โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ส่องพาดหัวสื่อทั่วโลก “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ ปมคลิปเสียง ฮุน เซน

PPTV HD 36

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.42 น.
ทั่วโลกติดตาม! สื่อยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานข่าว “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากคดีคลิปเสียง ฮุน เซน ส่วนใหญ่มองการเมืองไทยจะมั่นคง

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง หลังวันที่ 29 ส.ค. 68 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปมคลิปเสียงพูดคุยกับ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

คำวินิจฉัยในคดีตอนหนึ่งระบุว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธาร เป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม

ศาลจึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลฯ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค. 2568 และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

หลังมีรายงานดังกล่าว สำนักข่าวระดับโลกหลายเจ้าต่างพากันรายงานข่าวด่วนนี้ โดยส่วนใหญ่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์การเมืองไทยกลับสู่ภาวะวุ่นวายและมีเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่แน่นอนอีกครั้ง

BBC พาดหัวว่า “คลิปเสียงหลุดเส้นทางอาชีพนายกฯ ไทย และตระกูลชินวัตรอย่างไร”

โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยลงมติปลดนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งอีกครั้ง BBC บอกอีกว่า ในเดือน ก.ค. ผู้พิพากษา 7 ใน 9 คนของศาลได้ลงมติให้พักงาน น.ส.แพทองธาร ดังนั้น คำตัดสินในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ

ส่วน CNN พาดหัวว่า “นายกฯ ไทยถูกปลดจากตำแหน่ง หลังมีกรณีฉาวคลิปเสียงหลุดกับผู้มากบารมีของกัมพูชา”

เนื้อความระบุว่า “ศาลไทยได้มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง โดยวินิจฉัยว่า การโทรศัพท์สนทนาระหว่างเธอกับอดีตผู้นำกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดหลักจริยธรรม ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งใหม่”

CNN บอกว่า แพทองธาร สมาชิกตระกูลชินวัตรผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศไทยในเดือน ส.ค. 2567 และดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียว

สำนักข่าว CNN ยังระบุว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย”

ด้านสำนักข่าว The Guardian พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร”

The Guardian ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำพิพากษาให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยวินิจฉัยว่าในฐานะผู้นำประเทศ เธอได้ละเมิดหลักจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

คำพิพากษาดังกล่าวซึ่งนำไปสู่ภาวะไร้เสถียรภาพครั้งใหม่ในประเทศ ทำให้เธอต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งทันที ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งมาประมาณ 1 ปีเท่านั้น

ทางฝั่งสำนักข่าว Reuters พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ฐานละเมิดจริยธรรม”

เนื้อความระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำพิพากษาให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากละเมิดหลักจริยธรรม หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียว นับเป็นการโจมตีครั้งสำคัญอีกครั้งต่อ9itd^]ชินวัตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายครั้งใหม่

การตัดสินใจครั้งนี้ปูทางไปสู่การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยรัฐสภา ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจยืดเยื้อ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยกำลังสูญเสียอำนาจต่อรอง และเผชิญกับความท้าทายในการสร้างพันธมิตรที่เปราะบางด้วยเสียงข้างมากที่น้อยนิด

ขณะที่ Associated Press พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ พ้นตำแหน่ง ปมโทรศัพท์คุยประนีประนอมกับผู้นำกัมพูชา”

AP ระบุว่า “ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้มีคำพิพากษาให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยวินิจฉัยว่าในฐานะผู้นำประเทศ เธอได้ละเมิดหลักจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ ในระหว่างการโทรศัพท์คุยกับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา”

AP บอกว่า คลิปเสียงหลุดระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ ฮุน เซน มีวัตถุประสงค์เพื่อคลายความตึงเครียดเกี่ยวกับปัญหาชายแดน แต่กลับก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจในประเทศไทย เนื่องจาก น.ส.แพทองธารดูเหมือนจะเป็นมิตรมากเกินไปในการหารือเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ และดูเหมือนจะใส่ร้ายนายพลของตัวเอง

คำตัดสินของศาลทำให้รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่สั่นคลอน ความขัดแย้งเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าวทำให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดของพรรคเพื่อไทย ต้องถอนตัวออกจากรัฐบาล ทำให้รัฐบาลผสมมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพียงน้อยนิด

AP ระบุอีกว่า นี่นับเป็นการโจมตีกลไกทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บิดาของ น.ส.แพทองธาร ซึ่งถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารในปี 2549 แต่ยังคงรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ได้

ส่วน Al Jazeera พาดหัวว่า “ศาลไทยมีคำพิพากษาถอดถอนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง”

Al Jazeera รายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำสั่งถอดถอนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง หลังจากพบว่าเธอมีความผิดทางจริยธรรม จากการโทรศัพท์หารือกับ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียง

ศาลซึ่งมีผู้พิพากษา 9 คน วินิจฉัยว่า นักการเมืองวัย 39 ปีผู้นี้ได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรมที่นายกรัฐมนตรีพึงมีระหว่างการโทรศัพท์หารือกับ ฮุน เซน เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้หารือถึงความพยายามในการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งชายแดนที่ร้ายแรงลุกลามบานปลาย

ศาลยังกล่าวอีกว่าแพทองธารได้เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และทำลายชื่อเสียงของประเทศ

Al Jazeera บอกว่า คำตัดสินนี้นับเป็นคดีที่ 2 จาก 3 คดีที่มีเดิมพันสูงต่อ น.ส.แพทองธาร และอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บิดาของเธอ

ส่วนสื่อญี่ปุ่น NHK พาดหัวว่า “ศาลรัฐธรรมนูญไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร”

โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้มีคำพิพากษาให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างถึงการละเมิดจริยธรรมในการจัดการกับข้อพิพาทชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

NHK บอกว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยความตึงเครียดกับกัมพูชาที่ยังคงดำเนินต่อไป จึงยังไม่แน่ชัดว่าความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยจะได้รับการแก้ไขหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลคำพิพากษา! ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ คดีคลิปเสียง

คำพิพากษาฉบับเต็ม! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "แพทองธาร" ขาดคุณสมบัติพ้นนายกฯ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องพาดหัวสื่อทั่วโลก “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ ปมคลิปเสียง ฮุน เซน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...