ค่าขนส่งแพงขึ้นเพราะอะไร ? วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 08.19 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารเคยไหม ราคาสินค้าในออนไลน์ไม่ได้แพงขึ้นมาก แต่พอรวมค่าขนส่งเข้าไป กลับทำให้ลังเลที่จะกดสั่งซื้อ ? ยิ่งถ้าเป็นร้านค้ารายย่อย หรือผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้นในแต่ละออเดอร์อาจไม่ได้กระทบแค่กำไร แต่ส่งผลถึงพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรง ทำไมค่าขนส่งถึง “ขยับขึ้น” ได้บ่อย และอะไรคือเบื้องหลังของราคาที่มักมองข้าม ?
ราคาน้ำมันยังเป็นต้นทุนหลักที่ขยับก่อนเสมอ
แม้ในยุคที่พลังงานสะอาดกำลังเป็นเทรนด์ แต่ในความเป็นจริง “น้ำมัน” ยังคงเป็นต้นทุนหลักในการขนส่ง ทั้งสำหรับรถบรรทุก รถตู้ขนพัสดุ ไปจนถึงเครื่องบิน Cargo หากราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน บริษัทขนส่งก็มีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าขนส่งตาม ในบางช่วง เราจึงเห็นค่าขนส่งขึ้นราคาแบบชั่วคราวหรือเพิ่มค่า Surcharge พิเศษโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งส่งผลทันทีต่อผู้ขายที่ต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้ ค่าแรงและปัญหาแรงงานขาดแคลนหลังโควิด
อีกปัจจัยที่ทำให้ค่าขนส่งปรับตัวคือ “ค่าแรง” โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีต้นทุนค่าครองชีพสูง หลายบริษัทต้องปรับค่าแรงคนขับและพนักงานคลังสินค้าให้แข่งขันได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเจอกับปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคโลจิสติกส์ โดยเฉพาะแรงงานที่มีใบขับขี่เฉพาะทาง หรือคนขับรถขนส่งระยะไกล โลจิสติกส์ยุคใหม่ = ค่าใช้จ่ายหลังบ้านที่มองไม่เห็น
ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของการส่งของภายใน 1 วัน ต้องใช้เทคโนโลยี + ระบบบริหารคลังขั้นสูงขนาดไหน ? ระบบ Fulfillment, ระบบกระจายสินค้าแบบ Last-Mile, เครื่องยิงบาร์โค้ด และแพลตฟอร์มติดตามพัสดุ ล้วนมีค่าใช้จ่ายแฝงทั้งด้านซอฟต์แวร์ เซิร์ฟเวอร์ และบุคลากรไอที ผู้ให้บริการขนส่งในยุคนี้จึงต้องคิดค่าบริการที่ไม่ใช่แค่ “ค่ารถ” แต่ครอบคลุมทั้งระบบและนั่นสะท้อนมาเป็นค่าขนส่งที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องจ่ายร่วมกัน ผลกระทบต่อ e-commerce และร้านค้ารายย่อย
ค่าขนส่งที่สูงขึ้นในแต่ละออเดอร์ ส่งผลต่อ Conversion Rate โดยตรง หลายแบรนด์พบว่า ลูกค้ามัก “เทตะกร้า” ทิ้งเมื่อเห็นค่าขนส่งท้ายบิล แม้ว่าราคาสินค้าจะไม่ได้แพงก็ตาม สำหรับผู้ขาย การแบกรับค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพื่อดึงดูดลูกค้า อาจทำให้ต้องยอมลดกำไร หรือปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้นเพื่อครอบคลุมต้นทุน รวมรอบส่ง โดยการใช้บริการ Fulfillment
หนึ่งในแนวทางที่ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มปรับใช้คือ “รวมรอบส่ง” หรือ batch delivery ซึ่งช่วยลดจำนวนเที่ยว และสามารถแชร์ค่าขนส่งกับลูกค้าหลายรายได้ในล็อตเดียว อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ การใช้บริการ ulfillment service เช่นของ SCG, Flash Fulfillment หรือ Line Man Logistics ซึ่งรวมคลัง แพ็คของ และส่งให้ในระบบเดียว ช่วยลดการลงทุนด้านคนและระบบในระยะยาว สำหรับร้านค้าที่มีปริมาณส่งประจำ การเจรจาต่อรองค่าขนส่งกับบริษัทโลจิสติกส์ยังคงเป็นทางออกที่คุ้ม โดยเฉพาะการขอลดค่า Base Rate หรือค่าระยะทางพิเศษตามโซน