Bangjo (บางโจ): พูลวิลล่าชั้นเดียว 13 หลัง บนเนื้อที่ 7 ไร่ ออกแบบโดยทีมงานสถาปนิกระดับตำนาน Edward Tuttle (ผู้ออกแบบ Amanpuri) เน้นความสมดุล (Symmetry) ความสงบ และความเป็นส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ต้องการ Second Home หรือบ้านพักผ่อนช่วงไฮซีซัน ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท ไปจนถึงยูนิตพิเศษแปลงมุมราคา 80 ล้านบาท
- The Tales Story Two Pasak (ป่าสัก): พูลวิลล่า 2 ชั้น 14 หลัง บนเนื้อที่ 8 ไร่ ออกแบบสไตล์ Contemporary Coastal พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 491 ตร.ม. ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัว Expat ที่ย้ายมาอยู่อาศัยจริงแบบ Day-to-Day และส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ ราคาเริ่มต้น 49.5 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจในมุมมองเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ระดับโลก แต่คือ "อินไซต์การบริหารต้นทุน" ที่ “ภูมิชาย” เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้แสนสิริยืนระยะมาได้ถึง 15 ปี ท่ามกลางคู่แข่งที่ล้มหายตายจากไปตามรอบวัฏจักร
การคิดต้นทุนแบบ "ย้อนกลับจากราคาขายจริง" (Realistic Pricing Model)
ผู้บริหารแสนสิริชี้ให้เห็นจุดตายของตลาดว่า ผู้พัฒนาหลายรายมักตั้งราคาขายแบบ "Over-speculative" หรือปั่นราคาตามกระแสฟองสบู่ เมื่อคิดว่าจะขายได้แพง ก็กล้าไปไล่ซื้อที่ดินราคาแพงและอัดสเปกเกินจำเป็นจนโครงสร้างต้นทุนบวม พอตลาดชะลอตัวและขายไม่ออก โครงการก็สะดุดเรื่องสภาพคล่อง แต่แนวทางของแสนสิริ คือการประเมินกำลังซื้อจริงที่ตลาดรับได้เป็นตัวตั้ง แล้วค่อยคำนวณย้อนกลับมาหาต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างที่ยอมรับได้ ทำให้ตั้งราคาขายบนความสมเหตุสมผลและแข่งขันได้จริง
"ต้นทุนเกิดจากการมองราคาขายก่อน ว่าเรามองราคาขาย Realistic หรือเปล่า ถ้าไปมองราคาขาย Over เกินจริง คุณก็ซื้อที่ดินแพง ต้นทุนก็สูง มันก็เพี้ยนไปหมด แต่ถ้ามองราคาที่ลูกค้าจ่ายไหว แล้วหาต้นทุนที่แมตช์กันได้ มันถึงจะไปรอดจริง"
Precast จากกรุงเทพฯ ยอมจ่ายค่าขนส่งเพิ่ม 12% เพื่อตัดความเสี่ยง
ปัญหาคลาสสิกของการก่อสร้างบนเกาะภูเก็ต คือการขาดแคลนแรงงานและการแย่งตัวช่างในช่วงไฮซีซัน จนค่าจ้างพุ่งสูงอย่างไร้การควบคุม (เช่น ค่าแรงช่างปูกระเบื้องพุ่งจาก 250 บาท ไปเป็น 400 บาทต่อ ตร.ม.) แสนสิริแก้โจทย์นี้ด้วยการใช้ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) ผลิตจากโรงงานของตนเองในกรุงเทพฯ แล้วขนส่งมายังภูเก็ต แม้จะมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น (On-top) ประมาณ 10 - 12% แต่เป็นต้นทุนที่ "คุ้มค่าอย่างยิ่ง" เพราะสามารถควบคุมระยะเวลาก่อสร้างได้แม่นยำ ได้มาตรฐานคุณภาพสม่ำเสมอ และตัดความเสี่ยงเรื่องวิกฤตแรงงานในพื้นที่ได้อย่างเด็ดขาด
แก้ Pain Point ตลาดด้วย "Ready to Move In" และ "โครงการเข้าจัดสรร"
ในตลาดพูลวิลล่าภูเก็ต โครงการส่วนใหญ่ขายแบบ Off-plan (ขายกระดาษ) ผู้ซื้อต่างชาติต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องงานสร้างไม่ตรงปก คุณภาพหลุดสเปก หรือสร้างไม่เสร็จตามกำหนด แสนสิริจึงเลือกสร้างเสร็จก่อนขาย (Ready to Move In) ให้ลูกค้าได้เห็นสภาพแวดล้อมจริง เดินตรวจรับคุณภาพบ้านจริงก่อนจ่ายเงิน
ประกอบกับการนำโครงการเข้า พ.ร.บ. จัดสรรที่ดิน 100% มีการแบ่งโฉนดชัดเจน มีพื้นที่ส่วนกลางและระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมาย แตกต่างจากวิลล่าทั่วไปที่มักเลี่ยงการจัดสรร พร้อมทั้งเสริมความมั่นใจด้วยระบบบริการหลังการขายครบวงจร “Sansiri Service Phuket” ผ่าน Plus Property ทั้งงานซ่อมบำรุง การดูแลความปลอดภัย LIV-24 และบริการปล่อยเช่าแบบเบ็ดเสร็จ (One Point of Contact)
"Pain Point ของชาวต่างชาติคือบ้านไม่ตรงปกและไทม์ไลน์หลุด การที่เราสร้างเสร็จก่อนขาย ให้เขาเดินดูบ้านจริง สัมผัสคุณภาพจริงก่อนจ่ายเงิน เป็นสิ่งที่หาได้ยากในตลาดภูเก็ต และเป็นหัวใจที่สร้างความมั่นใจให้เขาตัดสินใจได้ทันที"
ถอดรหัสกำลังซื้อข้ามชาติ เมื่อภูเก็ตไม่ใช่แค่เรื่องของ "จีน-รัสเซีย" อีกต่อไป
อีกหนึ่งภาพสะท้อนสำคัญที่ยืนยันว่าภูเก็ตกลายเป็นเวทีระดับโลก คือการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างผู้ซื้อ “ภูมิชาย” เล่าอินไซต์การขายที่น่าสนใจว่า ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตในวันนี้ไม่ได้พึ่งพาหรือผูกขาดอยู่กับชาติใดชาติหนึ่งเหมือนในอดีตอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้ สัดส่วนผู้ซื้อต่างชาติอาจกระจุกตัวอยู่ที่ชาวจีนและรัสเซียเป็นหลัก แต่หลังโควิด-19 เป็นต้นมา ตลาดได้ขยายตัวสู่ความเป็น Multinational อย่างเด่นชัด แม้กลุ่มรัสเซียจะยังคงมีอยู่ แต่เริ่มอิ่มตัวจากการดูดซับของตลาดไปมากในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่กำลังซื้อกลุ่มใหม่ที่ขยายตัวขึ้นมาทดแทนและกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษารัสเซีย (Russian-speaking Countries) เช่น คาซัคสถาน และผู้ซื้อจากแถบยุโรปตะวันออกอย่าง โปแลนด์ รวมถึงผู้ซื้อจากทวีปยุโรปหลากหลายประเทศ และชาวอเมริกัน
ความหลากหลายของสัญชาตินี้ เป็นทั้งผลลัพธ์จากแรงผลักดันทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและการลงทุน โดยแสนสิริเองได้ปรับตัวเชิงรุกเพื่อตอบสนองดีมานด์นี้โดยตรง ด้วยการขยายทีมขายสากล (International Sales Team) ที่สื่อสารได้หลากหลายภาษา ทั้งอังกฤษ รัสเซีย และจีน ถึง 7 คน จากทีมขายทั้งหมด 23 คนในภูเก็ต เพื่อเจาะลึกและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าข้ามชาติอย่างตรงจุด
"ตลาดวันนี้ไม่ได้ Rely on ชาติใดชาติหนึ่งแล้ว มันกลายเป็น Multinational มากๆ รัสเซียที่ซื้อไปเยอะเริ่มนิ่งขึ้น แต่มีกลุ่มประเทศใกล้เคียงอย่างคาซัคสถาน โปแลนด์ ยุโรป และอเมริกา เข้ามาเสริมอย่างมีนัยสำคัญ การที่ตลาดกระจายตัวแบบนี้ ดีต่อเสถียรภาพอสังหาฯ ภูเก็ตในระยะยาว เพราะเราไม่ได้พึ่งพาไข่ในตะกร้าใบเดียวอีกต่อไป"
หมุดหมายเมกะโปรเจกต์และแรงขับเคลื่อนระลอกใหม่
การเปลี่ยนผ่านของภูเก็ตไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงขับเคลื่อนของภาคการท่องเที่ยวเพียงลำพัง หากแต่ขับเคลื่อนด้วยการลงเสาเข็มจริงของโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ ทั้งจากภาครัฐและบิ๊กคอร์ปอเรตระดับโลกที่กำลังทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง
ในฟากของไลฟ์สไตล์และศูนย์การค้า ภูเก็ตกำลังเตรียมต้อนรับการเปิดตัวของศูนย์การค้าระดับไอคอนิกอย่าง ICONPHUKET ในปี 2029 ควบคู่ไปกับการทุ่มงบลงทุนราว 7,000 ล้านบาทเพื่อขยายพื้นที่ของ Central Phuket เพิ่มขึ้นอีก 40% ตลอดจนการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์และมิกซ์ยูสแห่งใหม่อย่าง Synthesis Ark Phuket และ POP Phuket เพื่อรองรับการจับจ่ายของกลุ่มผู้พักอาศัยระดับบน
ขณะเดียวกัน ภูเก็ตกำลังยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และเวลเนสระดับภูมิภาค (Regional Wellness Hub) อย่างเต็มรูปแบบ จากการปักหมุดของโรงพยาบาลและคลินิกสุขภาพชั้นนำ นำโดย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2027 ตามมาด้วยวิทยาเขตทางการแพทย์ของ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (Phuket Campus) ในปี 2030 เสริมทัพด้วยสถานพยาบาลระดับพรีเมียมอย่าง Health Resort โดย Clinique La Prairie, ศูนย์รังสีวิทยานานาชาติ รพ.วชิระภูเก็ต และการขยายสาขาของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
การหลั่งไหลเข้ามาของเมกะโปรเจกต์ยังส่งผลให้เกิดการปฏิรูปโครงข่ายคมนาคมครั้งใหญ่เพื่อเชื่อมต่อทั้งเกาะอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่โครงการก่อสร้าง ทางพิเศษสายกะทู้ - ป่าตอง ระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร ที่มีกำหนดเปิดใช้ในปี 2031 โครงการ ทางด่วนสายเมืองใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้ ระยะทางราว 30 กิโลเมตร ไปจนถึงการเปิดเส้นทางเชื่อมต่อตรงเข้าสู่สนามบิน (Airport Access Road), จุดกลับรถต่างระดับเกาะแก้ว และการเร่งขยายหลุมจอดเครื่องบินของท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเพิ่มอีกราว 5 หลุมจอด เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่บินตรงมาจากทั่วโลก
นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางแล้ว การศึกษาและภาคการบริการระดับโลกยังขยายตัวตามมาอย่างเด่นชัด โดยมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำเตรียมเปิดวิทยาเขตใหม่ ทั้ง Glenalmond College ในปี 2026 และ North London Collegiate School ในปี 2028
พร้อมกันนี้ เชนโรงแรมหรูระดับเวิลด์คลาสต่างตบเท้าเข้ามาปักหมุดอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น The Ritz-Carlton, W Hotels, JW Marriott, Hyatt Regency, Radisson BLU, MGallery, Moxy และ voco ผสานกับการเป็นเวทีจัดงานระดับโลกอย่างเทศกาลดนตรี EDC Thailand 2026 ทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองจริงที่กำลังพลิกโฉมภูเก็ตสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางระดับสากลอย่างเต็มตัว.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูเก็ตกำลังกลายเป็นเมืองแบบไหน? เปิดอินไซต์อสังหาฯกลยุทธ์ 15 ปี แสนสิริ กับ พูลวิลล่าแรกของแบรนด์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ภูเก็ตกำลังกลายเป็นเมืองแบบไหน? เปิดอินไซต์อสังหาฯกลยุทธ์ 15 ปี แสนสิริ กับ พูลวิลล่าแรกของแบรนด์
- เปิดโลก Work Exchange เที่ยวแลกที่พักสไตล์คนเก๋ ฮีลใจหลักล้านในราคา 0 บาท
- ยามาฮ่าขยายธุรกิจทางน้ำ ดึง SEAT GROUP รุกท่องเที่ยว-ลูกค้าองค์กร
- ปกครองภูเก็ตบุกจับ ร้านปาโป่ง-ยิงเป้า เข้าข่ายพนันแฝง จัดกิจกรรมพื้นที่ศาลเจ้าช่วงกินเจ
- ขบวนแห่พระสะปำ–บางคู ประเพณีถือศีลกินผักที่ภูเก็ต ม้าทรงร่วมตามความเชื่อ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath