โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Flow Coffee Roasters การไหลของเวลาจากบ้านเก่าอายุร้อยปี สู่ร้านกาแฟของชาวออฟฟิศ โปรเจ็กต์ที่ตั้งใจรักษาสิ่งเก่าไปพร้อมกับพัฒนาสิ่งใหม่ และอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร

Mirror Thailand

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 03.35 น.
ภาพไฮไลต์

“มันมีด้วยเหรอน้อง ร้านกาแฟตรงนี้น่ะ”

แม้แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ยังงงกับเรา เมื่อเรียกมาส่งตรงหน้าตึกแถวแห่งหนึ่งในย่านถนนสุรวงศ์ เพราะร้านกาแฟที่เราต้องการจะมา ก่อนหน้านี้มันเคยถูกบดบังโดยหมู่อาคารพาณิชย์และรายล้อมไปด้วยตึกสำนักงานสูงๆ เต็มไปหมด จนแทบไม่มีแม้แต่ทางเข้า เรียกว่าเป็นพื้นที่เปลี่ยวเพราะถูกปิดร้างมานานมากกว่า 30 ปี จนหลายคน แม้แต่คนในพื้นที่ก็ยังลืมไปแล้วว่ามันเคยเป็นอะไร

จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บ้านหลังเก่าที่หลับใหลจากสายตาผู้คนอยู่หลังตึกแถวแห่งนี้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบของคอมมิวนิตี้สเปซ ชื่อว่า Time Signature Surawong โปรเจ็กต์ที่เป็นการร่วมมือกันของ ดุษฎี ทวีพานิชย์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นลัท-นลิน ขันติธีรธรรม ผู้รับหน้าที่เป็นดีไซน์เนอร์ และ อธิวัฒน์ พิเชฐธรรมสาร เจ้าของร้านกาแฟและโรงคั่ว Flow Coffee Roasters ที่ต่างมีแนวคิดคล้ายๆ กัน นั่นคือการพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกับหัวใจสำคัญเป็นความยั่งยืน ในการจะอยู่ร่วมกับบริบทของชุมชนได้อย่างลงตัว

Flow Coffee คือร้านกาแฟร้านแรกและร้านเดียวที่เข้ามาอยู่ด้วยในพื้นที่แห่งนี้ด้วยกัน จากแบรนด์ซึ่งเริ่มต้นมาโดยเป็นโรงคั่วและขายทางออนไลน์ การมีหน้าร้านแห่งที่ 2 เกิดขึ้นในพื้นที่นี้จึงเป็นข้อดีที่ให้คนได้มาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองในรูปแบบของร้านกาแฟสแตนด์อโลน

และคำว่า Flow ซึ่งหมายถึง ‘การไหลของเวลา’ ก็กลายมาเป็นแนวคิดที่น่าจะใช้อธิบายตัวบ้านเก่าอายุมากกว่าร้อยปีหลังนี้ได้ดีที่สุดด้วย

“เราอยากสร้างคอมมิวนิตี้ที่สามารถอยู่ไปได้ยาวๆ ไม่ได้เป็นแค่ย่านฮิต หรือมาแค่เป็นกระเเสแล้วหายไป” ดุษฎี ทวีพานิชย์ นักพัฒนาโครงการเล่าให้เราฟังถึงเหตุผลว่าทำไมจึงเลือกบ้านหลังเก่าที่ร้างมานานกว่า 30 ปี เป็นสเปซแห่งใหม่สำหรับคนเมือง ก็เพราะมันไม่เพียงได้เปรียบในเชิงกายภาพ แต่พื้นที่ถนนสุรวงศ์ ยังเป็นย่านเก่าแก่ย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง โดยรอบมีทั้งแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และยังเป็นย่านสำนักงานที่ชาวออฟฟิศจำนวนมากแวะเวียนมาตลอดทั้งวัน เรียกว่าวิถีชีวิตทั้งท้องถิ่นและโมเดิร์นสอดประสานกันอย่างลงตัวที่นี่ก็ว่าได้

บ้านหลังนี้ถูกสร้างเมื่อประมาณช่วงปี พ.ศ. 2470-2590 ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดวันและเวลาที่แน่ชัด มีเจ้าของบ้านคนเเรกคือ พันตรี หม่อมเจ้าขจรจบกิตติคุณ กิติยากร ตอนแรกที่เห็นโลเคชั่นนี้จาก Google Map พวกเขาเล่าให้เราฟังว่ามันแทบจะเข้ามาไม่ได้เลย เนื่องจากพื้นที่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างมานาน และถูกเปลี่ยนผ่านจากเจ้าของเดิม ทำให้ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะรื้อถางจนสามารถเข้ามาได้ แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายอีกเหมือนกัน คือการที่มันเป็นหมู่อาคารบ้านเก่าสร้างมานานร่วมร้อยปี เคยผ่านการถูกน้ำท่วมขัง และเต็มไปด้วยปลวกที่กัดกันโครงสร้างไปเยอะ แค่เฉพาะตัวบ้านหลังนี้ก็ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็มในการรีโนเวทแล้ว

และการรีโนเวทก็แทบจะไม่ได้ใช้วัสดุที่เป็นของใหม่ หากเน้นการใช้โครงสร้างเดิมกับวัสดุเดิมที่ยังใช้งานได้ ชิ้นไหนยังคงสภาพอยู่ได้ดีก็ยังใช้อยู่ เพื่อรักษากลิ่นอายของตัวบ้านเดิมให้มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นขั้นตอนที่ไม่ง่ายเลย เพราะการตัดสินใจทุบของเดิมทิ้ง หรือสร้างใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดอาจจะทำได้ง่ายกว่า ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณก็จริง แต่เสน่ห์กับความอัตลักษณ์ของพื้นที่แห่งนี้ก็จะหายไปด้วย

“การซ่อม ยากกว่าการสร้างใหม่ มันต้องลงทุนลงแรงมากกว่า ทีมเรายังคุยกันตลอดเลยว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ยอมรับว่าเราต้องใช้ ‘หลายฮึบ’ อยู่เหมือนกันค่ะ ”

“เราจำเป็นต้องรู้ว่าเพื่อนบ้านเป็นใคร เขาอยู่กันยังไง มีอะไรอยู่ตรงนี้บ้าง และเราจะอยู่กันยังไงให้ทุกคนแฮปปี้ที่สุด เหมือนเราเข้ามาเป็นเพื่อนบ้านกับเขา ขออนุญาตเขาก่อนทุกครั้งที่จะมีเสียงดังจากการก่อสร้างบ้าง หรือบางครั้งที่อาจจะกระทบกับระบบไฟ ระบบน้ำ แต่เราไม่ทิ้งเขา อะไรทำให้เขาอยู่กันอย่างมีความสุข เราก็ทำ”

จากที่เมื่อก่อนชาวบ้านไม่กล้าเปิดประตูหลังบ้าน เพราะกลัวสัตว์มีพิษบ้าง กลัวโจรบ้าง กลายเป็นว่าภูมิทัศน์หลังบ้านของชาวชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ไม่รกร้าง ไม่เปลี่ยวเหมือนเมื่อก่อน แถมสะอาด ปลอดภัยมากขึ้นด้วย “บางพื้นที่เข้าไปพัฒนาแล้วเสน่ห์ของชุมชนหายไป เพราะฉะนั้นอะไรที่เคยอยู่แล้วยังเล่าเรื่องพื้นที่ตรงนี้ได้ เราก็จะเก็บไว้ แม้แต่ต้นไม้ต้นเก่าที่อยู่มานานพอๆ กับบ้านที่เห็นนี้ด้วยค่ะ”

ไม่เพียงแค่นั้น พื้นที่ด้านหน้าของโครงการยังกลายเป็นพื้นที่ให้ชาวชุมชนเข้ามาใช้ทำมาหากิน อย่างเช่นอากงเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่เคยตั้งร้านขายอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ตึกแถวนั้นได้ถูกปิดไปแล้ว ก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่ และในเวลาพักเที่ยง เราก็จะเห็นบรรดาชาวออฟฟิศเดินมากินก๋วยเตี๋ยวอากง เสร็จแล้วก็เลยเข้ามาซื้อกาแฟ เป็นภาพวิถีของการพึ่งพาอาศัยกันแบบนี้ทุกวัน

ในมุมมองของนักพัฒนาอสังหาฯ มองว่าธุรกิจที่จะเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ ไม่เพียงแค่ต้องมีปรัชญาเดียวกัน มันยังต้องช่วยทำให้ย่านมีชีวิตชีวา และเป็นการพัฒนาพื้นที่ไปในตัวได้จริงๆ และนั่นก็ตรงกับปรัชญาดั้งเดิมของ Flow Coffee ที่ไม่ได้ต้องการจะเสิร์ฟกาแฟหรือเครื่องดื่มราคาสูงเกินเอื้อม เพราะตั้งใจเป็นร้านกาแฟที่ผู้คนสามารถซื้อหาได้ทุกวัน เป็น Daily Product ในราคาย่อมเยาที่เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมา คนทำงาน หรือคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ย่านนี้ก็ตาม ซึ่งเร็วๆ นี้ นอกจาก Flow Coffee แล้ว เพื่อนบ้านที่จะเข้ามาอยู่ด้วยกันในพื้นที่นี้ก็กำลังจะมีร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่ง และโรงแรมตามมาด้วย เพื่อเข้ามาช่วยเติมเต็มคอมมิวนิตี้ให้อบอุ่นยิ่งขึ้น

“อยากให้มันเหมือนพาทุกคนกลับไปบ้านหลังนี้ เมื่อร้อยปีที่แล้ว เป็นจุดนัดพบของเพื่อนๆ และเป็นบ้านที่อบอุ่นสบายใจอีกหลังของทุกคน” นั่นคือความตั้งใจของทีมพัฒนาโครงการ

ทุกๆ องค์ประกอบของพื้นที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารหรือผู้คนต่างเล่าเรื่องราวในแบบของมัน จากอดีต ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน และเราก็ดีใจที่มันยังมีโอกาสได้ ‘อยู่รอด’ ต่อไป เพื่อเล่าเรื่องราวใหม่ๆ จากผู้คนใหม่ๆ ในอนาคตที่จะเข้ามา

เพราะการรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่มันง่าย การเก็บรักษาเอาไว้นั้นยากกว่า

-

Flow Coffee Roasters

ตั้งอยู่ในโครงการ Time Signature Surawong

ซอยนเรศ (ติด 7-Eleven ข้างตึก Jewellery Center)

เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 07.30 - 16.30 น. (หยุดวันอาทิตย์)

จอดรถได้ที่ตึก Jewelry Center

บทความต้นฉบับได้ที่ : Flow Coffee Roasters การไหลของเวลาจากบ้านเก่าอายุร้อยปี สู่ร้านกาแฟของชาวออฟฟิศ โปรเจ็กต์ที่ตั้งใจรักษาสิ่งเก่าไปพร้อมกับพัฒนาสิ่งใหม่ และอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...