โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่อง 9 วิธีเค้น ‘ไอเดีย’ ฉบับ ‘Glen Schofield’ จนสามารถพัฒนาเกมระดับตำนานอย่าง Dead Space และ Call of Duty

Positioningmag

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • TopTen

เพราะ ไอเดียคือเชื้อเพลิง ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมให้แซงหน้าภาพยนตร์และดนตรีรวมกัน และนี่คือ 9 วิธีคิดไอเดีย จาก Glen Schofield นักออกแบบและผู้สร้างเกมระดับตำนานอย่าง Dead Space และ Call of Duty ที่ได้แบ่งปันภายในงาน gamescom asia × Thailand Game Show

1. Private Ideation Time (เวลาคิดไอเดียส่วนตัว)

นี่คือวิธีที่สำคัญที่สุดสำหรับ Schofield ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนตัวในการ วาดรูป (Art, Painting, Drawing)และปล่อยให้จิตใจเข้าสู่ โหมดคิด (thinking mode)เขาเน้นย้ำว่าทุกคนมีวิธีของตัวเอง และสำหรับเขา การตั้งคำถามกับตัวเองคือกุญแจสำคัญ
อย่างเช่น ในระหว่างการพัฒนาเกม Call of Duty: Advanced Warfareเขาถามตัวเองว่า "อยากทำอะไรใน Call of Duty ยุคต่อไป?"คำตอบที่ผุดขึ้นมาทันทีคือ "ฉันแค่อยากกระโดดให้สูง" ไอเดียง่ายๆ นี้กลายเป็นกลไก Exo-Jumps ซึ่งกลายเป็นกลไกหลักของเกม

2. Personal Experience (ประสบการณ์ส่วนตัว)

นำประสบการณ์ส่วนตัวที่หลากหลายมาปรับใส่ในไอเดีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าที่เคยได้ยิน วันหยุดพักผ่อน หรือแม้แต่การทำเพื่อ คารวะให้กับผลงานของศิลปินคนอื่น เป็นแหล่งไอเดียที่ไร้ขีดจำกัด
เช่น การแสดงความเคารพต่อผู้กำกับภาพยนตร์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา นำไปสู่การออกแบบฉากหรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเกม เป็นต้น


3. Research (การวิจัย)

การวิจัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งและ Schofield ทุ่มเทเวลาหลายปีในการศึกษาข้อมูล เช่น การใช้เวลา 3 ปีในการวิจัยสำหรับ Call of Dutyในธีมสงครามโลกครั้งที่ 2 การค้นคว้าเกี่ยวกับ จุดแข็งและจุดอ่อนของยานพาหนะ หรือสิ่งของต่าง ๆ ในโลกจริง สามารถนำไปใช้ในเกมได้
หรืออย่างใน Dead Space ที่จะมี Church of Unitology เป็นเพราะเขาตัดสินใจเพิ่ม ศาสนาเข้าไป เพียงเพราะเขาได้อ่านบทความเกี่ยวกับอุกกาบาตที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ และความคิดก็ผุดขึ้นมา
“อุกกาบาต ล้างบางไดโนเสาร์ นำมาซึ่งยุคน้ำแข็ง และนำมาซึ่งมนุษย์ ผมจึงตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอุกกาบาตนั้นไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นคอมพิวเตอร์ หรือทรงกลม หรือ เครื่องหมาย? นี่ทำให้เกิดความเชื่อ: Marker คือสิ่งที่สร้างมนุษย์ และเกิดเป็นความศรัทธา ขึ้นมา สร้างศาสนา Unitology ซึ่งกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เปลี่ยนมิติของเกมไปโดยสิ้นเชิง”

4. Brainstorming (การระดมสมอง)

การระดมสมองที่ดีต้องมาจากการ เตรียมตัวล่วงหน้าSchofield แนะนำให้ผู้ดูแลการประชุม (Moderator) ทำการค้นคว้ามาก่อน และให้เวลาทีมงานได้ทำวิจัยล่วงหน้า 1-2 วัน เพื่อให้ทุกคนเข้ามาพร้อมกับข้อมูล ไม่ใช่การนั่งเงียบ ๆ และการทำงานร่วมกันที่ดีต้องฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และช่วยกันหา ไอเดียที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใช้ โดยไม่คำนึงถึงที่มา


5. Visiting Locations (การเยี่ยมชมสถานที่จริง)

หากมีโอกาส การไปเยี่ยมชมสถานที่จริงที่เกี่ยวข้องกับเกมเป็นสิ่งสำคัญแม้ว่าคุณจะทำการวิจัยมาอย่างดีแล้วก็ตาม เพราะมันให้ ความรู้สึกของการอยู่ในสถานที่นั้น เช่น ในการทำ World War II เขาจ้างผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 แห่งชาติของสหรัฐฯ ให้พาเขาและทีมงานนั่งรถตู้ไปเป็นเวลา 8-9 วัน ผ่านฝรั่งเศส, เบลเยียม, และเยอรมนี เพื่อซึมซับบรรยากาศ ถ่ายภาพพื้นผิว (textures) และรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะทำให้เกมมีความสมจริง

6. Working with Experts (ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ)

เมื่อต้องออกแบบฉากหรือกลไกที่ซับซ้อน ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกและการตรวจสอบความถูกต้องที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่อื่น อย่างใน Call of Duty: Advanced Warfareเขาต้องการระเบิดสะพาน Golden Gateแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดูสมจริง เขาจึงติดต่อ อดีตผู้ตรวจสะพานซึ่งผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ว่า "คุณไม่สามารถทำลายเสาขนาดใหญ่ได้ คุณต้องทำลายสายเคเบิลต่างหาก"ซึ่งข้อมูลนี้ได้นำไปสู่ฉากแอ็กชันสุดอลังการในเกมนั่นเอง

7. Ripped from the Headlines (หยิบมาจากข่าวพาดหัว)

การติดตามข่าวสาร, การเมือง, และสถานการณ์โลกสามารถให้แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนแปลงเกมเพลย์ได้ Schofield แนะนำให้เปิดรับข้อมูลจากหลายแหล่ง อย่างในเกมCall of Duty: Modern Warfare 3มีฉากใน Sierra Leoneเขารู้สึกว่าฉากนี้ยังขาดอะไรไป จนกระทั่งเขาเห็นข่าวเรื่อง พายุทรายที่หยุดยั้งกองทัพได้นานถึง 2 วัน เขาก็รู้ทันทีว่าต้องใส่พายุทรายเข้าไป ซึ่งการใช้พายุทรายทำให้ผู้เล่นต้องกลับไปเล่นด่านเดิมภายใต้สภาพแวดล้อมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ในการเล่น


8. Music and Sound (ดนตรีและเสียง)

พลังของเสียงและดนตรีในเกม สามารถยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมได้ Schofieldตระหนักถึงความสำคัญของเสียงในเกมเป็นอย่างดี ดังนั้น การ เปิดหูฟังทุกสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนา, เสียงเพลง, เสียงเครื่องยนต์, หรือเสียงลม สามารถกลายเป็นส่วนสำคัญของเกมได้
อย่างเช่นในเกม Dead Spaceเขากำลังมองหาเพลงสำหรับเทรลเลอร์ แต่ยังไม่ถูกใจ จนกระทั่งเขากลับบ้านและได้ยินลูกสาววัย 3 ขวบ ร้องเพลง "Twinkle Twinkle Little Star"เขาคิดทันทีว่านี่คือเพลงที่สมบูรณ์แบบสำหรับเทรลเลอร์สยองขวัญ หรือในเกม Dead Space อีกเช่นกัน ที่ผู้กำกับเสียงของเขาบันทึกเสียงรถไฟใต้ดินวิ่ง มาใช้เป็นเสียงในสภาวะสุญญากาศ ในเกม ซึ่งทำให้ผู้เล่นรู้สึกสับสนและหวาดกลัวอย่างมาก

9. AI and Tools (ปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมือ)

นี่คือแนวคิดใหม่ล่าสุดของ Schofield ซึ่งเขาใช้ ChatGPTและ Midjourneyมานานกว่า 2 ปี เขาชี้ว่า AI ไม่ได้มาแทนที่เรา แต่มาเพื่อทำให้เราเร็วขึ้น ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเช่นเขาได้ทำการBrainstorming กับ Chatbot โดยการใส่เรื่องราวเข้าไปแล้วถามว่า "มีช่องโหว่ (holes) ตรงไหนบ้าง?"หรือตั้งคำถามที่บ้า ๆ บอ ๆ เพื่อกระตุ้นไอเดียใหม่
หรือการใช้ Midjourney สำหรับ Visualsเพื่อสร้างภาพต้นแบบอย่างรวดเร็ว และนำเสนอหรือเพื่อทดลองฉากในแบบต่าง ๆ เช่น "ฉากนี้ควรมีหิมะหรือเป็นตอนกลางคืน?" ก่อนส่งต่อให้ Art Director เพื่อเริ่มทำ Concept Art อย่างละเอียด


Schofield ทิ้งท้ายว่า การนำเสนอแนวคิดและการทำงานร่วมกัน เป็นกุญแจสำคัญในการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะการแสดง Passion และ วิสัยทัศน์ ออกมาอย่างชัดเจน หากทีมงานเห็นและเชื่อในวิสัยทัศน์นั้น พวกเขาก็จะเอาด้วย แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า การถูกปฏิเสธแนวคิดถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการไม่ยอมแพ้และไม่เก็บมาเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะการสื่อสารในทีมต้องเปิดกว้างและใช้ความเคารพซึ่งกันและกัน
และสุดท้ายAI คือก้าวต่อไปของ technological advancement และสนับสนุนให้ทุกคนเปิดรับ และทดลองใช้ AI tools เพราะเชื่อว่า AI จะสร้างโอกาสใหม่ ๆ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แน่นอนว่ามันอาจทำให้ งานบางส่วนเปลี่ยนแปลงไป แต่เขาเชื่อว่า คน ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมเกม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...