"ธนดล" ยันสนามกอล์ฟ "อนุทิน" มีโฉนดถูกต้อง "คารม" เย้ย เข้าใจคนหนุ่มไฟแรงเกิน
"ธนดล" ยันสนามกอล์ฟ "อนุทิน" มีโฉนดถูกต้อง เพียงแค่ต้องสอบแหล่งที่มา บอกขอโทษ "อนุทิน" แล้ว ด้าน ทนายเผย ราชการมีปัญหากันเองส่อทำธุรกิจเสียหาย "คารม" โต้ รู้เป้าประสงค์คืออะไรชี้ มีข่าวว่ามันมีที่ดินของคนบางคนอยู่ทางใต้ที่เป็นส.ป.ก.ที่คุณรู้จักได้ไปตรวจสอบเขาหรือยัง เย้ย เข้าใจคนหนุ่มไฟแรงเกิน
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 68 ที่ สนามกอล์ฟ แรนโช ชาญวีร์ นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกล์ฟ จากดระแสข่าว ที่ว่ามีส่วนในพื้นที่ส.ป.ก.
นายธนดลเผยว่า สนามกอล์ฟของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ติดกับนิคมพัฒนาตนเอง ซึ่งมีการโชว์ภาพว่าอยู่ใกล้กัน แต่พื้นที่ของสนามกอล์ฟมีโฉนดถูกต้องตามกฏหมายที่ดิน โดยสิ่งที่จะตรวจสอบคือโฉนดที่ออกมาได้เอกสารมาจากที่ไหนถ้าได้เอกสารมาจากนิคม (น.ค.3) ก็ต้องดูว่าแนวเขตตรงนี้ขยายไปในจุดอื่นหรือไม่ตามมติ คณะรัฐมนตรีวันที่ 22 มิถุนายน 2525
ประเด็นหลักคือสนามกอล์ฟนี้ออกเอกสารถูกต้องแต่ก็ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าใช้เอกสารจาก น.ค.3 ที่งอกออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ ประเด็นต่อมาที่เห็นอย่างชัดเจนว่าจะทำเรื่องนี้ถึงกรมที่พัฒนาสังคมและสวัสดิการให้ตรวจสอบว่าเอกสารในที่นี้ได้มาอย่างไรและตรวจสอบว่าเอกสารนี้เป็นน.ค.3 ก. หรือ น.ค.3 ซึ่งต้องมาดูเอกสารสิทธิ์ว่าการขอโฉนดที่ดินนี้ได้มาจากไหนซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าโฉนดที่ดินได้หลักฐานมาจากไหน
ซึ่งตนก็ได้พูดคุยกับนายอนุทินก่อนลงตรวจสอบ ว่าเอกสารถูกต้องชัดเจนถ้าไม่ถูกต้องก็ให้เราดำเนินการเต็มที่แต่ถ้าถูกต้องก็ขอความเป็นธรรมให้นายอนุทินด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าทำตามหน้าที่ส่วนการตรวจสอบเพิ่มเติมก็เป็นของส่วนราชการและคณะทำงาน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับพรรคร่วมกันรัฐบาลหรือไม่ นายธนดล ไม่ขอตอบเนื่องจากยึดหน้าที่ตัวเองเป็นหลักคือการยึดที่สอบประกอคืนหากอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องทำให้ถูกต้องซึ่งสิ่งที่ตนทำส่วนใหม่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำเอาไว้แต่แค่ไม่ได้ขยับตนจึงมาติดตามเพิ่มขึ้นเท่านั้น
เมื่อถามถึงการที่นายอนุทินออกมาให้สัมภาษณ์ว่านายธนดลไปทักทายอย่างนอบน้อมทำให้ภาพออกมาว่าเรายอมนายอนุทินหรือไม่ นายธนดลเผยว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องของเด็กผู้ใหญ่นายอนุทินเป็นรองนายกรัฐมนตรีต้นก็เดินไปทักทายตามปกติก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก ยืนยันว่าไม่มีดีลอย่างแน่นอน เป็นเพียงการสวัสดีและขอโทษเท่านั้น
“พอผมเดินไปก็บอกสวัสดีท่าน(นายอนุทิน) ต้องขอโทษท่านด้วยที่ผมต้องตรวจสอบในพื้นที่ของท่านผมทำตามหน้าที่” นายธนดลกล่าว
นายธนดลยังกล่าวอีกว่าเราเคารพอาวุโสทุกวงการ เราเคารพผู้อาวุโสทุกองค์การเป็นอย่างนี้จะเจอหน้ากันแล้วไม่ทักทายกันเลยหรือให้เป็นประเด็นทางการเมืองไปหมดเลยหรือเราจะอยู่กันแบบนี้หรือ การทำหน้าที่ก็คือการทำหน้าที่การเคารพก็คือการเคารพ
นายธนดนยืนยันว่าจะเดินเรื่องเต็มที่ที่ลงพื้นที่มาทั้งหมดจะรับเรื่องไปประชุมที่ส.ป.ก.และให้ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานทางราชการทำหนังสือตรวจสอบไป เพื่อดูว่าเอกสารการออกโฉนดที่ดินนั้นมาจากไหน ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งอย่างแน่นอนตนเป็นประธานตรวจสอบที่ดินส.ป.ก.72 จังหวัดทั่วประเทศ แล้วที่ตรงนี้มีราคาแพงเพราะไปออกโฉนดรวมถึงที่เขาใหญ่ก่อนหน้านี้ยืนยันว่าไม่สามารถห้ามความคิดตนได้ถ้าจะมองเป็นประเด็นทางการเมือง
นายธนดลยังกล่าวทิ้งท้ายว่าหากจะฟ้องกลับก็ไม่เป็นอะไรถ้าเกิดตนทำอะไรให้นายอนุทินเสียหายเป็นฤกษ์ที่จะฟ้องตนก็พร้อมตนทำเรื่องภูนับดาวโดนฟ้องมากกว่า 7 คดีแต่ตนไม่ได้บอกใครหากจะโดนฟ้องอีกก็ไม่เป็นไรถ้าทำผิดก็ฟ้องตามกฎหมาย
ซึ่ง ขณะที่นายธนดลให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอยู่นั้นนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐ ได้เดินออกมาด้านหน้าสนามกอล์ฟ ก่อนที่นายธนดลจะหันไปยกมือไหว้และนายคารมรับไหว้กลับ
ต่อมา นายชนิน แก่นหิรัญ ทนายความสนามกอลฟ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นข้างต้นว่า เรื่องนี้เป็นการรวมกลุ่มกิจการทำธุรกิจโดยพูดถึงสนามกอล์ฟทุกแห่งในอำเภอปากช่อง ซึ่งยึดถือเป็นหลักคือโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ์ของสนามกอล์ฟแห่งนี้ที่มาจากหลายหลายบริษัทร่วมทุนกันเมื่อเราใช้เอกสารสิทธิ์ของกฎหมายที่รับรองโดยกรมที่ดินนั้นกำหนดให้รับรองสิทธิ์ไว้ การลงทุนของนักลงทุนวันนี้เชื่อมั่นในระบบราชการ ซึ่งมีการลงทุนมาหลายพันล้าน
“การที่หน่วยงานภาครัฐมาทะเลาะกันเอง แล้วหาข้อชัดเจนไม่ได้ตั้งแต่ปี 2536 จนถึงวันนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการแต่กลับ มาเปิดประเด็นในเรื่องนี้ทั้งที่ความชัดเจนยังไม่ปรากฏและพยายามพูดถึงการเพิกถอนโฉนดอยู่ตลอดเวลา ขอย้อนถามกลับไปว่ามาเพื่อเศรษฐกิจหรือมาเพื่อทำลาย” นายชนินกล่าว
นายชนิน ยังกล่าวอีกว่าสนามกอล์ฟแห่งนี้ซื้อที่ดินมาเป็นมือสอง มือสาม เป็นอย่างต่ำ บางทีผ่านมา4-5มือแล้ว แล้วต้นจะรู้ถึงเรื่องการทะเลาะกันระหว่างภาครัฐหรือไม่ ถ้าเค้าทะเลาะกันก็ต้องบอกกรมที่ดินว่าต้องออกโฉนด
เมื่อถามถึงว่ามองเป็นเรื่องประเด็นอื่นหรือไม่นั้นทั้งเรื่องการได้มาโดยไม่ชอบนั้น นายชนิน กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยราชการไม่ใช่เรื่องของผู้ถือสิทธิ์ตามกฎหมายเพราะเราซื้อมาโดยสุจริตเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกโฉนด ตนไม่ได้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่ว่าเป็นหน้าที่ของเขาใครมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องมีหน้าที่แต่ต้องรู้ว่าหน้าที่ คุณรู้จักคิดด้วย
เมื่อถามถึงผลกระทบว่าสนามกอล์ฟได้รับผลกระทบจากอะไรบ้างนั้น นายชนิน เผยว่า ได้รับผลกระทบคือหาก ชวนใครมาลงทุนหรือแม้แต่ทรัพย์สินที่จำนองธนาคารก็มีปัญหาเพราะกลายเป็นทรัพย์สินที่ถูกด้อยค่าไม่ใช่เพียงแค่สนามกอล์ฟที่นี่แต่เป็นสนามกอล์ฟทุกแห่งที่มีผู้มาลงทุนต้องมองภาพรวมของอำเภอปากช่องที่เป็นอุตสาหกรรมของการท่องเที่ยวหากทำอะไรก็ต้องคิดเยอะๆ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากในอนาคตตรวจสอบว่าที่ดินนี้ได้มาโดยมิชอบนั้น นายชนิน เผยว่าต้องทำตามกฏหมายเพราะเราพร้อมซึ่งกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าต้องทำอย่างไรซึ่งทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติ
ด้านนายคารม ให้สัมภาษณ์หลังจากนายธนดลเดินทางกลับไปแล้วว่า เข้าใจนายธนดลที่มาตรวจสอบซึ่งตนไม่ขอพาดพิงใครแต่หากโดนพาดพิงโดยเฉพาะหัวหน้าพรรคตนนั้นเสียหายเยอะ ที่ตนมาวันนี้ก็มาเพียงสังเกตการณ์แต่อยากบอกว่าหากทำอะไรก็แล้วแต่ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง เป็นเรื่องของหน่วยงานอย่างที่ทางทนายได้กล่าวไปแล้ว
ส่วนกรณีที่นายธนดลบอกว่ามีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น นายคารมเผยว่าตนรู้ เพียงแต่ตำแหน่งที่ปรึกษานั้นอยู่ในกระทรวงซึ่งตนก็เคยถามไปว่าสามารถสั่งการหน่วยงานอื่นได้หรือไม่ตามระเบียบและบริหารราชการแผ่นดินนั้นจะไม่สามารถสั่งการได้ เพราะเป็นหน่วยงานนอกกระทรวง ยืนยันว่าตนไม่ได้โกรธอะไรเพราะเป็นนักการเมืองต้องอดทน
“ประเด็นคือ ใจคนมันรู้ว่าลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้เพราะอะไร ตรวจสอบเฉพาะตรงนี้หรือที่อื่นด้วยหรือไม่ มีข่าวว่ามันมีที่ดินของคนบางคนอยู่ทางใต้ที่เป็นส.ป.ก.ที่คุณรู้จักได้ไปตรวจสอบเขาหรือไม่” นายคารมกล่าว
นายคารม ยังกล่าวอีกว่า ต้องระมัดระวังคำพูดที่กล่าวออกไป มันสร้างความเสียหายไปแล้วยังไม่ยุตติว่าจะเพิกถอนแต่พูดออกไปแล้วว่าต้องเพิกถอนเพราะว่าผิด ต้นขอแสดงความคิดเห็นว่าทำงานก็ทำงานไปแต่ในฐานะทางการเมืองก็ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เจอนายธนดลแล้วพูดคุยกัน นายคารมเผยว่าเพียงแค่ยกมือหวัดดีกันเท่านั้นเพราะนายธนดลก็ถือว่าเป็นรุ่นลูกตน ไม่ได้เดินเข้าไปพูดคุยไม่มีอะไรที่ต้องไปโกรธกันยืนยันว่าให้เกียรติกันเพราะว่ารู้จักกันในฐานะนักกฎหมายเหมือนกันก่อนที่จะแซวว่า “ในฐานะคนหนุ่มไฟแรง ซึ่งบางทีไฟแรงเกินไปก็อาจจะออกไปไหม้ใครบ้างไหม้ตัวเองบ้าง”