โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาว ร้อง “ปวีณา” แม่เสียชีวิตปริศนาที่ญี่ปุ่น! พบเป็นศพเปลือยในร้านนวด

อีจัน

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 20.41 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • อีจัน

วันนี้ (8 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี น.ส.กัญญาวีร์ หรือ “มิ้นท์” อายุ 20 ปี นักศึกษาแพทย์ปี 2 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.นงนภัทร์ หรือ “ตูน” อายุ 47 ปี ผู้เป็นมารดา หลังเดินทางไปทำงานนวดสปาที่เมืองอิบารากิ จังหวัดยูกิ ประเทศญี่ปุ่น แล้วถูกพบเป็นศพเสียชีวิตในลักษณะเปลือยกายอยู่บนที่นอนนวดภายในร้าน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

น.ส.กัญญาวีร์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า แม่เป็นเสาหลักของครอบครัว หลังเลิกกับพ่อ ตั้งแต่เธอเกิด แม่เปิดร้านชานมไข่มุก แต่ภายหลังเศรษฐกิจไม่ดีจึงปิดกิจการ ก่อนหันไปเรียนนวดสปา และได้รับการชักชวนไปทำงานร้านนวดของคนไทยที่ญี่ปุ่น เพื่อหาเงินส่งลูกเรียนแพทย์ให้จบ

“แม่ไปทำงานได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ทุกวันแม่จะวิดีโอคอลมาคุยกับหนู และโอนเงินมาให้เรียนวันละ 300 บาท…แม่คือทุกอย่างในชีวิตของหนูค่ะ”

เธอเล่าว่า คืนวันที่ 4 ต.ค. เวลาประมาณ 23.00 น. ยังได้คุยกับแม่เป็นครั้งสุดท้าย แม่เล่าว่ามีลูกค้าชาวญี่ปุ่นคล้ายคนสติไม่ดีเกิดคลุ้มคลั่ง บีบคอแม่ในร้านนวด จนแม่ต้องดิ้นรนขัดขืนและขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ จึงถูกปล่อยตัว หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อแม่ได้อีกเลย ทั้งโทรศัพท์และข้อความไม่ตอบกลับ

ต่อมาทราบจากเพื่อนของแม่ว่า ติดต่อแม่ได้ครั้งสุดท้ายช่วงเที่ยงของวันที่ 5 ต.ค. จากนั้นขาดการติดต่อไป กระทั่งเจ้าของร้านอ้างว่าแม่ออกไปกับผู้ชาย แต่ภายหลังเพื่อนแม่ยืนยันว่า แม่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ในสภาพเปลือยกายอยู่บนที่นอนนวดภายในร้าน โดยเจ้าของร้านกลับลบรูปแม่ออกจากเพจร้าน และพยายามปิดบังความจริง

“หนูโพสต์ตามหาแม่ แล้วเจ้าของร้านโทรมาบอกให้หนูลบโพสต์เพราะทำให้เขาเสียหาย…แต่หนูแค่ต้องการรู้ความจริงว่าแม่ตายได้ยังไง”

น.ส.กัญญาวีร์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ครอบครัวไม่มีเงินจัดการศพและนำร่างแม่กลับประเทศไทย จึงวิงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ได้ประสาน พล.ต.ต.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ตำรวจสากลไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานตำรวจสากลญี่ปุ่นและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว หาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตาย และดำเนินการส่งศพกลับประเทศไทยโดยเร็ว

นางปวีณา กล่าวว่า

“ขอแสดงความเสียใจกับน้องมิ้นท์ที่สูญเสียคุณแม่ ซึ่งเป็นคนทำงานหนักเพราะรักลูก อยากส่งลูกเรียนให้จบ แม้ฐานะยากจนก็ยังส่งเงินวันละ 300 บาทให้น้องไปเรียน”

มูลนิธิปวีณาฯ จะดำเนินการช่วยเหลือ 3 ด้าน ได้แก่

  • ติดตามคดีการเสียชีวิตของน.ส.นงนภัทร์ ร่วมกับตำรวจสากล คาดว่าภายใน 1–2 วันนี้จะมีความคืบหน้า
  • ประสานส่งศพกลับประเทศไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 200,000 บาท ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยินดีช่วยเหลือในการกู้ยืมเงินก่อน โดยให้น้องมิ้นท์เซ็นรับสภาพหนี้
  • ช่วยเหลือด้านการศึกษา ของน.ส.กัญญาวีร์ เพื่อให้เรียนจนจบ โดยเปิดรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการสนับสนุน

นางปวีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหานี้สะท้อนถึงความยากจนของครอบครัวไทย ที่ผลักให้หญิงไทยจำนวนมากต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศเสี่ยงอันตราย
ล่าสุด มูลนิธิปวีณาฯ ยังได้รับเรื่องร้องทุกข์จากครอบครัวหญิงสาวอายุ 25 ปีอีกคน ที่ถูกหลอกไปทำงานเอนเตอร์เทนในสถานบันเทิงที่ไต้หวัน ซึ่งทางมูลนิธิจะเข้าช่วยเหลือต่อไป

ล่าสุด วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เพจอีจันจึงได้เป็นตัวแทนช่วยพาแม่ของเธอกลับบ้าน และมี #สังคมอีจัน ได้ร่วมกันสมทบทุนเข้ามา ได้ทั้งหมด 147,774.47 บาท และมีพี่อุ๊ เพื่อนอีจัน สมทบเพิ่มมาอีกจำนวน 10,000 บาท เงินจำนวนนี้จะนำไปใช้จ่ายในการพาอัฐิแม่ของเธอกลับบ้าน ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปเป็นค่าเล่าเรียนของเธอต่อไปค่ะ

กราบหัวใจ #สังคมอีจัน ที่ได้ช่วยพาแม่ของเธอกลับบ้าน

และ ช่วยส่งกำลังใจให้เธอด้วยนะคะ ขอให้โลกใบนี้ใจดีกับหนูนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...