3 ภาคี ผนึกกำลังป้องกันไข้หวัดใหญ่ในเด็ก จัดเสวนา ‘ไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าที่คิดส์’
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 05.25 น. • The Bangkok Insightผนึกกำลัง 3 ภาคีป้องกันไข้หวัดใหญ่ในเด็ก จัดเสวนา "ไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าที่คิดส์" รณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่ แนะนำ "วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก" ทางเลือกใหม่สำหรับเด็กกลัวเข็ม
โรคไข้หวัดใหญ่ หลาย ๆ คนอาจคิดว่าคือโรคทั่วไปเหมือนไข้หวัดปกติที่เป็นแล้วเดี๋ยวก็หาย แต่จริง ๆ แล้ว ไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าที่คิดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่อายุน้อยกว่า 15 ปี รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ และสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ บางรายอาจมีอาการปอดอักเสบ ไข้สมองอักเสบ ที่สำคัญคืออาจแพร่เชื้อมาติดคนในครอบครัว
สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่แห่งประเทศไทย จัดเสวนา ไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าที่คิดส์ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวและหันมาป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่กันมากขึ้น รวมทั้งแนะนำ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก ทางเลือกใหม่ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้กลัวเข็ม
ทั้งนี้ กลุ่มเด็กเล็กมีโอกาสติดเชื้อไช้หวัดใหญ่ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ถูกสุขอนามัย เช่น ไม่ปิดปากเวลาจามหรือไอ ล้างมือไม่บ่อย ฯลฯ และอยู่สถานที่หรือสภาวะแวดล้อมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นแหล่งที่เชื้อไวรัสสามารถติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีอาการติดเชื้อหรือป่วยทำให้ต้องขาดเรียน ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ ฯลฯ ทำให้เสียโอกาสในการเรียนและมีประสบการณ์ร่วมกับเพื่อน
รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ ใหญ่กว่าที่คิดส์ ว่า ไข้หวัดใหญ่มีมาตั้งแต่ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล และอยู่มาตลอดไม่สูญหายไปไหนเลย โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเพื่อหนีภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์
จากเดิมไข้หวัดใหญ่เป็นโรคตามฤดูกาล เช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว แต่ปัจจุบันมีการติดได้บ่อยขึ้นในช่วงฤดูเทศกาล ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก จากการวิจัยทางการแพทย์ในหลายประเทศพบว่า ผู้ใหญ่ 10% มีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่ ในขณะที่เด็กมีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่ถึง 30% ต่อปี โดยสัดส่วนมากกว่า 3 เท่า และเด็กยังเป็นกลุ่มที่แพร่เชื้อในครอบครัว
การป้องกันจึงเป็นทางที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็น 1. การใส่หน้ากากอนามัย 2. ล้างมือบ่อย ๆ และ 3. การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก เป็นทางเลือกใหม่ในการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เพิ่มจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เราคุ้นเคย
พญ.สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันการรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยจะเป็นวัคซีนแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ สามารถรับได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไปจนอายุ 100 กว่าปี และตอนนี้ประเทศไทยมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบใหม่ แบบพ่นจมูก เข้ามาให้บริการในโรงพยาบาล โดยสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 2-49 ปี เหมาะสำหรับเด็กที่กลัวเข็ม เนื่องจากไม่มีเข็มจึงไม่เจ็บและทรมานจากแผลฉีดยา
ส่วนการใช้งานก็เหมือนการพ่นยาที่จมูกที่เด็ก ๆ คุ้นชิน เป็นการพ่นปีละครั้ง ไม่ต้องเจ็บตัวและปลอดภัย โดยได้รับการยอมรับและใช้มาอย่างแพร่หลายกว่า 200 ล้านโดสทั่วโลก และใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และยุโรป มาแล้วกว่า 20 ปี
ศ. (เกียรติคุณ) พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการทำงานของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก เพิ่งนำเข้ามาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2568 เป็นเชื้อไวรัสแบบมีชีวิตแบบอ่อนฤทธิ์ มีความสามารถในการเพิ่มจำนวนได้ในโพรงจมูกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าร่างกาย เมื่อเข้าสู่ร่างกายที่มีอุณหภูมิ 37 องศา เชื้อจะหยุดการแบ่งตัวทันทีไม่สามารถเจริญเติบโตในร่างกายได้ จึงสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ 2 ทางคือ 1. บริเวณเยื่อบุโพรงจมูก และ 2. ในกระแสเลือด
ในขณะที่วัคซีนแบบฉีดจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดเท่านั้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพนั้น วัคซีนแบบพ่นจมูกเป็นที่นิยมมากในประเทศอังกฤษ มีการกำหนดให้ใช้ในผู้ที่มีอายุ 2-18 ปี เป็นวัคซีนตัวแรกถ้าไม่มีค่อยใช้แบบฉีด ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นมาหลายสิบปีแล้ว โดยในปีนี้ที่สหรัฐอเมริกาสามารถไปซื้อวัคซีนชนิดพ่นจมูกนี้ที่ร้านยา และพ่นที่บ้านเองได้อีกด้วย สำหรับประเทศไทยวัคซีนแบบพ่นจมูกเพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนและพร้อมใช้เป็นปีแรก
ด้านเนย โชติกา วงศ์วิลาศ คุณแม่สุดแซ่บที่ทุ่มเทเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คนอย่างเต็มที่ เล่าถึงประสบการณ์ไข้หวัดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ และตัวเองว่า เนยเพิ่งหายจากฤทธิ์ไข้หวัดใหญ่ ติดมาจาก น้องอคิณ ที่ติดมาจากเพื่อนที่โรงเรียนเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา
จะบอกว่าติดเชื้อครั้งนี้เนยเป็นหนักมากจนต้องหยุดงานเลย ในขณะที่อคิณมีอาการเล็กน้อย เพราะได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีนี้มาแล้ว ตอนที่ครอบครัวไปฉีดกัน เนยไม่ได้ไปด้วย เลยเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน เลยเกม
เนย เล่าว่า การได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นสิ่งที่ควรทำทุกปี แต่เชื่อว่าหลาย ๆ ครอบครัวต้องเจอกับการที่เด็ก ๆ มักจะดราม่าตลอด พอได้ยินว่าว่านัดฉีดวัคซีน ก็จะถามว่าไปวันไหน เจ็บมั้ย เหมือนมดกี่ตัว มดแดงมดดำ มีความกังวล พอไปถึงโรงพยาบาลก็งอแง ร้องไห้ ก็ต้องกอดเอาไว้ กว่าจะฉีดยาได้ ต้องเปิด YouTube หรือเอาวิตามินมาล่อ แล้วระหว่างทางก่อนจะฉีด ก็จะมีเด็กคนอื่นที่ฉีดแล้วออกมาร้องไห้
เนยเชื่อว่า วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก เป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ ขนาดพ่อแม่ในห้องเดียวกันรู้ว่าจะมางานนี้ ก็สนใจกันเกือบทุกคน และพอฟังที่เนยเล่า หลายคนต้องสนใจแน่ ๆ อะไรจะดีเท่ากับการที่ลูกไม่ต้องเจ็บตัว แถมสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กได้อีก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทางเลือกใหม่! 'วัคซีนพ่นจมูก' เสริมเกราะลูกน้อย ป้องกันไข้หวัดใหญ่
- มูลนิธิวัคซีนฯ ชวนคนรุ่นใหม่ผลิตสื่อออนไลน์ สร้างภูมิคุ้มกันข่าวลวง เสริมความเชื่อมั่นในวัคซีน
- เป็นง่ายกว่าที่คิด แม้ดูแลสุขภาพอย่างดี! 'งูสวัด' โรคใกล้ตัววัยเก๋า ที่ป้องกันได้
ติดตามเราได้ที่