โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตื่นตา ฝูงผึ้งหลวงนับล้านทำรังในวัดเขาแก้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 19.10 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ตรัง 21 มี.ค. – มาแล้ว! ฝูงผึ้งหลวงนับล้านตัวทำรังบนหน้าผา ภายในวัดเขาแก้ว จ.ตรัง ปีนี้นับได้ 12 รัง มากกว่าปีที่ผ่านมาและมาเร็วกว่าเดิม ด้านเจ้าอาวาส ขอญาติโยมอย่าจับ อย่าทำลาย เพราะเป็นเขตอภัยทานที่อนุรักษ์ไว้ 20 ปีแล้ว

ฝูงผึ้งหลวงนับล้านตัวมาทำรังอยู่บนหน้าผา ภายในวัดเขาแก้ว ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ความสูงจากพื้นดินประมาณ 15 เมตร ชาวบ้านและพระสงฆ์ช่วยกันนับได้ทั้งหมด 12 รัง แต่ละรังมีความยาวไม่ต่ำกว่า 1-2 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่และทำรังมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งวัดแห่งนี้จะพบฝูงผึ้งหลวงมาทำรังในช่วงหน้าแล้งเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2548 หรือ 20 ปีมาแล้ว ก่อนจะทิ้งรังร้างไปหากิน โดยจะกลับมาทำรังใหม่ที่เดิมทุกปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน แต่ปีนี้ผึ้งหลวงมาทำรังเร็วกว่าเดิมเกือบ 1 เดือน อาจเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งเร็วกว่าปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้พบว่าฝูงผึ้งหลวงทำรังใหญ่กว่าเดิม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวบ้านและผู้พบเห็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่เคยไล่ต่อยชาวบ้านที่มาทำบุญในวัด

สำหรับผึ้งหลวงที่มาทำรังในปีนี้ คาดว่าจะได้น้ำผึ้งประมาณ 200 ขวด ราคาขายขวดละ 500 บาท โดยมีนักล่าผึ้งพยายามเข้ามาติดต่อกับเจ้าอาวาส เพื่อจับเอาน้ำผึ้ง แต่เจ้าอาวาสไม่อนุญาต เพราะเป็นเขตอภัยทาน เชื่อว่าเป็นการหนีร้อนมาพึ่งเย็น ซึ่งในอดีตเคยมีคนมาลักลอบจับผึ้งหลวงในเขตวัด แต่พลาดตกลงมาเสียชีวิต หรือไม่ก็พิการ ต่อมาจึงมีการทำ MOU กับผู้นำชุมชน ห้ามใครจับผึ้งในเขตวัด เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ดูเป็นตัวอย่างถึงความรัก ความสามัคคี ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากแล้ว จึงช่วยกันอนุรักษ์ไว้ จนพบว่าฝูงผึ้งหลวงกลับมาทำรังเพิ่มมากขึ้น

ด้านพระครูศรีรัตนาภิวุฒิ เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า ฝูงผึ้งหลวงมาทำรังตั้งแต่ปี 2548 หลังจากนั้นได้คุยกับญาติโยมว่า ถ้าเขามาแล้ว อาตมาขอบิณฑบาต ไม่ต้องมาพูดมาคุย มาขอว่าจะจับ ขอให้เขาอยู่อย่างปลอดภัย และสังเกตเห็นว่า ทุกปีตั้งแต่ปี 2548-2568 รังผึ้งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น จาก 5 รัง เป็น 12 รัง มองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่ป่าหายไป จึงมาอยู่ที่วัด อาตมาจึงขอความอนุเคราะห์ให้ญาติโยมช่วยกันดูแลรักษาไว้. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...