โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Telephobia ภาวะกลัวการ ‘คุย’ และ ‘รับ’ โทรศัพท์ จากความคุ้นชินของการสนทนาผ่านเเชตที่กลายมาเป็นอุปสรรคในการสื่อสารของคน Gen Z

Mirror Thailand

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 07.16 น.
ภาพไฮไลต์

เราอยู่ในยุคที่การสื่อสารมีทางเลือกมากมายและง่ายขึ้นก็จริง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งการสื่อสารทำได้หลายทางมากเท่าไร ทักษะที่เราจะกลับมาพูดคุยกันผ่านทางการ ‘โทรศัพท์’ แบบที่น่าจะง่ายและสามัญที่สุด อาจกลายเป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลกับความยุ่งยากใจให้คนยุคใหม่ได้มากกว่า เมื่อความกลัวในการพูดคุยผ่านการโทรศัพท์ที่เรียกว่าภาวะ Telephobia หรือ Phone Anxiety กำลังเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้การสื่อสารของคน Gen Z หรือคนที่เกิดในช่วงปี 1997-2012 เป็นเรื่องยากขึ้น

Telephobia คือภาวะของความรู้สึกกลัว และวิตกกังวลที่จะพูดคุยผ่านการโทรศัพท์ และยังหมายรวมถึงความกังวลที่จะ ‘รับสาย’ จากคนที่โทรเข้ามาด้วย ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายใจแล้ว บางครั้งความกังวลจากภาวะ Telephobia ยังสามารถส่งผลในเชิงกายภาพได้ เช่น เหงื่อออกมากผิดปกติ ควบคุมน้ำเสียงไม่ได้ กระวนกระวาย คิดอะไรไม่ออก ไปจนถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วและแรงขึ้นในเวลาที่ต้องโทรหา หรือรับสายจากใคร

Liz Baxter ผู้ให้คำปรึกษาด้านอาชีพ วิทยาลัย Nottingham ในอังกฤษ ซึ่งทำงานกับเด็กนักเรียนในวัย 16-18 มองว่าเหตุผลที่ทำให้คนวัย Gen Z เกิดภาวะเหล่านี้อาจเป็นเพราะพวกเขาโตมากับการที่บริบทของการสื่อสารเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แม้ว่าพวกเขาจะทำทุกอย่างผ่านโทรศัพท์เครื่องเดียวได้ก็จริง แต่กลับไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพื่อการโทรหา หรือรับสายจากใครตามบริบทของโทรศัพท์ในยุคก่อน เพราะค่าเริ่มต้นของคนวัย Gen Z คือการที่พวกเขาใช้โทรศัทพ์สำหรับพิมพ์ แชต และส่งข้อความเสียงมากกว่า นั่นทำให้เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเริ่มสูญเสียทักษะในการพูดคุยผ่านการโทรไปโดยปริยาย

ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์นี้จะสอดคล้องกับผลสำรวจเมื่อปี 2024 จาก Uswitch แพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอังกฤษ ซึ่งได้ทำการสำรวจคนในวัย 18-34 จำนวน 2,000 คน พบว่ากว่า 70% ในจำนวนนั้น พวกเขาชอบวิธีพิมพ์ข้อความหรือแชตมากกว่าการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ และอีกกว่า 23% ก็ยอมรับว่าพวกเขาเเทบจะไม่เคยรับโทรศัพท์เลยเวลามีสายเรียกเข้า เพราะกลัวว่าจะเกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ไม่รู้จะต้องตอบแบบไหน อีกทั้งไม่รู้ว่าจะ ‘ดีล’ กับบทสนทนาใดๆ ที่เกิดขึ้นจากคนปลายสายอย่างไร

ปัจจัยหนึ่งที่น่าจะมีส่วนทำให้คนรุ่นใหม่เกิดความกังวลในการคุยโทรศัพท์อาจเป็นเพราะความคุ้นชินของการแชตที่อาศัยแค่การพิมพ์ รวมถึงการส่งข้อความเสียงซึ่งเป็นการสื่อสารแบบ Asynchronous ที่พวกเขาสามารถเป็นผู้กำหนดได้ว่าพร้อมรีแอ็กกับเมื่อไร เป็นการสื่อสารที่ทั้งมีเวลาเหลือเฟือ และอนุญาตให้ได้คิดก่อนรีแอ็กกลับไป (และแน่นอนว่าบางครั้งก็ทำให้เกิดภาวะคิดมากเกินไป (Overthinking) ด้วย)ในขณะที่การคุยหรือรับโทรศัพท์คือการสนทนาแบบ ‘เรียลไทม์’ ที่ต้องการการรีเเอ็กกลับในทันทีที่มาพร้อมกับความคาดหวังคำตอบจากอีกฝ่ายหนึ่ง และความรู้สึกว่าถูกคาดหวังให้ตอบแชตนี้เองที่อาจทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า Out of Control สูญเสียการควบคุม ไม่รู้จะไปทางไหนดีก็เป็นได้

อีกทั้งการสื่อสารผ่านการแชต หรือส่งข้อความเสียงนั้นยังมี ‘กำแพง’ และ ‘ระยะห่าง’ ของการสื่อสารที่อาจทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเหมือนอยู่ในเซฟโซนได้มากกว่า นอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นการสื่อสารที่ไม่ต้องออกท่าทาง แถมไม่ต้องคอยกังวลเรื่องน้ำเสียงมากเท่ากับการคุยโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ตัวต่อตัวอีกด้วย

ผลสำรวจยังเผยอีกว่า 56% ของคน Gen Z รู้สึกว่าการที่ใครสักคนโทรหามักจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก และการรับโทรศัทพ์ก็ทำให้กังวลเพราะมันมักจะมาพร้อมกับข่าวร้ายอยู่เสมอ พร้อมกับอีก 68% ที่กลัวว่าการรับสาย โดยเฉพาะเบอร์เเปลกๆ จะทำให้ต้องเจอกับพวกมิจฉาชีพ คอลเซ็นเตอร์ หรือสแกมเมอร์หลอกลวง ก่อกวนต่างๆ นานา และนั่นยิ่งสร้างความรู้สึกเครียด กลัวการรับสายหนักขึ้นไปอีก

ปรากฏการณ์ Telephobia นี้เองถึงกับทำให้วิทยาลัย Nottingham ในอังกฤษ ต้องเปิดคอร์สพิเศษขึ้นมาเพื่อช่วยสร้างทักษะการสื่อสารและความมั่นใจให้คนรุ่นใหม่สามารถพูดคุย โต้ตอบผ่านการโทรได้แบบไร้ความกังวล ซึ่ง Liz Baxter ผู้ให้ปรึกษาด้านอาชีพ วิทยาลัย Nottingham มองว่าจริงๆ แล้วคน Gen Z ไม่ได้ด้อยทักษะด้านการสื่อสารเลย พวกเขามีทักษะการสื่อสารที่แข็งแรงด้วยซ้ำ ดูได้จากเวลาที่พิมพ์แชตหาเพื่อน หรืออย่างเวลาเเชตกันเวลาเล่นเกมออนไลน์ หากแต่เป็นเพราะการสนทนาผ่านการคุยโทรศัพท์กับคนเป็นๆ แบบเรียลไทม์ต่างหากที่ทำให้พวกเขาเกิดความกลัวที่จะผิดพลาด กลัวว่าพูดอะไรออกไปแล้วจะถูกต้องหรือเปล่า จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจตรงกันไหม ต่างๆ เหล่านี้เองที่เป็นอุปสรรคของพวกเขา

“เซสชั่นของเราน่าจะช่วยให้คน Gen Z พัฒนาสกิลในการสื่อสารมากขึ้น ไม่เพียงแค่การโทรคุย แต่ยังช่วยให้พวกเขากล้าคุยกับเพื่อนๆ ในคลาสแบบต่อหน้า ตัวต่อตัว มากกว่าจะเลือกแค่วิธีการแชตหรือฝากข้อความเสียง รวมถึงมันอาจช่วยฝึกสกิลการคุยแบบเป็นทางการผ่านโทรศัพท์ให้เป็นเรื่องที่ไม่โหดร้ายกับพวกเขาเกินไปนัก อย่างเช่นการสัมภาษณ์งานผ่านทางโทรศัพท์ที่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่หลายองค์กรจำเป็นต้องใช้อยู่ รวมถึงการสื่อสารเรื่องสำคัญอื่นๆ ในชีวิตประจำวันที่ต้องการอาศัยการพูดคุยแบบเรียลไทม์จริงๆ และต้องเป็นการสื่อสารที่ถูกต้องแม่นยำด้วย ซึ่งเซสชั่นการเรียนรู้เหล่านี้เองจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ไม่ต้องกลัวการคุยโทรศัพท์อีกต่อไป”

อ้างอิง

https://www.cnbc.com/2025/02/17/gen-z-are-taking-telephobia-courses-to-learn-the-lost-art-of-a-call.html

https://www.newsweek.com/gen-z-problem-telephobia-2032493

https://www.instagram.com/p/DHqaR3sTAsL/?img_index=1

https://mirrorthailand.com/self/mind/101740

https://mirrorthailand.com/self/relationship/101665

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...