โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพิกัด 10 ร้านเด็ดฮ่องกง จัดเต็มเมนูคาว-หวาน บาร์สุดเก๋เอาใจสายดริงก์

Khaosod

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 09.45 น.
เปิดพิกัด 10 ร้านเด็ดในฮ่องกง จัดเต็มเมนูคาว-หวาน บาร์สุดเก๋เอาใจสายดริงก์

ฮ่องกง สวรรค์นักชิม! เปิดพิกัด 10 ร้านเด็ด จัดเต็มทั้งเมนูคาวและหวาน ปิดท้ายด้วยบาร์สุดเก๋เอาใจสายดริงก์ ใครได้ไปเยือนต้องห้ามพลาด

ฮ่องกง เมืองที่ไหลเวียนด้วยพลังงานดี ๆ เพราะทุกสิ่งอย่างสร้างตามหลักฮวงจุ้ย เมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ท่ามกลางความทันสมัยของเมือง ขณะเดียวกันก็อบอวลกลิ่นอายความคลาสสิก นั่นทำให้ฮ่องกงเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว

นอกจากฮ่องกงจะมีชื่อเสียงเรื่องการ ‘มู’ ที่ทำให้หลายคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรที่วัดดังต่าง ๆ แล้ว ฮ่องกงยังเป็นสวรรค์ของนักชิม ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงไฟน์ไดนิ่ง อาหารตะวันออกไปจนถึงตะวันตก การันตีรางวัลมากมาย และยังมีบาร์สุดเก๋ที่เชื่อเลยว่าสายดริงก์จะต้องชอบ

พี่แป๋ว Eat Like 852

พี่แป๋ว Eat Like 852

Hong Kong Tourism Board ชวน พี่แป๋ว Eat Like 852 บล็อกเกอร์ตัวแม่แห่งวงการอาหารฮ่องกง ที่มียอดฟอลโลเวอร์กว่า 200,000 คน มาพาเราไปทำความรู้จักฮ่องกงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางของอาหารแห่งเอเชีย พร้อมเปิดพิกัดร้านเด็ดทั้งของคาวและของหวาน ที่ใครมาเยือนฮ่องกงต้องห้ามพลาด

1.Bowrington Bridge Hotpot

ขอบคุณภาพจาก Bowrington Bridge Hotpot

ขอบคุณภาพจาก Bowrington Bridge Hotpot

ร้านหมาล่าฮอตพอตในฮ่องกง ที่ตกแต่งร้านสุดเก๋แนวย้อนยุค มีโคมไฟสีแดงที่ใช้ในตลาดสมัยก่อนเป็นพร็อพ และอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ตกแต่งด้วยข้อความภาษาจีน

กิมมิคของร้านคือน้ำซุปหลากหลายรสชาติ อาทิ ซุปไก่น้ำมะพร้าว ที่พนักงานจะเฉาะน้ำมะพร้าวจากลูกสด ๆ เทลงไปในน้ำซุป ทำให้ได้รสชาติหวานหอมน้ำมะพร้าวสุด ๆ หรือจะเป็นซุปซอสสะเต๊ะ ซุปหมาล่า รสชาติกลมกล่อมทานง่าย คนที่ไม่ชอบรสชาติเผ็ดจัดจ้านมากนักน่าจะถูกปากเลยทีเดียว

ที่สำคัญทางร้านใช้วัตถุดิบอย่างดี และที่ต้องอย่าลืมสั่งมาลิ้มลอง คือ เมนูซิกเนเจอร์อย่างลูกชิ้นปลา เนื้อวัว เต้าหู้ ลูกชิ้นหมู อร่อยแสงออกปาก รับรองเลยว่าจะไม่ผิดหวัง

ใครที่มากันแค่ 2 คน หรืออยากจะทานฮอตพอตคนเดียว ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่าจะเข้าไปทานได้หรือไม่ เพราะร้าน Bowrington Bridge Hotpot มีเมนูเซ็ตเล็กสำหรับลูกค้าที่มาเพียง 2 คนด้วยนะ

ที่อยู่ร้าน : Shop 1-2, G/F, 414-424 Jaffe Road, Causeway Bay

2.CulinArt 1862

ขอบคุณภาพจาก CulinArt 1862

ขอบคุณภาพจาก CulinArt 1862

ร้านอาหารฝรั่งเศสแนวยั่งยืน ในย่านคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) แนวคิดหลักของร้านคือการใช้วัตถุดิบจากฟาร์มของตัวเอง และสนับสนุนเกษตรกรในฮ่องกง พร้อมให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุก ๆ ขั้นตอนการปรุงอาหาร

นอกจากเป็นร้านอาหารแล้ว ยังเปิดคลาสสอนทำอาหาร ทั้งอาหารจีนและอาหารตะวันตก รวมถึงเบเกอรี ขนมหวาน โดยเมื่อจบหลักสูตรจะได้รับใบประกาศจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นการรับรอง เพื่อให้นักเรียนที่เรียนจบไปสามารถนำความรู้ไปใช้งานได้จริง

สำหรับเมนูแนะนำ เช่น Fresh Mussels หรือเมนูหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์สด ราดทับด้วยครีมซอสที่มีส่วนผสมของมันฝรั่งเนย ยี่หร่าฝรั่ง และกระเทียมตุ๋น , Wild Mushroom Risotto หรือเมนูรีซอตโตเห็ด หอมละมุนด้วยพาร์เมซานชีสและเห็ดทรัฟเฟิลสดขูด

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Basque Burnt Cheesecake Mixed Berries หรือ ชีสเค้กหน้าไหม้ เสิร์ฟพร้อมเบอร์รีรวม

ที่อยู่ร้าน : G/F & 1/F, Chinachem Leighton Plaza, 29 Leighton Road, Causeway Bay

3.Seventh Son Restaurant

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ร้านรางวัลมิชลิน 1 ดาว Hong Kong Macau Michelin Guide 2025 ร้านแห่งนี้ตั้งชื่อตามหัวหน้าเชฟ Chui Wai Kwan ซึ่งเป็นลูกชายคนที่เจ็ดของ Chui Fook Chuen ผู้ก่อตั้งสถาบันอาหารกวางตุ้ง Fook Lam Moon

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

เมนูซิกเนเจอร์ คือ หมูหัน ที่สามารถนำมารับประทานได้ทุกส่วน ตั้งแต่หนังที่กรอบ เนื้อนุ่มละเอียดละลายในปาก ไปจนถึงซี่โครง และเมนูไก่ทอดหนังกรอบ เนื้อฉ่ำนุ่ม สูตรลับเฉพาะของทางร้าน

อีกหนึ่งเมนูเด็ด คือ ข้าวผัดรวมเนื้อห่อด้วยใบบัว รสชาติอร่อยแบบห้ามพลาดเลยทีเดียว

ที่อยู่ร้าน : 3/F, Wharney Hotel, 57-73 Lockhart Road, Wan Chai

4.Ho Wah Restaurant

ร้าน Ho Wah เป็นหนึ่งในร้านสไตล์ชาชางเตง (Cha Chaan Teng) หรือร้านอาหารเช้าแบบฮ่องกงที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เปิดให้บริการตั้งแต่ ปี 1952 ในรูปแบบร้านรถเข็นเล็ก ๆ ริมถนนย่านหว่านไจ๋ ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่ในตึกแถวและปรับโฉมเป็นร้านแนวคาเฟ่แห่งแรก ตามนโยบายการจัดระเบียบผังเมืองของรัฐบาล และในปี 2013 ได้เปิดสาขาที่ 2 ขึ้นที่ข้างร้านเดิม

ปัจจุบัน ร้าน Ho Wah ดำเนินการโดยทายาทรุ่นที่สาม คือ คุณ Bill Ho ร้านแห่งนี้เสิร์ฟชานมสไตล์ฮ่องกง กาแฟ ทานคู่กับอาหารง่าย ๆ เช่น เฟรนช์โทสต์ และขนมปังลูกเกดสอดไส้ ‘คายา’ (สังขยาแบบฮ่องกง) และเนยสด

ซึ่งชานมของร้าน Ho Wah รสชาติจะแตกต่างจากชานมของไทย คือรสชาติจะไม่หวานมาก สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นของใบชา พอทานคู่กับเฟรนช์โทสต์ราดนมข้นหวาน และขนมปังลูกเกดสอดไส้คายากับเนยสด จึงลงตัวมาก ๆ

คุณ Bill Ho เจ้าของร้าน Ho Wah

คุณ Bill Ho เจ้าของร้าน Ho Wah

ความพิเศษของทริปฮ่องกงในครั้งนี้ คือ คุณ Bill Ho ได้มาโชว์ชงชานมสูตรของทางร้านให้พวกเราได้ดูด้วยตัวเอง แถมยังแชร์เคล็ดความอร่อยของชานม ร้าน Ho Wah ด้วยว่า

“ชาของเราเป็นสูตรเฉพาะของครอบครัวที่ผสมผสานใบชาหลายชนิดจากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน ทำให้ได้รสชาติที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งแตกต่างจากร้านส่วนใหญ่ในฮ่องกงที่มักจะซื้อถุงชาสำเร็จรูปจากผู้ค้าส่งเพียงหนึ่งหรือสองราย ทำให้รสชาติชานมของร้านอื่นมีความคล้ายคลึงกันครับ”

คุณ Bill Ho เจ้าของร้าน Ho Wah

คุณ Bill Ho เจ้าของร้าน Ho Wah

คุณ Bill Ho บอกอีกว่า การชักชาไปมาเพื่อให้ชาสัมผัสกับอากาศ และให้อากาศช่วยขจัดรสขม ซึ่งเคล็ดลับในการชักชานี้ คือต้องทำให้ผงชาในถุงมีความร้อนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเข้าที่ดีแล้วก็นำไปชงกับนม โดยชาฮ่องกงจะใช้นมข้นจืด ซึ่งจะให้รสชาติที่กลมกล่อม เข้มกำลังดี ไม่หวานจัด

ที่อยู่ร้าน : Shop A, G/F, Comix Home Base, 1-11 Mallory Street, Wan Chai

5.Bakehouse Wan Chai Bakery & Café

ร้านเบเกอรีชื่อดังที่หลายคนรู้จักและอยากมาลองชิม เมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิต คือ ทาร์ตไข่ ที่มีเนื้อสัมผัสกรอบ ๆ จากแป้งซาวโดว์ (Sourdough) บวกกับเนื้อคัสตาร์ดไข่เนียนนุ่มละมุนลิ้น อีกทั้งยังมีเมนูเบเกอรีหน้าตาน่ารับประทาน รสชาติดีอีกมากมาย

แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าจะมีขนมแสนอร่อยให้เราได้ลิ้มลองนั้น ‘เชฟ Grégoire’ ซึ่งเติบโตในสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับการฝึกฝนด้านการอบขนมตั้งแต่อายุ 15 ปี เคยทำงานในโรงแรมและร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายแห่ง

ด้วยความมุ่งมั่นอยากจะยกระดับวงการเบเกอรีของฮ่องกง เชฟ Grégoire ได้เริ่มธุรกิจเบเกอรีขายส่ง ซึ่งเชี่ยวชาญการขายส่งขนมปังซาวโดว์แบบทำมือและขนมอบคุณภาพสูงในปี 2013 และอีก 5 ปีหลังจากนั้นก็ได้เปิด Bakehouse ร้านแรกของตัวเองในย่านหว่านไจ๋ ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานในร้านได้ และมีเมนูของคาวแบบมื้อ Brunch ให้บริการ

ที่อยู่ร้าน : G/F, 14 Tai Wong Street East, Wanchai, Hong Kong

นอกจากสาขาหว่านไจ๋ (Wan Chai) แล้ว ยังมีสาขา Tsim Sha Tsui, Central, Stanley และ Causeway Bay อีกด้วย

6.Kee Wah Bakery

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ร้านเบเกอรีสุดฮิตอีกหนึ่งร้านที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ Kee Wah Bakery แบรนด์เบเกอรีจีนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ขายขนมไหว้พระจันทร์และขนมท้องถิ่นของจีนชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านของฝากยอดนิยมของคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยว

Kee Wah Tearoom (ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board)

Kee Wah Tearoom (ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board)

นอกจากในส่วนขายเบเกอรีแล้ว ยังมี “Kee Wah Tearoom” ซึ่งตั้งอยู่ชั้นสองของร้าน Kee Wah สาขาแฟลกชิป ในย่านหว่านไจ๋ ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศการตกแต่งสุดคลาสสิกยุคปี’30

โดยชั้นบนสุดของอาคารเปิดเป็น “Kee Wah Studio” พื้นที่เวิร์กช็อปสอนทำขนมหลากหลายประเภท ทั้งขนมท้องถิ่นและขนมสไตล์ตะวันตก โดยอาจารย์มืออาชีพ เพื่อให้ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจวัฒนธรรมของขนมโบราณหลายชนิดของฮ่องกงผ่านการลงมือทำจริง ๆ

ทริปฮ่องกงครั้งนี้ เราได้ลองทำขนมไหว้พระจันทร์ลายแพนด้า โดยทาง Kee Wah Studio จัดเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ให้ โดยมีอาจารย์คอยสอนขั้นตอนการผสมแป้งไปทีละขั้น จนถึงตอนนำใส่แม่พิมพ์ลายแพนด้า และนำเข้าเตาอบ จนออกมาเป็นขนมไหว้พระจันทร์ลายแพนด้าสุดน่ารักแบบนี้

ที่สำคัญรสชาติอร่อยมาก ถึงแม้คุณจะไม่สันทัดการเข้าครัวทำอาหารก็ตาม เพราะทาง Kee Wah Studio เตรียมส่วนผสมมาให้ตรงตามสูตรของทางร้านเป๊ะ ๆ ใครสนใจหรือมีเวลาว่างก็ลองไปทำเวิร์กช็อปกันได้ หรือแวะไปช้อปเบเกอรีอร่อย ๆ ที่ร้านได้นะ

ที่อยู่ร้าน : 2/F, 188 Queen's Road East, Wan Chai

7.Lobby Lounge ในโรงแรม Kowloon Shangri-la Hong Kong

ในช่วงเวลา “Moonlight Hours” เลานจ์โรงแรม Kowloon Shangri-la Hong Kong จะเสิร์ฟขนมหวานและของว่างสไตล์จีนที่ผสมผสานเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว มากกว่า 20 รายการ ในบรรยากาศสุดหรูหรา โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18:30 น.

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

เมนูไฮไลต์ เช่น พุดดิ้งน้ำขิง สาคูมะม่วงกับส้มโอ และไข่ขาวตุ๋นกับนมสดในมะพร้าวอ่อนทั้งลูก ท็อปด้วยสมุนไพรจีน

ขอบอกเลยว่าเมนูไข่ขาวตุ๋นกับนมสดในมะพร้าวอ่อนนี้ แนะนำมาก ๆ ให้สั่งมาลองชิม เพราะรสชาติหวานละมุนแต่ไม่เลี่ยน หอมมะพร้าวอ่อน แถมยังดีต่อสุขภาพจากสมุนไพรจีนอีกด้วย

ที่อยู่ร้าน : Lobby Level, Kowloon Shangri-la Hong Kong, 64 Mody Road, Tsim Sha Tsui East

8.Lok Hau Fook Restaurant

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ร้านอาหารจีนแต้จิ๋วแบบดั้งเดิมที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1954 เชี่ยวชาญการทำอาหารแต้จิ๋วคุณภาพเยี่ยม ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคที่ถ่ายทอดความเป็นต้นตำรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมนูของร้านมีตั้งแต่เมนูดังและเมนูประจำถิ่นที่หาทานได้ยากในฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็น แพนเค้กเมล่อนแบบแต้จิ๋ว เกี๊ยวไก่ หรือเผือกทอดเคลือบน้ำตาล

นอกจากนี้ เมนูที่อยากให้สั่งมาลองกัน เช่น เมนูห่านจานรวม (Goose platter) ไก่ผัดเผ็ดซอสเสฉวน (Sichuan chili chicken) เต้าหู้ทอดสูตรผู่หนิง (Puning fried tofu) ปลาหมึกคั่วพริกเกลือ (Stir-fried squid with pepper salt) ข้าวผัดผักคะน้ามะกอก (Chinese broccoli and olive vegetable fried rice)

ที่อยู่ร้าน : ที่อยู่: G/F, 1-3 Hau Wong Road, Kowloon City

9.The Opposites

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

บาร์ของบาร์เทนเดอร์ชื่อดังแห่งฮ่องกง Antonio Lai เจ้าของ Quinary บาร์ที่ได้รางวัล Asia’s 50 Best Bars และ The World’s 50 Best Bars มาอย่างต่อเนื่อง โดย Antonio Lai ได้ผนึกกำลังกับ Samuel Kwok เพื่อนของเขา สร้างสรรค์บาร์แห่งใหม่ The Opposites ขึ้นมา

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ชื่อ The Opposites พัฒนามาจากตำแหน่งที่ตั้งของตัวร้าน ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามร้าน Quinary ต่อยอดเป็นไอเดียของสิ่งที่ตรงข้ามกัน แต่ยังมีความเป็นคู่ขนานที่ตัดกันไม่ขาด

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ดังนั้น กิมมิคของร้านนี้ คือการที่ Antonio Lai และ Samuel Kwok ผสมผสานสไตล์ค็อกเทลของแต่ละคน ที่แม้จะตรงข้ามกัน แต่กลับส่งเสริมกัน โดยจะมีเมนูหลักที่แตกออกเป็นเมนูแบบ classic และ innovative ให้ได้ลอง

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ที่อยู่ร้าน : LG/F, Hilltop Plaza, 49 Hollywood Road, Central

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

10.Mostly Harmless

บาร์ค็อกเทลแบบโอมากาเสะใน Sai Ying Pun โดยคอนเซ็ปต์ของบาร์นี้คือการเสิร์ฟเมนูที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ จากวัตถุดิบหลักจากฟาร์มพันธมิตร โดยใช้วัตถุดิบที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้บาร์แห่งนี้เปิดเพียงสัปดาห์ละ 4 วันเท่านั้น เพื่อให้เวลาทีมงานได้คิดค้นเมนูใหม่ ๆ โดยมีทั้งเมนูแบบค็อกเทลและม็อกเทล

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ในทริปฮ่องกง เราสั่งม็อกเทลที่ใช้วัตถุดิบจาก Butterfly Pea Flower มาลองชิม รสชาติดีมาก หวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ ใครมีโอกาสไป Mostly Harmless และวันนั้นมีวัตถุดิบนี้ แนะนำให้ลองสั่งเลย

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ขอบคุณภาพจาก Hong Kong Tourism Board

ที่อยู่ร้าน : 2/F, 110 Queen’s Road West, Sai Ying Pun

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดพิกัด 10 ร้านเด็ดฮ่องกง จัดเต็มเมนูคาว-หวาน บาร์สุดเก๋เอาใจสายดริงก์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...