โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เข้าใจ “รูปแบบทองรูปพรรณ” อย่างรอบด้านก่อนเลือกซื้อ

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 20.03 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 17.34 น.

ถ้าพูดถึง "ทองคำรูปพรรณ" หลายคนอาจนึกถึงสร้อยคอทองคำ เส้นเงางามที่ห้อยอยู่บนคอของคุณยาย สร้อยข้อมือที่คุณแม่เก็บไว้ในตู้ หรือแหวนทองสักวงที่เคยได้รับเป็นของขวัญวันรับปริญญา แต่รู้หรือไม่ว่า ทองคำรูปพรรณไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่มีมูลค่าทางใจเท่านั้น หากยังเป็นทรัพย์สินมีค่า ที่สามารถซื้อขาย เปลี่ยนเป็นเงินสด หรือแม้แต่ใช้ต่อยอดทางการเงินได้ในอนาคต บทความนี้จึงจะพาไปรู้ว่าทองคำรูปพรรณคืออะไรให้ลึกซึ้งรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทองรูปพรรณ ความแตกต่างระหว่างทองแท่ง ไปจนถึงเทคนิคการดูแลรักษา

ทองคำรูปพรรณคือทองคำที่ถูกนำมาแปรรูปให้มีลักษณะเป็นเครื่องประดับ

ทองคํารูปพรรณคืออะไร ?

ทองคำรูปพรรณ (Gold Ornament) คือทองคำที่ถูกนำมาแปรรูปให้กลายเป็นเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ต่างหู หรือแม้แต่เข็มขัดทอง โดยผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันจากช่างทองผู้ชำนาญการ ตั้งแต่ขั้นตอนการหลอมทอง ขึ้นรูป เชื่อมประกอบ ตีลวดลาย ไปจนถึงการขัดเงา เพื่อให้ได้ผลงานที่ทั้งสวยงาม แข็งแรง และเหมาะแก่การสวมใส่ในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษต่าง ๆ

ทองคำรูปพรรณจึงไม่ใช่แค่สินทรัพย์มีค่า แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนรสนิยมและวัฒนธรรมของผู้สวมใส่ในแต่ละยุคสมัยด้วย

ความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ

หัวใจสำคัญของทองรูปพรรณคือความบริสุทธิ์ของเนื้อทอง โดยทั่วไปแล้ว ทองคำที่นำมาทำทองรูปพรรณในประเทศไทยส่วนใหญ่มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 96.5% ซึ่งหมายความว่า ในเนื้อทอง 100% จะประกอบไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ 96.5% และมีส่วนผสมของโลหะอื่น ๆ เช่น เงิน ทองแดง หรือนิกเกิล อีก 3.5% เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานให้กับตัวเครื่องประดับ เนื่องจากทองคำบริสุทธิ์ 99.99% (24K) มีเนื้อที่อ่อนนิ่มมากเกินไป ไม่เหมาะกับการนำมาขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับที่ต้องทนทานต่อการใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบทองรูปพรรณที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทองอิตาลี ทองยุโรป หรือที่เรียกกันว่า ทองฝรั่ง ทองเมืองนอก ซึ่งนิยมใช้ทอง 18K (75%) หรือ 14K (58.5%) ทองรูปพรรณเหล่านี้จะมีสีทองที่จางกว่า และมีความแข็งแรงกว่าทองไทย เนื่องจากมีสัดส่วนของโลหะผสมที่สูงกว่า ทอง 18K และ 14K ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากมีความทนทานสูงและสามารถขึ้นรูปเป็นลวดลายที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนได้ดีกว่า

ทองรูปพรรณกับทองแท่งต่างกันอย่างไร ?

แม้จะเป็นทองคำเหมือนกัน แต่ ทองรูปพรรณ กับ ทองแท่ง มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายมิติ ดังนี้

รูปแบบ

  • ทองรูปพรรณ: คือทองที่มาในรูปแบบของเครื่องประดับ มีลวดลายและการออกแบบที่หลากหลาย
  • ทองแท่ง: รูปทรงเป็นแท่งหรือแผ่นทองคำบริสุทธิ์

ความบริสุทธิ์

  • ทองรูปพรรณ: โดยทั่วไปในประเทศไทยจะมีความบริสุทธิ์ 96.5% เป็นหลักเพื่อให้สามารถขึ้นรูปและมีความแข็งแรงเพียงพอต่อการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ทองรูปพรรณที่มีความบริสุทธิ์ต่ำกว่านี้ก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะทองที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น 18K (75%) หรือ 14K (58.5%) ซึ่งได้รับความนิยมในบางกลุ่ม
  • ทองแท่ง: ทองแท่งในประเทศไทยที่นิยมกันมากที่สุดมีความบริสุทธิ์ 96.5% เช่นเดียวกับทองรูปพรรณ นอกจากนี้ยังมีทองแท่งที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.99% โดยมักจะพบในตลาดสากลหรือสำหรับนักลงทุนที่เน้นความบริสุทธิ์สูงสุดเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ

ค่ากำเหน็จ

  • ทองรูปพรรณ: มี ค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดจากฝีมือช่างและการออกแบบลวดลาย ยิ่งลวดลายซับซ้อน ค่ากำเหน็จก็จะยิ่งสูง
  • ทองแท่ง: โดยทั่วไปไม่มีค่ากำเหน็จ หรือมีเพียงเล็กน้อยสำหรับค่าดำเนินการผลิตและบรรจุภัณฑ์

จุดประสงค์

  • ทองรูปพรรณ: จุดประสงค์หลักคือการสวมใส่เพื่อความสวยงาม การมอบเป็นของขวัญ หรือการสะสม
  • ทองแท่ง: มุ่งเน้นการลงทุน การออม และการรักษามูลค่าของทรัพย์สิน

ราคาขายต่อ

  • ทองรูปพรรณ: เมื่อต้องการขายคืน มักจะมีการหักค่ากำเหน็จบางส่วน หรือบางครั้งอาจมีการหักค่าเสียหายหากทองชำรุด ทำให้ราคารับซื้อคืนมักจะต่ำกว่าราคาขายออก
  • ทองแท่ง: มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง และราคารับซื้อคืนมักจะใกล้เคียงกับราคาขายออก ณ ขณะนั้น เนื่องจากไม่มีค่ากำเหน็จเข้ามาเกี่ยวข้อง
รูปแบบทองรูปพรรณต่าง ๆ ที่เหมาะกับการใช้ตามจุดประสงค์

ประเภทของทองคำรูปพรรณ

รูปแบบทองรูปพรรณสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามวัตถุประสงค์และการใช้งานหลัก ๆ ดังนี้

1. ทองรูปพรรณประเภทสวมใส่

เป็นรูปแบบทองรูปพรรณที่พบเห็นได้ทั่วไปและได้รับความนิยมสูงสุด เน้นการออกแบบที่สวยงามและสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น สร้อยคอพร้อมจี้ สร้อยข้อมือ แหวนเพชรประดับทอง ต่างหู กำไลข้อมือ

2. ทองรูปพรรณเพื่อความเป็นสิริมงคล

ทองรูปพรรณประเภทนี้มักจะมีการออกแบบที่สื่อถึงความหมายอันเป็นมงคลตามความเชื่อ เช่น แหวนปี่เซียะ สร้อยคอรูปสัตว์มงคล จี้องค์เทพต่าง ๆ หรือลวดลายที่เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย โดยนอกจากการสวมใส่เพื่อความสวยงามแล้ว ยังเชื่อกันว่าช่วยนำพาสิ่งดี ๆ มาสู่ผู้ครอบครอง

3. ทองรูปพรรณสมัยใหม่

เป็นรูปแบบทองรูปพรรณที่เน้นการออกแบบที่ทันสมัย มีดีไซน์ที่แปลกใหม่และไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ อาจมีการผสมผสานวัสดุอื่นเข้ากับทองคำ เช่น เพชร พลอย หรืออัญมณีอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหรูหรา

การดูแลรักษาทองคำรูปพรรณ

การดูแลรักษาทองรูปพรรณอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ทองของคุณคงความสวยงามและมูลค่าไปได้นานอย่างที่ควรจะเป็น โดยวิธีที่แนะนำมีดังนี้

  • ทำความสะอาดเป็นประจำ : ควรล้างทองด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ หรือสบู่อ่อน แล้วใช้แปรงขนนุ่มขัดเบา ๆ เพื่อขจัดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรก จากนั้นเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอช่วยรักษาความเงางามของทองไว้ได้นานยิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมี : ทองคำอาจหมองหรือเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับสารเคมี เช่น น้ำหอม สเปรย์แต่งผม คลอรีนจากสระว่ายน้ำ หรือผงซักฟอก ควรหลีกเลี่ยงการใส่ทองขณะทำความสะอาด ว่ายน้ำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี
  • เก็บทองแยกชิ้น : ไม่ควรวางทองหลายชิ้นปะปนกัน เพราะอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกันได้ ควรเก็บแยกในถุงผ้านุ่ม หรือใส่ในกล่องเครื่องประดับที่มีช่องแบ่งชัดเจน
  • ถอดทองก่อนออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมแรง : เหงื่อ แรงกระแทก หรือการเสียดสีขณะเล่นกีฬา อาจทำให้ทองเสียรูปได้ง่าย แนะนำให้ถอดทองก่อนทำกิจกรรมเหล่านี้เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย

เลือกซื้อทองรูปพรรณ ต้องที่ “ฮั่วเซ่งเฮง”

สำหรับใครที่กำลังมองหาทองคำรูปพรรณราคายุติธรรม คุณภาพดี ขอแนะนำ "ฮั่วเซ่งเฮง" ร้านทองที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 75 ปี ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและความเชี่ยวชาญในการผลิตทองรูปพรรณ ฮั่วเซ่งเฮงมีทองรูปพรรณหลากหลายน้ำหนักและรูปแบบ เหมาะทั้งสำหรับซื้อใส่ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นของขวัญมงคล สามารถเลือกชมและสั่งซื้อได้ทั้งทางเว็บไซต์หรือที่ร้านทุกสาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-112-2222 ตลอดเวลาทำการตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 24.00 น. และเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.30 น.

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...