โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชี้รัฐสูญรายได้ 4-5 หมื่น ลบ.หลังให้โยก LTF สู่ Thai ESGX มั่นใจช่วยสร้างเสถียรภาพตลาด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 11 มี.ค. – สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยอมรับมาตรการชะลอการขายกองทุน LTF สับเปลี่ยนสู่ Thai ESGX หนุนหุ้นกลุ่มยั่งยืน แม้รัฐจะสูญรายได้ 40,000-50,000 ล้านบาท แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มั่นใจเป็นมาตรการชะลอการขายได้แน่นอน ถ้าออมต่อจะได้สิทธิพิเศษทางภาษี ด้าน ก.ล.ต. เตรียมทำแพลตฟอร์มตรวจสอบ LTF

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นตลาดทุนไทย โดยอนุมัติให้จัดตั้งกองทุน ‘Thai ESG Extra’ ซึ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) พร้อมมาตรการจูงใจด้านภาษี หวังกระตุ้นสภาพคล่อง ดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ระบบ และเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนไทย

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึง “การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน (ESG) และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย“ ว่า การตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนพิเศษ (Thai ESGX หรือ Thai ESG Extra Fund) รองรับการโยกเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อรักษาเสถียรภาพและยกระดับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และการบริหารเงินลงทุนของผู้ลงทุนในกองทุน LTF รวมถึงส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของไทย คาดว่าจะส่งผลให้รัฐสูญรายได้ทางภาษีประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ
ทั้งนี้ การจัดตั้ง Thai ESGX และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF โดยให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยื่นขออนุมัติจัดตั้งกองทุนใหม่ที่มีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกหรือกิจการในไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน โดย บลจ.จะเปิดให้ผู้ลงทุนสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ทั้งหมดที่ถืออยู่ในทุก บลจ. เป็นหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX รวมทั้งเปิดขายให้กับผู้ลงทุนทั่วไป
สำหรับเงื่อนไขนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนในกอง LTF จะต้องแสดงความประสงค์สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนทั้งจำนวนเป็นหน่วยลงทุน Thai ESGX เท่านั้น หากต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่กองทุน Thai ESGX เปิดให้สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนครั้งแรก แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย. นี้ โดยจะต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยมองว่า มาตรการดังกล่าวเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มการลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนสำหรับนักลงทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนไม่ให้เงินลงทุนไหลออกจากตลท. ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเสถียรภาพของตลาดทุนไทยและสร้างบรรยากาศที่ดีในการลงทุน

นายอัสสเดช คงสิริ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ต้องรอติดตามว่าจะมีเม็ดเงินโยกเข้ากองทุนเท่าไหร่ แต่เชื่อว่า จากมาตรการนี้ จะทำให้ช่วยชะลอการขาย LTF ได้อย่างแน่นอน ด้านสถานการณ์ตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทย ลงไปประมาณ 14% มูลค่าหายไปเกือบ 200,000 ล้านบาท มีหลายปัจจัยที่กระทบค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงถือเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำลังดำเนินการ คือ โครงการ Jump Plus ที่สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียน มุ่งเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะออกรายละเอียดเร็วๆ นี้ ซึ่งความตั้งใจ คือ อยากให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตา มใครที่มี LTF ก็มีทางเลือกยังขายได้อยู่ หรือ ถ้าจะออมต่อก็จะได้สิทธิพิเศษทางภาษี

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการออมในการลงทุนระยะยาว และส่งเสริมในเรื่องผู้ระดมทุน ขณะเดียวกันมาตรการนี้จะชะลอแรงขาย LTF ได้บ้าง ขณะนี้เดียวกันมองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยบวก ที่จะทำให้ผู้ถือหน่วย LTF มีทางเลือก เป็นสิ่งที่ มีทางเลือกย่อมดีกว่าไม่มีทางเลือก มาตรการนี้จะส่งผล กับหุ้นทุกตัวในตลาดหรือไม่นั้น การตั้ง ESG เป็นหุ้นที่ต้องผ่านเงื่อนไข ESG ซึ่งปัจจุบันมีหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์ 240 กว่าตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์ ESG เพิ่มเติมซึ่งบุคคลใดที่มีทางเลือกใช้สิทธิ อย่าเพิ่งขาย LTF แต่ขายได้ตลอด แต่หากขายแล้วจะไม่มีสิทธิในการเลือกวงเงินลดหย่อนภาษี โดยขณะนี้ ก.ล.ต. ที่กำลังดำเนินการ คือ จะมีแพลตฟอร์มเข้ามาช่วย โดยจะเปิดแพลตฟอร์ม ให้เข้าไปเช็กว่ามี LTF ที่ไหนบ้าง หากตัดสินใจจะใช้สิทธิ ต้องไปแจ้ง บลจ. ตามระยะเวลาที่เปิด เพื่อปรับเปลี่ยนโยกย้ายก่อน อย่างไรก็ตาม หากจะครบตามเงื่อนไข ตามปีได้ จะต้องมาทั้งหมดตามที่กำหนด แม้จะเกิน 500,000 บาทก็ตาม
นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ทางกระทรวงให้มากกว่าที่คาดการณ์ ทั้งการหยุดเม็ดเงินที่จะไหลออก และได้เม็ดเงินใหม่เข้ามาด้วย 2 มุมนี้ เชื่อว่าตลาดจะมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงจะมี มติทันทีวันนี้ ใครที่จะขาย LTF จะต้องส่งสัญญาณว่าหยุดขายก่อน โดยหากจะต้องการสับเปลี่ยนจะต้องโอนทั้งก้อน โอนไปบาง/ส่วนไม่ได้ ส่วนเม็ดเงินใหม่ เชื่อว่าจะเป็นตัวเสริม เป็นกำลังสำคัญ และจะตอบโจทย์ตลาดทุน ที่อยากเห็นเม็ดเงินใหม่ในตลาดทุน. -513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...