โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลาะชายป่าริมแม่น้ำคาน รำลึก 'อองรี มูโอต์' และ 'ออกุสต์ ปาวี' อนุสรณ์สถานชาวฝรั่งเศสแห่งอินโดจีน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 02.24 น.

บทความพิเศษ | ยุวดี วัชรางกูร

เลาะชายป่าริมแม่น้ำคาน

รำลึก ‘อองรี มูโอต์’ และ ‘ออกุสต์ ปาวี’

อนุสรณ์สถานชาวฝรั่งเศสแห่งอินโดจีน

นครหลวงพระบาง เมืองเอกของแขวงหลวงพระบาง แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมสองสายน้ำ ได้แก่ แม่น้ำโขง และแม่น้ำคาน เป็นหมุดหมายของนักเดินทางทั่วโลกนานนับหลายร้อยปี

ไกลออกไปจากใจนครทางตะวันออก ณ บ้านผานม มีสถานที่แห่งหนึ่งจารึกร่องรอยการมาเยือนของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสคนสำคัญสองรุ่น ผู้มีบทบาทสร้างการรับรู้เกี่ยวกับชาวอินโดจีนแก่ชาวตะวันตก และส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรในภูมิภาคอุษาคเนย์ช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์

บริเวณดอนแก่งนูน ริมแม่น้ำคาน เป็นสถานที่กึ่งลับสำหรับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ตั้งใจเสาะหาสุสานของ อองรี มูโอต์ ( Alexandre Henri Mouhot ) นักนิรุกติศาสตร์วัย 35 ปี ในฐานะนักสำรวจธรรมชาติวิทยาผู้เดินทางมาสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเดินทางต่อไปยังราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรลาวในแต่ละคราว กระทั่งจบชีวิตด้วยโรคมาลาเรียหรือไข้ป่า ริมแม่น้ำคาน บ้านผานม ในปี พ.ศ.2404

ผลงานการบันทึกพร้อมภาพร่างลายเส้นของมูโอต์สร้างแรงบันดาลใจใหญ่หลวงแก่นักสำรวจรุ่นต่อๆ มา ดังเช่นที่เขาเคยยกย่องบันทึกของ เซอร์จอห์น เบาว์ริ่ง ( Sir John Bowring ) ผู้เดินทางมายังอุษาคเนย์และสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าเป็นแรงขับสำคัญให้เขาต้องการเห็นโลกตะวันออกด้วยตาตนเอง

เขาจึงเสนอโครงการขอรับทุนสำรวจจาก ‘ราชสมาคมภูมิศาสตร์และสมาคมสัตววิทยาแห่งกรุงลอนดอน’ ได้เดินทางมาสัมผัสดินแดนอุษาคเนย์สมความตั้งใจ

การเดินทางรอบสุดท้ายจากบางกอก ผ่านลพบุรี ข้ามเทือกเขาดงพญาไฟ ผ่านชัยภูมิ ขึ้นไปทางเมืองเลย ผ่านเมืองปากลาย ข้ามแม่น้ำสู่หลวงพระบาง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2404 มูโอต์นักผจญภัยมาพร้อมลูกหาบชาวสยามสองคนชื่อ ไพร และ แดง โชคร้ายเขาป่วยหนักขณะสำรวจป่าริมแม่น้ำคาน บันทึกชิ้นสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตเพียงสิบวัน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2404 มูโอต์สิ้นลมหายใจภายในเพิงพักริมน้ำคาน พลิ้วน้ำแสนงามและป่าสงัดโดยรอบประหนึ่งพยานการเดินทางไกลสู่อ้อมกอดพระเจ้า ดังความปรารถนาของเขาในบันทึกชิ้นสุดท้าย

มูโอต์น่าจะได้สั่งเสียลูกหาบผู้ซื่อสัตย์ไว้ก่อนแล้ว ไพรกับแดงช่วยกันฝังร่างเขาไว้ที่นั่น และนำบันทึกล้ำค่ารวมถึงข้าวของส่วนตัวของมูโอต์ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่กงสุลอังกฤษในบางกอก เพื่อส่งต่อไปยังภรรยาชาวอังกฤษของมูโอต์ที่ลอนดอน

ครั้นคณะสำรวจแม่น้ำโขงชาวฝรั่งเศสชุดหลังเดินทางมาถึงดอนแก่งนูน แม่น้ำคานบ้านผานม เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปยังลี่เจียงทางตอนใต้ของจีน พวกเขาเสาะหาหลุมศพของมูโอต์จนพบ และได้ย้ายร่างของเขาออกจากพื้นที่ โดยสร้างสุสานจำลองไว้บนเชิงเขาริมแม่น้ำคาน จนถึงปัจจุบัน

บันทึกสำคัญของมูโอต์ตีพิมพ์ในวารสารราชสมาคมฯ เป็นภาษาฝรั่งเศส ต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อ Travels in the central parts of Indo-China (Siam), Cambodia, and Laos : during the years 1858, 1859, and 1860.

ห่างจากสุสานมูโอต์ขึ้นไปทางเนินด้านหลังไม่ไกล ปรากฏรูปปั้นจำลองบุรุษผู้หนึ่งระบุนาม Jean Marie August Pavie หรือที่ชาวสยามเรียกขานว่า มองซิเออร์ปาวี นักสำรวจชาวฝรั่งเศสผู้เดินทางสู่อินโดจีนและสยามสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นักประวัติศาสตร์อาวุโสอย่าง ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เคยวิเคราะห์เกี่ยวกับการสร้างอนุสาวรีย์ปาวีเคียงสุสานมูโอต์ ทั้งที่เป็นคนละช่วงสมัยว่า น่าจะต้องการแสดงคุณูปการของบุคคลทั้งสองที่มีส่วนช่วยให้ลาวหลุดพ้นจากอิทธิพลของสยามในสมัยนั้น

เหตุการณ์ รศ.112 หรือ พ.ศ.2436 สมัยรัชกาลที่ห้า ปาวีมีบทบาทสำคัญทำให้เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสได้ลาวมาอยู่ในปกครอง ปาวีเป็นกงสุลประจำบางกอก ดูแลโคชินไชน่า กัมพูชา หลวงพระบาง เขาสร้างเครือข่ายอิทธิพลจากแม่น้ำโขงตอนกลาง ไปจรดสิบสองปันนาตอนใต้ของจีน

ข้อมูลจากมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เปิดเผยว่าเหตุการณ์กบฏฮ่อ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลาวมาอยู่ใต้อาณัติฝรั่งเศส พวกฮ่อเข้ายึดหลวงพระบางโดยที่กองทัพสยามไม่สามารถช่วยเหลือได้ ขณะที่ปาวีในฐานะผู้ช่วยกงสุลในหลวงพระบางมานาน 17 ปี ได้นำ พระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ (เจ้าคำสุก) เจ้ามหาชีวิตองค์ที่ 12 แห่งราชอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง เสด็จฯ หนีภัยฮ่อ ข้ามแม่น้ำโขงมาฝั่งขวาที่เมืองปากลาย ได้สำเร็จ

เมื่อรวมกับสถานการณ์ความขัดแย้งกรณีพระยอดเมืองขวาง ที่เมืองคำม่วน สะหวันนะเขต ฝรั่งเศสจึงดำเนินการเชิงรุกด้วยนโยบายการทูตเรือปืน อ้างสิทธิเหนือดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง

ที่สุดแล้วสยามยินยอมทำหนังสือสัญญา ลงวันที่ 3 ตุลาคม ร.ศ.112 ชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศส ทั้งต้องสละอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนลาว ต้องไม่มีเรือรบอยู่ในตนเลสาบของกัมพูชา โดยฝรั่งเศสใช้กองทหารยึดเมืองจันทบุรีและตราดไว้เป็นประกันช่วง พ.ศ.2435-2447

อนุสรณ์สถานของชาวฝรั่งเศสสองคนสองสมัย บนเนินชายป่าริมแม่น้ำคาน บ้านผานม แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว จึงเป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนที่นิยมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไร้พรมแดนสองฝั่งโขง ในฐานะ ‘ประวัติศาสตร์ร่วมแห่งภูมิภาคอุษาคเนย์’

ทางตรงข้าม…สถานที่กึ่งลับแห่งนี้อาจเป็นของแสลงสำหรับคนบางกลุ่ม ขึ้นกับว่าบุคคลนั้นๆ เลือกสวมแว่นแบบใดต่อการอ่านอดีต ผ่านประวัติศาสตร์นิพนธ์ฉบับต่างๆ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลาะชายป่าริมแม่น้ำคาน รำลึก ‘อองรี มูโอต์’ และ ‘ออกุสต์ ปาวี’ อนุสรณ์สถานชาวฝรั่งเศสแห่งอินโดจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...