โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เหยื่อ “แม่ปูนา-CEO” ร้อง เจออ้างจะร่วมลงทุน แต่เก็บดอกโหด 25%

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2568 เวลา 08.07 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(11 ก.ย. 68) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน อี้แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และ เก่ง สุเชษฐ์ ผู้ช่วยประธานชมรมฯ ได้นำผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกให้ลงทุนโดย "แม่ปูนา" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และบุคคลที่อ้างตัวเป็น CEO เข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำสัญญาไม่เป็นธรรมและเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยพบว่ามีผู้เสียหายบางรายถึงขั้นเครียดจนคิดสั้น

ผู้เสียหายที่เดินทางมาร้องทุกข์ประกอบด้วยผู้ที่ถูกชักชวนให้กู้ยืมเงินเพื่อไปลงทุนโดย "แม่ปูนา" และผู้เสียหายอีก 3 รายจากต่างจังหวัด ซึ่งถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็น CEO โฆษณาผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ว่าจะให้เงินลงทุนกับผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลาง

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังจากได้รับเงิน บุคคลดังกล่าวจะให้เซ็น "สัญญาร่วมทุน" และเรียกเก็บผลประโยชน์เป็น เงินปันผลสูงถึง 25% ต่อเดือน จนกว่าจะคืนเงินต้นได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม และอาจผิด พ.ร.บ. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือ พ.ร.บ. ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการกระทำที่อาจเข้าข่าย พ.ร.บ. นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเงินที่ได้รับเป็นเงินร่วมลงทุน หรือเงินให้กู้ยืมเพื่อนำไปประกอบธุรกิจ โดยไม่ต้องรีบใช้คืนในทันที ทั้งที่ความจริงแล้วการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงและมีโอกาสขาดทุน ไม่ใช่การบังคับทำสัญญาที่เอารัดเอาเปรียบและเรียกผลประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว

ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลอีกว่า ในกรณีที่ผู้ลงทุนไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ตามที่กำหนด จะถูกประจานผ่านโซเชียลมีเดียว่าเป็น "มิจฉาชีพ" จนทำให้ไม่สามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรง ที่ผ่านมาผู้เสียหายไม่กล้าดำเนินการใดๆ เพราะผู้กระทำอ้างตัวว่ารู้จักกับตำรวจระดับผู้กำกับ และกระแสในโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่เข้าข้าง CEO ดังกล่าว

อีกกรณีหนึ่งที่ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนคือ ถูก CEO รายนี้ชวนให้ลงทุนในหุ้นบริษัทหนึ่ง มูลค่าประมาณ 1.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการลงทุน 12% แต่ในสัญญากลับระบุให้ถือหุ้นในอัตรา 51% ซึ่งผู้เสียหายต้องจ่ายเงินจริงถึง 2.55 ล้านบาท

ผู้เสียหายทุกคนต่างยืนยันว่าไม่มีเจตนาไม่คืนเงิน แต่ต้องการความเป็นธรรมในเรื่องของสัญญาที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของการทำธุรกิจ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลตรวจสอบว่าธุรกิจของ CEO รายนี้กระทำการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากพบว่ามีการให้จ่ายเงินตอบแทนเป็นเงินสดเท่านั้น และหากโอนเงินไปก็ถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง

ที่น่าตกใจคือ ผู้เสียหายรายหนึ่งทนแรงกดดันจากการถูกบังคับจ่ายเงินปันผลไม่ไหว จนมีเหตุให้ต้องสงสัยว่าเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งผู้เสียหายต้องการให้เจ้าหน้าที่สอบสวนขยายผลในประเด็นนี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับกรณีดังกล่าวหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...