ส่องอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษไทย เผชิญต้นทุนพุ่ง-การแข่งขันแรง
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 มี.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • The Bangkok InsightKrungthai Compass ชี้แนวโน้มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษไทย เติบโตต่ำกว่าตลาดโลก เผชิญความท้าทายจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันรุนแรง แนะปรับตัวรับกระแสรักษ์โลก
มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษโดยรวมในปี 2568-2569 มีโอกาสขยายตัว 3.6% และ 4.2% ตามลำดับ โดยตลาดในประเทศที่มีสัดส่วนประมาณ 85-90% ของมูลค่าตลาดรวม คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องด้วยอัตรา 3.9% และ 4.7% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษไทย ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาคการค้าและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการเติบโตของตลาด E-Commerce สอดรับกับพฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าและอาหารทางออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
นอกจากนี้ การเติบโตของภาคการส่งออกของไทย จะมีส่วนช่วยกระตุ้นความต้องการ
ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อการบรรจุและขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออก อาทิ กล่องพัสดุ กล่องลูกฟูก
สำหรับมูลค่าส่งออกบรรจุภัณฑ์กระดาษ คาดว่า ในปี 2568-2569 จะขยายตัวที่ 2.2% และ 1.2% ตามลำดับ โดยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าหลักที่ปรับตัว
ดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนที่มีสัดส่วนตลาดกว่า 65% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการบริโภคของประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่การเติบโตของตลาด E-Commerce จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการซื้อและนำเข้าบรรจุภัณฑ์กระดาษที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค และ
การขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อาทิ กล่องกระดาษใส่อาหาร กล่องกระดาษเพื่อการขายปลีกและขนส่ง สอดคล้องกับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในตลาดโลก
ในด้านต้นทุนส่วนใหญ่ของธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษราว 70% ของต้นทุนทั้งหมด เป็นต้นทุนวัตถุดิบ ได้แก่ กระดาษชนิดต่าง ๆ อาทิ กระดาษแข็ง กระดาษคราฟท์ อีก 4% เป็นต้นทุนค่าแรงงาน และส่วนที่เหลือ 26% เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาทิ ค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร
ในระยะข้างหน้า อัตราการทำกำไรของธุรกิจมีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนการผลิต อาทิ ราคากระดาษคราฟท์ในตลาดโลก คาดว่าจะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 6,090 หยวนต่อตันในเดือน มกราคม 2568 ไปแตะที่ 6,388 หยวนต่อตัน ในอีก 12 เดือนข้างหน้า รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังสูงกว่าช่วงก่อนโควิด จะเป็นปัจจัยกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการของไทยอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากบรรจุภัณฑ์กระดาษของจีนที่เข้ามาตีทั้งตลาดในประเทศ และตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังต้องติดตามผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ในยุคทรัมป์ 2.0 หากจีนต้องเผชิญภาษีนำเข้าจากสหรัฐในอัตราสูง อาจผลักดันให้ผู้ผลิตในจีน หันไปหาตลาดส่งออกอื่นทดแทน โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น
ดังนั้น จึงนับเป็นปัจจัยที่กดดันความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย สะท้อนจากมูลค่านำเข้าบรรจุภัณฑ์กระดาษของไทยจากจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 20.8% (ปี 2562-2567) ซึ่งสูงกว่ามูลค่านำเข้าบรรจุภัณฑ์กระดาษของไทยที่นำเข้าจากทั่วโลกที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 15.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อพิจารณาศักยภาพในการแข่งขัน พบว่า ไทยมีความเสียเปรียบ โดยเปรียบเทียบในการส่งออกบรรจุภัณฑ์กระดาษในตลาดโลก สะท้อนจากค่า RCA เฉลี่ยของไทย
ในช่วงปี 2562-2566 ที่มีค่าเพียง 0.73 และมีส่วนแบ่งตลาดทรงตัวอยู่ที่ราว 0.9% ในช่วงปี 2558-2566 โดยไทยส่งออกบรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นอันดับที่ 19 ของโลก
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม รวมถึงจีน มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของมูลค่าส่งออกบรรจุภัณฑ์กระดาษในช่วงปี 2562-2566 ที่ 8.8% และ 6.3% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยรวมทั้งโลกที่มีค่าอยู่ที่ 5.1% ขณะที่ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียงปีละ 3.5% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในภาพรวม
อีกประเด็นสำคัญคือ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ตั้งแต่กระบวนการผลิตซึ่งต้องใช้ต้นไม้มากถึง 17 ตัน และปล่อยคลอรีนจากกระบวนการฟอกกระดาษกว่า 7 กิโลกรัม เพื่อผลิตกระดาษ 1 ตัน ตลอดจนการกำจัดทิ้งหลังจากไม่ใช้งานแล้ว
ข้อมูลจาก Statista และ Environment Canada ระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษกว่า 258 ล้านเมตริกตันต่อปี และมีเพียง 25% เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล
ส่วนที่เหลืออีกกว่า 193 ล้านเมตริกตันต้องถูกฝังกลบหรือเผาทำลาย
ในระยะข้างหน้า ผู้ประกอบการในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษอาจต้องเผชิญความท้าทายสำคัญจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดมากขึ้นในหลายภูมิภาค อาทิ
มาตรการ EUDR/3 ข้อบังคับ PPWR/4 ของสหภาพยุโรป
ในขณะเดียวกัน จากกระแสรักษ์โลกที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากขึ้น
ดังนั้น ผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์กระดาษไทย ควรพิจารณานำแนวคิดด้าน ESG มาผนวกรวมกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับนโยบายการค้าในตลาดโลก และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อาทิ บรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืน ซึ่งผลิตจากกระดาษที่ได้จากการรีไซเคิล การใช้ซ้ำ และลดการใช้ทรัพยากรใหม่ (3R)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ฮูทามากิ' เปิดโรงงานบรรจุภัณฑ์ โชว์เทคโนโลยี Blueloop™ ถ่ายทอดความรู้การพัฒนาความยั่งยืน
- 'TIPMSE' รวมพลัง 149 องค์กร ปลดล็อก 'EPR' ปูทางเรียกคืนบรรจุภัณฑ์ สู่วงจรรีไซเคิล
- เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบส่งออกเกษตร-อาหารมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน
ติดตามเราได้ที่