ธปท. ชี้ เศรษฐกิจไทย ก.พ. ชะลอตัว ท่องเที่ยวลดลง ภาคผลิตยังไม่ฟื้น
ธปท. เผย เศรษฐกิจไทย ในเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มชะลอตัว โดยภาคการท่องเที่ยวลดลง และภาคการผลิตยังไม่ฟื้นตัว
31 มี.ค. 68 นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ชะลอลงจากเดือนก่อน จากภาคบริการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว เนื่องจากจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ประกอบกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง โดยเฉพาะหมวดเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม และการลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การส่งออกปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด
โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลหะมีค่า ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายประจำและลงทุนของรัฐบาลกลาง
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนตามหมวดพลังงานเป็นสำคัญ จากผลของฐานสูงและราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร และค่าโดยสารสาธารณะ สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นจากดุลการค้าเป็นสำคัญ ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเกินดุลลดลงตามรายรับภาคการท่องเที่ยว ด้านตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน
การบริโภคภาคเอกชน เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดสินค้าไม่คงทนเป็นสำคัญ ตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าและยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตามหมวดสินค้ากึ่งคงทนทรงตัว โดยปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มลดลง ขณะที่ยอดจำหน่ายสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้น หมวดสินค้าคงทนลดลง ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์
ขณะที่ยอดจำหน่ายรถกระบะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หมวดบริการลดลงจากหมวดโรงแรมและภัตตาคาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง สำหรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงเล็กน้อย จากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวดหลัก โดยการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ลดลงหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้า ตามการนำเข้าสุทธิในหลายสินค้าทุน อาทิ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรที่ใช้ในงานเฉพาะทาง
สำหรับหมวดยานพาหนะลดลงจากหมวดรถยนต์นั่งเป็นสำคัญ และหมวดก่อสร้างลดลง ตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างจากทั้งหมวดที่อยู่อาศัยและไม่ใช่ที่อยู่อาศัย สอดคล้องกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ยังซบเซาและธุรกิจบางส่วนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก
จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวนและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซีย หลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อนหน้าจากเทศกาลตรุษจีน นอกจากนี้ ยังมีผลของความกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวในหลายสัญชาติยังขยายตัว อาทิ ญี่ปุ่น อินเดีย และรัสเซีย
การส่งออกสินค้า มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการส่งออก
(1) หมวดยานยนต์ ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปออสเตรเลียและอาเซียน รถกระบะไปออสเตรเลีย และยางล้อไปสหรัฐฯ
(2) หมวดอิเล็กทรอนิกส์ ในหลายสินค้า อาทิ คอมพิวเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการเร่งส่งออกบางสินค้าไปสหรัฐฯ จากความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า
(3) หมวดโลหะมีค่า ตามการส่งออกทองคำขาวไปยังอินเดีย จากมาตรการลดภาษีนำเข้าโลหะมีค่าของอินเดีย และคาดว่าผลดีจะสิ้นสุดในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากศุลกากรอินเดียปรับเงื่อนไขการนำเข้าให้เข้มงวดมากขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สำหรับการส่งออกปิโตรเลียมลดลง ตามการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหลังจากเร่งไปในเดือนก่อนหน้า
การนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดเชื้อเพลิงตามปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบ และหมวดสินค้าทุนตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างไรก็ดี หมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากจีน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30 จากหมวดเคมีภัณฑ์ตามการชะลอการผลิตปุ๋ย เพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการควบคุมราคาปุ๋ย และหมวดปิโตรเลียม ที่เร่งผลิตไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ลดลงตามหมวดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ จากการระบายสินค้าคงคลัง
อย่างไรก็ดี การผลิตในบางหมวดปรับดีขึ้น สอดคล้องกับการส่งออก ได้แก่ หมวดแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ตามการฟื้นตัวของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ และหมวดยานยนต์ ตามการผลิตรถยนต์นั่งเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี การผลิตในหมวดยานยนต์ยังอยู่ในระดับต่ำ
ภาคบริการ เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วลดลงจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปรับลดลงจากทั้งธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และการขนส่งผู้โดยสาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำหรับกิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตปรับลดลงจากทั้งการค้าและขนส่งสินค้า ตามยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและการผลิตในภาคอุตสาหกรรม
รายได้เกษตรกรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากด้านผลผลิตเป็นสำคัญ โดยผลผลิตอ้อย ยางพารา และข้าวขยายตัวตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ขณะที่ด้านราคาหดตัวเล็กน้อยตามราคาข้าวและอ้อยจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งราคามันสำปะหลังที่ความต้องการมันเส้นจากจีนลดลง
การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญ ค่าตอบแทนบุคลากร และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ
สำหรับรายจ่ายลงทุนขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคและคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและพลังงาน
ด้าน ภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านตลาดสินเชื่อและตลาดตราสารหนี้เป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านตลาดสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากธุรกิจการผลิต อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจโฮลดิ้ง
แม้ภาคการค้าจะหดตัวจากเดือนก่อน ด้านการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นตามธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารและการเกษตร รวมทั้งกลุ่มธุรกิจด้านโทรคมนาคม โดยเป็นการกู้ยืมเพื่อการต่ออายุ (rollover) หุ้นกู้ที่ครบกำหนดเป็นสำคัญ
สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้นและระยะยาวปรับลดลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการคาดการณ์ของนักลงทุนว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในระยะข้างหน้า
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้น หลังมาตรการกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคม 2568 (ข้อมูลถึง 25 มีนาคม 2568) เงินบาทเฉลี่ยทรงตัวใกล้เคียงเดิม ตามการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ เป็นไปตามที่ตลาดคาด ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากตลาดลดความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ โดยเป็นผลของฐานสูงในปีก่อน และราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้น จากราคาเนื้อสุกร ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากราคาอาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร และค่าโดยสารสาธารณะหลังสิ้นสุดมาตรการยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถเมล์ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของภาครัฐ
สำหรับภาวะตลาดแรงงานโดยรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามจำนวนผู้ประกันตนมาตรการ 33 ในภาคบริการ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตทรงตัว ด้านสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรายใหม่ต่อผู้ประกันตนรวมลดลง โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตรถยนต์และธุรกิจขนส่ง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรวมต่อผู้ประกันตนรวมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการหางานใหม่ในระบบประกันสังคมที่ยากขึ้น
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากดุลการค้าเป็นสำคัญ ตามการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเกินดุลลดลงจากรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง
เสถียรภาพและฐานะการเงินของภาคธุรกิจ (ไตรมาส 4 ปี 2567) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET และ mai) ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินโดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อน ด้านความสามารถในการทำกำไร Operating Profit Margin (OPM) โดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 6.8 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจการผลิต (Manufacturing) ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวดธุรกิจ ขณะที่ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว (Tourism related) ทรงตัว
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว (Other services) ปรับแย่ลงในทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง ขณะที่ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย Interest Coverage Ratio (ICR) โดยรวมอยู่ที่ 4.2 เท่า ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ด้านสภาพคล่องและการก่อหนี้ Current Ratio (CR) และ Debt to Equity ratio (DE) โดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.6 เท่าและ 0.7 เท่าตามลำดับ