โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โคตรพีค! ป้าวัย 70 ร่วม ตร. รวบแก๊งคอลฯ สุดท้ายจากเหยื่อสู่ผู้โชคดี เงินไม่เสียแถมได้ทรัพย์เพิ่ม

อีจัน

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • อีจัน

ความโชคดีของหญิงผู้เสียหาย เจอตำรวจ สน.จักรวรรดิ ช่วยเหลือไว้ทันท่วงทีไม่ให้ผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ ก่อนประสานงานตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 ร่วมกันวางแผนล่อคนร้ายให้มาติดกับจับดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คดีนี้สุดพีคตอนจบเพราะผู้เสียหายได้กำไรจากคดีนี้กว่า 1 ล้านบาท

หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นอดีตข้าราชการเกษียณวัย 70 ปี เธอมีเงินเก็บสะสมกว่า 14 ล้านบาท ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวงเพื่อขอตรวจสอบเงินในบัญชีโดยอ้างว่าเธอพัวพันการฟอกเงิน เธอหลงกลโอนเงินจำนวน 410,033 บาท หลังจากนั้นบัญชีของเธอได้ถูกอายัด ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2568

แต่คนร้ายไม่ละความเลวร้ายต้องการเงินของเธอ โดยคนร้ายโทรศัพท์ข่มขู่โดยระบุสถานที่บ้าน ที่อยู่และข้อมูลส่วนตัว ทำให้เธอกลัว จึงไปถอนเงินสด 14 ล้านบาทจากสหกรณ์แห่งหนึ่ง แล้วทยอยเงินนำไปซื้อทองคำแท่งที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ

ระหว่างที่มิจฉาชีพ พยายามนัดหมายเพื่อเอาทองคำแท่ง เธอได้นึกถึง ร.ต.อ.เฉลิมชัย วันดี รอง สว.(สอบสวน) สน.จักรวรรดิ เธอจึงโทรศัพท์ไปปรึกษา

“ผมเคยอยู่ฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 เคยทำคดีให้คุณป้าคนนี้ คุณป้าอยู่คนเดียว คุณป้าโทรมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณป้าร้องไห้ตลอด คุณป้ากลัวมากไม่กล้าออกจากบ้าน ผมบอกว่าไม่ต้องกลัวจะประสานงานฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 ไปรับที่บ้าน ให้คุณป้ารอที่บ้าน คุณป้ากำลังตกเป็นเหยื่อคนร้าย พอตำรวจไปรับคุณป้าที่บ้านก็พาไปสถานีตำรวจ จากนั้นทำบันทึกให้คุณป้าฝากทรัพย์สินไว้ที่สถานีตำรวจ จากนั้นพาคุณป้าไปหาที่พัก มีตำรวจดูแลคุณป้าตลอด ซึ่งระหว่างที่ตำรวจอยู่กับคุณป้า ซึ่งมิจฉาชีพซึ่งพูดภาษาไทย ก็โทรมาตลอดพูดจาข่มขู่ แต่คุณป้าก็เชื่อตำรวจโดยพูดคุยกับมิจฉาชีพให้ตายใจ” ร.ต.อ.เฉลิมชัย เล่าเรื่องราว

คดีที่เกิดขึ้นฝ่ายสืบสวน ได้รายงานเหตุไปยัง พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ให้ทราบก่อนรายงานต่อไปยัง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต. วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี

โดย พ.ต.อ.วิทวัส และฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 ขอความร่วมมือกับคุณป้าผู้เสียหาย ในการล่อคนร้ายให้มาติดกับเพื่อจับดำเนินคดี โดยให้ผู้เสียหายนำทองคำแท่งทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 250 บาท อยู่ในกระป๋องนมยี่ห้อหนึ่ง โดยนัดกับมิจฉาชีพ ให้มารับทองคำแท่งที่ รพ.แห่งหนึ่ง ย่านเยาวราช กรุงเทพฯ

โดยเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 18 ต.ค.2568 มิจฉาชีพได้บอกตำหนิรูปพรรณของบุคคลที่มารับทองคำแท่ง ซึ่งต่อมาพบ MR.TANG MING YIN สัญชาติฮ่องกง (ทราบชื่อภายหลัง) เข้ามาภายใน รพ. รับทองคำแท่งกับผู้เสียหาย ระหว่างส่งมอบตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับแล้วนำตัวโดยยินยอมให้ตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง กรุงเทพฯ พบหนังสือเดินทาง ซึ่งตรวจสอบพบว่าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกำหนด จึงแจ้งข้อกล่าวหา ” ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยการอนุญาตสิ้นสุด ” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน. พลับพลาไชย 2 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจับคนร้ายได้ ตำรวจพูดคุยกับคุณป้าว่า เหตุที่เกิดขึ้นถ้าคำนวณตัวเลขคร่าว ๆ คุณป้า โอนเงิน 410,033 บาท แล้วคุณป้าถอนเงิน 14 ล้านบาท ทยอยซื้อทองคำแท่งในช่วงบาทละประมาณ 60,000 บาท รวม 250 บาท เท่ากับ 15,410,033 บาท แต่ทองคำแท่งคุณป้ายังอยู่ครบ ซึ่งคนร้ายเอสไปไม่ได้ คุณป้าเอาทองคำแท่งไปขายคืน ช่วงราคาบาทละ 67,000 บาท ได้ 16,750,000 บาท เท่ากับคุณป้าได้กำไร 1,339,967 บาท ถ้าหักกับที่คุณป้าโอนเงิน 410,033 บาท คุณป้ายังมีกำไรกว่า 929,934 บาท

คุณป้าก็เลยได้กำไรเพราะเอะใจปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิมชัย ที่ขายเกาลัดเป็นรายได้เสริมช่วงไม่ได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...