“ดร.ธนกฤต” จี้ตั้ง “กระทรวงช่วยเหลือสังคม” หลังคดีที่ดินตากยืด 3 ปี
"ดร.ธนกฤต" นำทีมจิตอาสาลุย ชงรัฐบาลตั้ง "กระทรวงช่วยเหลือสังคม" แก้ปัญหาราชการล่าช้าสู้คดีที่ดินตาก 3 ปีจนหมดตัว โดนขู่ฆ่า-ซึมเศร้าคิดสั้น
วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ผู้เสียหายจากคดีเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการออกเอกสารสิทธิ์และรังวัดที่ดินโดยทุจริตในพื้นที่จังหวัดตากเดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ม เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังคดีความยืดเยื้อนานกว่า 2–3 ปี และไม่ได้รับเงินชดเชยเยียวยาจากภาครัฐ จนส่งผลให้ผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว ถูกข่มขู่คุกคามชีวิต และป่วยเป็นภาวะซึมเศร้ารุนแรง
สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตากกระทำทุจริต ปลอมแปลงเอกสารใบประเมินที่ดิน และเรียกรับเงินค่ารังวัดโดยไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์จริง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ผู้ซื้อและผู้จัดสรรที่ดินหลายราย โดย "น้องแอ้ม" หนึ่งในผู้เสียหายรายแรก เปิดเผยว่า ตนเองถูกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทุจริตจนได้รับความเสียหายรวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท แม้ผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษทางวินัยด้วยการ "ให้ออกจากราชการ" ไปแล้ว แต่กระบวนการดำเนินคดีอาญาและการเยียวยาความเสียหายกลับติดขัดอยู่ในชั้นการพิจารณาของ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก ส่งผลให้ผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันยังคงเดือดร้อนอย่างหนัก
ด้าน "น้องดรีม" เกษตรกรทำสวนทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรี ผู้ซื้อที่ดินต่อในพื้นที่ดังกล่าว เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนถูกเจ้าหน้าที่หลอกเก็บค่ารังวัดไปกว่า 20,000 บาท แต่สุดท้ายกลับได้ที่ดินตาบอดไม่มีทางเข้า-ออก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตนต้องหอบลูกวัยทารกเดินทางขึ้นลงระหว่าง จันทบุรี-ตาก-กรุงเทพฯ เพื่อร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และ ป.ป.ช. จนเงินเก็บจากการทำสวนและงานประจำหมดสิ้น ไม่มีเงินซื้อปุ๋ยซื้อยาดูแลสวนทุเรียนจนต้นไม้ทยอยตาย ขาดรายได้ รถยนต์กำลังจะถูกยึด รวมมูลค่าความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ยื่นขอเยียวยากว่า 900,000 บาท
ผู้เสียหาย ระบุเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากความเดือดร้อนทางการเงินแล้ว ยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานที่ใช้คำพูดประชดประชัน เลี่ยงการพบปะโดยอ้างว่า "ไม่ว่าง" หรือตอบเพียงว่า "ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่จะเซ็นอนุมัติเมื่อไหร่" อีกทั้งยังโดนแรงกดดันในพื้นที่และถูกข่มขู่เอาชีวิตจนเกิดความหวาดกลัวอย่างหนักความเครียดและแรงกดดันมหาศาลส่งผลให้ผู้เสียหายป่วยเป็นภาวะซึมเศร้ารุนแรง จนมีความคิดที่จะจบชีวิตตนเองและคนในครอบครัวเพื่อพ้นจากความทุกข์ แต่ยังโชคดีที่มีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ก่อนจะตัดสินใจเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.ธนกฤต และทีมงานจิตอาสาอีกครั้ง
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ "ทีมงานธนกฤตจิตอาสา" เร่งประสานงานร่วมกับ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), สภาทนายความ และศาลปกครอง เพื่อติดตามคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงประชาชน และเร่งรัดมาตรการชดเชยเยียวยาผู้เสียหายโดยเร็ว นอกจากนี้ เตรียมนำหลักฐานคลิปเสียงการรับสารภาพของเจ้าหน้าที่ส่งมอบให้แก่สื่อมวลชน และจะรายงานตรงถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้รับทราบถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัด
ดร.ธนกฤต กล่าวสะท้อนถึงจุดอ่อนของระบบราชการไทยว่า การที่ประชาชนต้องใช้เวลานานถึง 3 ปีโดยไม่ได้รับการเยียวยา ถือเป็นความอยุติธรรมอย่างร้ายแรง จึงขอเสนอไปยังรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้พิจารณาจัดตั้ง "กระทรวงช่วยเหลือสังคม" เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)"ปัจจุบันหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนแยกกันทำต่างคนต่างอยู่ ไม่บูรณาการกัน ทำให้เรื่องล่าช้าจนประชาชนหมดตัวหรือหมดลมหายใจ หากรัฐบาลกล้าตั้ง 'กระทรวงช่วยเหลือสังคม' ให้เป็น One Stop Service มีกฎหมายและอำนาจรองรับชัดเจนในการบูรณาการทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นภัยสังคม เศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติ นอกจากจะแก้ปัญหาได้จริงแล้ว ยังจะได้หัวใจจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างแน่นอน"