โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จบแล้ว ยกเลิกแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท | เงินทองของจริง

1,940 ดู
จบแล้ว ยกเลิกแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท | เงินทองของจริง

เมื่อปีที่แล้ว นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่สร้างกระแสอย่างมากในช่วงการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง วันนี้เราจะมาติดตามกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับนโยบายนี้ และรัฐบาลได้นำงบประมาณที่เหลือไปใช้อย่างไร นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท: จุดเริ่มต้นและเป้าหมาย นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านระบบ Digital Wallet โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและเน้นการกระตุ้นเงินหมุนเวียนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งหวังจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ การดำเนินงานและเฟสการจ่ายเงิน เฟส 1: กลุ่มเปราะบาง เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการแจกเงินเฟสแรกแล้ว โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเปราะบาง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่: - ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ - ผู้พิการตามเงื่อนไขที่กำหนด เฟส 2: ผู้สูงอายุ ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบการแจกเงิน 10,000 บาทเฟส 2 ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีรายละเอียดดังนี้: - กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ มีสัญชาติไทย อายุ 60 ปีขึ้นไป - จำนวน: 4 ล้านคน - การจ่ายเงิน: 10,000 บาทต่อคน ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ในเดือนมกราคม 2568 เฟส 3: เยาวชน (แผนที่ไม่เกิดขึ้น) ในไตรมาส 2 ของปี 2568 มีแผนจะแจกเงินให้กลุ่มวัย 16-20 ปี ด้วยงบประมาณ 27,000 ล้านบาท จุดเปลี่ยนและการยกเลิกนโยบาย ความหวังของโครงการ แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 ได้ตัดสินใจขอชะลอโครงการออกไปก่อน เหตุผลหลักของการชะลอโครงการคือ: - ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจหลายด้าน - ผลกระทบจากนโยบายภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา การจัดการงบประมาณที่เหลือ กรอบงบประมาณใหม่ จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบข้อเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในกรอบวงเงินรวม 1.15 แสนล้านบาท การปรับเปลี่ยนโครงการ 42,000 ล้านบาท เงินที่เหลืออีก 42,000 ล้านบาท เดิมทีรัฐบาลตั้งใจจะสำรองไว้ให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการกะทันหัน รัฐบาลตัดสินใจปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นผลกระทบ 3 ด้านหลัก: 1. การบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ 2. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3. การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โครงการใหม่ที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเป็น 2 โครงการหลัก 1. กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ - งบประมาณ: 10,000 ล้านบาท - วัตถุประสงค์: สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 2. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) - งบประมาณ: 8,488 ล้านบาท - วัตถุประสงค์: สนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทย งบประมาณรวมของทั้งสองโครงการ: 18,488 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงจากนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สู่การจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวของรัฐบาลเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่านโยบายเดิมจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่การนำงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศและการศึกษาก็ถือเป็นการลงทุนในอนาคตที่มีความยั่งยืนมากกว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบโครงการใหม่ทั้งสองแล้ว และคาดว่าจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว พบกับ โคชหนุ่ม และ ทิน โชคกมลกิจ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 04.09 น. • TEROASIA

เล่นอัตโนมัติ

Loading...
Loading...

คลิปล่าสุดจาก Ch7HD News - ข่าวช่อง7

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...