โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯเตือน ฝนตกทุกวัน ช่วงเย็นถึงค่ำ 10-22 ส.ค.นี้ จับตากลุ่มฝนใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 12.45 น.
ภาพ : ศูนย์ภาพเครือมติชน

กรมอุตุฯพยากรณ์ฝนล่วงหน้า 15 วัน เตือนรับมือฝนกระจายเพิ่มเกือบทั่วไป-ตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ ระหว่าง 10-22 ส.ค.นี้ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล เหตุมรสุมมีกำลังแรงขึ้น กับมีหย่อมความกดอากาศต่ำ หรือกลุ่มฝน ปกคลุมบริเวณภาคอีสานและร่องมรสุมพาดผ่าน จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำ(L) ลูกใหม่ที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ จ่อเข้าภาคอีสาน

กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 8 – 22 ส.ค.68 init. 2025080712 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย ดังนี้

ช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. 68 ทั่วไทยยังมีเมฆและฝน/ฝนฟ้าคะนองอยู่ในเกณฑ์กระจายและมีตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน (ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ) ภาคตะวันออกด้านรับมรสุม ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ส่วนภาคกลาง กทม.และปริมณฑล จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง อากาศที่ร้อนจะเริ่มคลายลง

สำหรับภาคใต้ยังมีฝนกระจาย คลื่นลมมีกำลังปานกลาง โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบน ชาวเรือ ชาวประมงยังต้องเดินเรือด้วยความระวัง ยังต้องระวังคลื่นลมยังมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง

ช่วงวันที่ 10- 22 ส.ค. 68 เป็นอีกช่วงที่ประเทศไทยจะมีฝนกระจายเพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล ปัจจัยยังเกิดจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังพัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น และมีหย่อมความกดอากาศต่ำ(L)ปกคลุมบริเวณภาคอีสานและร่องมรสุมพาดผ่าน (ดูกราฟิกประกอบ)

ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักภาคใต้ฝั่งอันดามัน คลื่นลมแรงขึ้น ต้องกลับมาเตรียมความพร้อมรับมือ สภาวะฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องและฝนตกสะสม ฝน/ฝนฟ้าคะนองมักเกิดขึ้นช่วงเย็นถึงค่ำ อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น งานกลางแจ้งต้องเตรียมเต๊นท์ ร่ม เสื้อกันฝน เป็นผลดีสำหรับพื้นที่ที่ยังมีฝนน้อย

กรมอุตุฯยัน ไม่มีพายุเข้าไทย

กรมอุตุระบุว่า ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำ หรือกลุ่มฝน (L) ที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ (ทางด้านตะวันออกชายฝั่งเวียดนาม) และอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ในช่วงวันที่ 14-16 สิงหาคม 2568 เป็นภาวะปกติช่วงฤดูฝน ยังต้องติดตาม อย่าได้ตื่นตระหนก และกังวล กับข่าวลือผ่านสื่อโซเชียล

ส่วน พายุโซนร้อน “โพดุล (PODUL)” โพดุล หมายถึงต้นหลิว ตั้งชื่อโดยประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ)เป็นพายุลูกที่ 11 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)” กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ไปทางเกาะไต้หวัน พายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ฝนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ช่วงนี้ยังมาจากอิทธิพลของมรสุมตามฤดูกาล ซึ่งปกติช่วงเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกสำหรับประเทศไทย (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้น)

กรมอุตุฯ-ข้อควรระวัง

ในช่วง 10 – 14 ส.ค. 68 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และ #ฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน และ น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควร เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง

กรมอุตุฯคาดหมายอากาศรายภาค

7 – 13 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 36 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 37 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

โดยในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 36 องศาเซลเซียส

กรมอุตุฯพยากรณ์อากาศ

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 8 – 9 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.

(ออกประกาศ 07 สิงหาคม 2568 )

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุฯเตือน ฝนตกทุกวัน ช่วงเย็นถึงค่ำ 10-22 ส.ค.นี้ จับตากลุ่มฝนใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...