โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! รองผกก.สน.ดอนเมืองเอี่ยวหลอกลวงออนไลน์-รับค่าตอบแทน 7 หลัก

JS100

อัพเดต 28 ต.ค. 2568 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2568 เวลา 05.52 น. • JS100:จส.100
ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! รองผกก.สน.ดอนเมืองเอี่ยวหลอกลวงออนไลน์-รับค่าตอบแทน 7 หลัก

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ได้สั่งการให้ทาง บก.น.2 ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ดำเนินการทางวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการ นายตำรวจสังกัด บก.น.1 นาย ทราบชื่อคือ พ.ต.ท.พศินกนกภรัณ วัชระเพชรกากแก้ว รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง หลังจากพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5865/2568 ลงวันที่ 6 ต.ค. 68 ซึ่งออกตามคำร้องของพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ให้จับกุมตัว นายพศินกนกภรัณ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่” ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2568

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น ช่วงปลายเดือนพ.ค. 2568 ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาบนฟีดเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการชักชวนลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มชื่อ “FINNIXMAX” โดยในระยะแรกสามารถเบิกถอนเงินได้ตามปกติ ต่อมาเมื่อผู้เสียหายลงทุนเพิ่มมากขึ้นและต้องการถอนเงิน แต่ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1.2 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 24 รายจับกุมผู้ต้องหาในคดีได้จำนวน 16 ราย และอายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำ 1 ราย และได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่างๆ ประกอบด้วย รถยนต์ 9 คัน, กระเป๋าและเครื่องประดับแบรนด์เนม 48 รายการ, เงินสดหลายสกุลมูลค่ารวม 295,920 บาท, โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 23 รายการ, สมุดบัญชีธนาคาร/บัตร ATM 92 รายการ รวมมูลค่าสิ่งของตรวจยึดกว่า 21 ล้านบาท และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับบุคคลที่มีส่วนร่วมในขบวนการเพิ่มเติมอีกจำนวน 5 ราย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วย กก.1 บก.ปอท. บูรณาการกำลังร่วมกันตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และอุดรธานี วันที่ 7 ต.ค.68

จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ต้องหา คือ พ.ต.ท.พศินกนกภรัณ ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.แห่งหนึ่ง พื้นที่นครบาล โดยในขณะถูกจับกุม ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ไม่ขัดขืนการจับกุม และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทบุคคลในเครือญาติที่รับเปิดบัญชีม้าโดยรับค่าจ้างเดือนละ 7 หลัก โดยมีญาติๆ ร่วมทำงานกับบริษัทดังกล่าวด้วย ภายหลังจับกุมผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งศาลอนุญาต ส่วนญาติอีกกลุ่มที่ถูกจับกุมไม่ได้รับการประกันตัว

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ใช้มาตรการเชิงรุกในการปราบปราม ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนสอบสวน การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด การพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลระบบแจ้งความออนไลน์ การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประสานงานร่วมกับฝ่ายต่างประเทศเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

ข้อมูลสถิติระหว่างวันที่ 1-26 ต.ค.68 พบว่ามีประชาชนได้รับความเสียหายแจ้งเหตุเข้ามาผ่านระบบ 1441 และ Thai Police Online รวม 29,232 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,853 ล้านบาท 3 อันดับประเภทคดีที่มีผู้เสียหายแจ้งมากที่สุด ได้แก่ คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ จำนวน 14,892 คดี, คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ จำนวน 4,822 คดี และคดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 2,680 คดี ซึ่งเมื่อพิจารณาตามมูลค่าความเสียหาย 3 ลำดับแรกที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหายรวม 504 ล้านบาท, คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ 428 ล้านบาท และคดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 329 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พล.ต.ท.จิรภพประสานข้อมูลจากประเทศเกาหลีใต้ว่า มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งยอมรับว่ามีจริง แต่ฐานปฏิบัติการของแก๊งเหล่านี้ในประเทศไทยไม่ได้มีความใหญ่โตเหมือนกรณีในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเพียงการแฝงตัวตามที่พักอาศัย โดยผู้กระทำผิดใช้เส้นทางธรรมชาติในการลักลอบเข้ามาในไทย และก่ออาชญากรรม ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้เป็นฐานปฏิบัติการหลัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการหลอกลวง

#ตำรวจหลอกลวง

#หลอกลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...